อีกแล้วเหรอ! "นายกฯ" ตกใจรับทราบเหตุยิงในงาน “ชิม ช้อป ใช้” ที่โคราช บาดเจ็บ 6 ราย เสียงแหบขึ้นเวทีมอบนโยบายความมั่นคง กำชับ "ฝ่ายปกครอง-ตำรวจ" เข้มตั้งด่านค้นปืน-ยาเสพติด โอดไม่ไหวปืนเกลื่อน 10 ล้านกระบอกเหมือนแดนคาวบอย เล็งวัดเคพีไอพื้นที่เกิดเหตุบ่อยไร้ประสิทธิภาพ ขู่ รมต.โทรเคลียร์คดีโดนแน่ "อธิบดี ปค." เต้นงดแจกรางวัลปืนกำนัน-ผญบ. "ตร." สั่งกวาดล้างปืนเถื่อนจริงจัง "โรม” จี้ “อนุทิน” ตอบถ้าไม่มีปืนจะให้ความปลอดภัยสังคมอย่างไร ลั่นไม่เชื่อมั่นรัฐ บอกเผลอๆ น่ากลัวกว่าโจรก็คือเจ้าหน้าที่ เตรียมทำร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับ ปชน.
ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 13 ส.ค. เวลา 10.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ถึงกรณีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงในงานชิม ช้อป ใช้ ที่อนุสาวรีย์พ่อขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จนมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย โดยนายกฯ ได้จับไปที่คอของตัวเองเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีอาการเจ็บคอ ก่อนมีสีหน้าและท่าทีตกใจพร้อมกล่าวว่า "อีกแล้วเหรอ" และส่ายหน้า เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองยาวลูก 100 นายกฯ พยักหน้ารับ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เรื่องการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน ที่ต้องให้มีการประเมินสุขภาพจิตก่อน จะมีส่วนสำคัญในการดำเนินนโยบายของนายกฯ อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เรากำลังจะแก้ไขที่โครงสร้าง ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่
ซักว่ากรณีมีการเผยแพร่ภาพกิจกรรมงานเลี้ยง 134 ปี กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีการจับรางวัลแจกปืนลูกซองยาวให้ผู้ร่วมงาน จะเป็นการสวนทางนโยบายห้ามพกปืนของนายกฯ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้สั่งให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองไปยกเลิกดำเนินการนโยบายนี้ เปลี่ยนไปให้รางวัลอื่น ขอให้ไปถามรายละเอียดที่อธิบดีกรมการปกครอง
ทั้งนี้ เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้คนภายในงาน “ชิม ช้อป ใช้” บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังรับแจ้งตำรวจ สภ.ด่านขุนทดเข้าระงับเหตุและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุด อ.ด่านขุนทด นำส่ง รพ.หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และบางรายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา
โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ประกอบด้วย นายประกอบ ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธมีดฟันที่แผ่นหลังและนิ้วมือ, นายสุทน (ขอสงวนนามสกุล) ได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา และถูกยิงด้วยปืนลูกซองที่แผ่นหลัง, นายวีรวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) ถูกยิงทั่วร่างกายและแขน 13 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส, นางสุภาวณี (ขอสงวนนามสกุล) ถูกยิงที่ขา 2 นัด และมีสะเก็ดกระสุนถูกบริเวณหลัง, นางปนัดดา (ขอสงวนนามสกุล) ถูกยิงที่แขนซ้าย, นายเต้ (ขอสงวนนามสกุล) ถูกยิงที่หลัง 9 นัด
สอบสวนชนวนเหตุเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีผู้ต้องหากำลังขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ แต่เจ้าของรถมาพบเข้าพอดี จึงเข้าไปพูดคุย ก่อนเกิดเหตุไม่พอใจกันและเจ้าของรถกับผู้จัดงานได้ช่วยกันจับตัวผู้ต้องหาไว้ จากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนี ก่อนกลับไปพาเพื่อนพร้อมนำอาวุธมีดและปืนมาก่อเหตุ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะหลบหนีออกจากพื้นที่ ตำรวจ สภ.ด่านขุนทดกำลังเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ชี้ปืนเหมือนแดนคาวบอย
จากนั้นนายอนุทินขึ้นเวทีมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก 25 จังหวัด และผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องกราบขออภัย อยู่ดีๆ เสียงหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่ได้เป็นหวัดไม่ได้เป็นอะไร อาจจะพูดแล้วไม่มีแอ็กชันเหมือนปกติ ตอนนี้ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกันจัดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลในระดับพื้นที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก รุ่นที่ 1 ภาคกลางและภาคตะวันออก
นายกฯ กล่าวว่า ถ้าวันนี้เราไปทำโพลถามพี่น้องประชาชน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและมีความกังวลเป็นอันดับต้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเกิดเหตุใดๆ ก็ตามย่อมเป็นความรับผิดชอบของรัฐโดยตรง ผมเกิดความเชื่อมั่นว่าถ้าผู้ว่าฯ จับมือกับผู้การ นายอำเภอจับมือกับ ผกก. ปลัดอำเภอจับมือกับสารวัตร ปัญหาพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความปลอดภัยในเรื่องของการทำให้บ้านเมืองสงบสุข จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าเราร่วมมือกันอย่างเต็มที่ จึงขอให้ทีมอำเภอใช้ชุดข้อมูลเดียวกันหรือวันดาต้าในเรื่องของปัญหายาเสพติด รัฐบาลเดินหน้า 90 วันพิฆาตยาเสพติดอยู่แล้ว
นอกจากนี้ นายกฯ ระบุว่า ได้ให้นโยบาย ในเมื่อเราถือว่าอาวุธปืนเป็นสิ่งที่ร้ายแรงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้ที่ไม่มีหน้าที่ในทางกฎหมาย ปกติเราจะมีการมอบปืนให้กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเราต้องการให้อาวุธปืนนี้ลดลงทั่วประเทศ ตอนนี้มีกว่า 10 ล้านกระบอกที่เห็นอยู่ และที่ไม่เห็นไม่รู้มีอีกเท่าไหร่ เท่ากับประชากร 6-7 คนมีอาวุธปืน 1 กระบอก อันนี้ไม่ไหว นี่มันแดนคาวบอยไปแล้ว
"ในส่วนของนายอำเภอ ขอให้มีการร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืน ยาเสพติดเป็นหลัก ด่านเหล่านี้จะต้องมีความพร้อม มีความเข้มข้น เพราะเราต้องรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเองด้วย หากคนที่ถูกตรวจค้นเขาไปกระทำความผิดอะไรมาเขาอาจจะต่อสู้ได้ ต้องระมัดระวัง แต่ขอให้เน้นย้ำในเรื่องของการตรวจจับการพกพาอาวุธผิดกฎหมาย และดำเนินคดีอย่างเต็มที่" นายกฯ กล่าว
นายอนุทินกำชับด้วยว่า ให้เข้มงวดกับการปราบปรามอันธพาล องค์กรอาชญากรรม ผู้บงการผู้สนับสนุนและผลประโยชน์ต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังในภารกิจทั้งหมด ทั้งภารกิจอบายมุข สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ อิทธิพล หนี้นอกระบบและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ให้ใช้หลักตามที่ได้มอบหมายนโยบาย ให้มีความอิสระอย่างสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ คือปิดชื่อถือพฤติกรรม
"ไม่ต้องสนใจโทรศัพท์ใครที่จะโทรศัพท์เข้ามา เพราะถ้า ผบ.ตร.ไม่โทรศัพท์เข้ามา หรือผู้บังคับบัญชาตามสายงานของท่าน เพราะมันไม่ใช่คำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมไม่มีวันโทรศัพท์อยู่แล้วไม่ต้องห่วง ถ้าใครโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าน้องนี่พี่หนูนะ นี่นายกฯ นะ ก็ขอให้มั่นใจได้เลยว่านั่นตัวปลอม เพราะตัวจริงไม่โทร. โทร.ไม่ได้ คิดง่ายๆ แค่ท่านอัดเสียงผมก็ตายแล้ว ผมไม่รักคนอื่นมากกว่าตัวผมเองหรอก คิดง่ายๆ แค่นี้ มันไม่มีโทรศัพท์ว่านี่ผม นี่เลขาฯ นายกฯ นะ มท.3 มท.2 ไม่มี ถ้าโทร.ก็ขอให้อัดเทปไว้แล้วส่งมาให้ผมตรวจสอบไม่ยาก ผมให้ท่านตรวจพิสูจน์หลักฐาน ถ้ามันเป็นเสียงของใครคนใดคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของผม ผมพูดได้เลยว่านั่นคือวันสุดท้ายของการทำงานของเขา เราทำงานกันแบบนี้ เอากันแบบตรงไปตรงมา” นายอนุทินระบุ
หนูวัดเคพีไอพื้นที่เกิดเหตุ
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มารับมอบนโยบายอย่างเดียว แต่ขอให้ใช้เวิร์กช็อปนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกัน ทำได้เชื่อว่าประชาชนจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น ตนไม่ได้พูดว่าไม่ให้เกิดเหตุสักเคสเดียว เป็นไปไม่ได้ แต่ว่าต้องให้เกิดน้อยที่สุด และต้องไปทำลายต้นตอ สิ่งยั่วยุ มูลเหตุที่จะทำให้เกิดเหตุร้ายเหล่านี้ให้มากที่สุด
"ทุกวันนี้ถ้าพกปืนก็ผิด เพราะใบ ป.12 ไม่มีมาเกือบ 3 ปีแล้ว เดินไปตรงไหนถ้าเห็นคนพกปืนถือปืนคนนั้นผิดกฎหมาย วันนี้ถ้าเราทำงานร่วมกันมันก็เป็นเคพีไอของพวกเราทุกคนด้วย ถ้าพื้นที่ไหนเกิดเหตุบ่อยๆ ทำให้เห็นว่าไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ขอให้กำลังใจและพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่" นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการกล่าวมอบนโยบายนายกฯ มีอาการเสียงแหบ ไอและกระแอมตลอดจนต้องมีการจิบน้ำอุ่นเป็นระยะ
ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีงานเลี้ยงครบรอบ 134 ปี กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จับรางวัลแจกปืนลูกซองยาวว่า นโยบายตอนนี้เราควบคุมปริมาณเรื่องปืน การจำกัดเป็นนโยบายสำคัญที่นายกฯ ให้ระงับการออกใบอนุญาตใบ ป.3 เอาไว้ก่อน โดยรางวัลผู้ใหญ่บ้านจะมอบสิ่งอื่นที่มีมูลค่าเท่ากับอาวุธปืนที่เขาจะได้รับให้แทน เป็นไปตามนโยบายที่นายกฯ ให้ไว้ การมอบรางวัลตามระเบียบของอาวุธปืน เราเปลี่ยนใหม่เป็นให้สิ่งที่มีมูลค่าทดแทนกันได้ หรืออาจจะเป็นเงินสด นโยบายให้ปืนกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องยกเลิกไปก่อน ระงับออกไปก่อน แม้ระเบียบยังมีอยู่ แต่ในระเบียบก็มีช่องว่าง
“ไม่มีการจัดหาในแต่ละปีต้องดำเนินการตรวจสอบ แต่ละคนที่ได้รางวัลไปเขาต้องไปขอออกใบอนุญาตก่อน คือออกใบ ป.3 แต่เราระงับไปแล้ว ไม่ใช่แค่สั่งระงับ แต่เราล็อกระงับชั่วคราว โดยใช้ฐานข้อมูลจากส่วนกลางหยุดปฏิบัติการออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ และสัปดาห์ที่แล้วที่มีการมอบรางวัล เป็นการมอบแหนบทองคำกับใบประกาศ ไม่มีการมอบอาวุธปืน” นายนฤชากล่าว
ถามว่า มีเสียงสะท้อนจากตำรวจที่จะต้องมีการพกอาวุธปืนในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าหากจะต้องนำปืนไปเก็บไว้ที่ สน.หรือ สภ. หากมีเหตุฉุกเฉินเขาจะสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างไร นายนฤชากล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยปฏิบัติ แต่ในทางปฏิบัติที่แก้ไขเรื่องนี้คือ อนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร มอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตามหน้าที่ของตนเอง ทุก สน. ทุกหน่วยราชการต้องออกคำสั่งรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถนำปืนไปปฏิบัติหน้าที่ได้
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม กล่าวว่า ผบ.ตร.มีคำสั่งเน้นย้ำให้ปฏิบัติงานเชิงรุกนอกเหนือจากงานประจำ โดยให้ความสำคัญกับการตัดวงจรความรุนแรงตั้งแต่จุดเริ่มต้น ได้แก่ ความรุนแรงในครอบครัว ความขัดแย้งในชุมชน ปัญหาในสถานศึกษา ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชคลุ้มคลั่ง และความรุนแรงในเมือง โดยเฉพาะกรณีความรุนแรงในครอบครัว กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีการประนีประนอมหรือเจรจาไกล่เกลี่ย
ตร.ลุยกวาดล้างปืนเถื่อน
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า สถิติการจับกุมอาวุธปืนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 ส.ค.2569 พบว่าอาวุธปืนส่วนใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคดียาเสพติด ทั้งจากกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพ ทางตำรวจจึงเน้นการตรวจค้นจับกุมกวาดล้างอาวุธปืนควบคู่ไปกับการปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการตั้งจุดตรวจค้นอาวุธปืนเถื่อนและปืนมีทะเบียนที่พกพาโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเข้มงวด โดยปฏิบัติตามมาตรฐานการตั้งด่านที่เน้นความโปร่งใส ปลอดภัย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
"การปราบปรามอาวุธปืนบนโลกออนไลน์ ตร.ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและสื่อสังคมออนไลน์ นำระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาช่วยตรวจจับ ปิดกั้น และป้องกันการลงประกาศขายอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน หรืออุปกรณ์ดัดแปลงตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งล่อซื้อและขยายผลดำเนินคดีกับผู้ขายและผู้ผลิตอย่างจริงจัง รวมถึงการสืบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น หรือบุคคลที่พกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมายตามคำสั่ง ผบ.ตร.ไม่มีการละเว้น" รอง ผบ.ตร.ระบุ
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ประชุมมอบนโยบายยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภา แก่ผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม นายโสภณกล่าวว่า ที่ผ่านมาสภามีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อยากให้การปฏิบัติหน้าที่เข้มข้นขึ้น จึงอยากทบทวนและปรับปรุงระเบียบ โดยผู้ที่เข้าภายในอาคารรัฐสภาทุกคนต้องผ่านเครื่องสแกนเอกซเรย์ ทั้ง สส., เจ้าหน้าที่, ผู้ติดตาม และบุคคลภายนอก โดยห้ามพกอาวุธปืนเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด หากพบจะถูกยึดทันที
ส่วนนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีมีเหตุกราดยิงบ่อยครั้งว่า เชื่อว่าทุกคนกังวลแน่นอน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราอาวุธปืนต่อสัดส่วนประชากรสูงติดอันดับโลก ดังนั้นเรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ และบวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมหลายครั้ง ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามาตรการที่เกี่ยวกับอาวุธปืนมีปัญหาแน่ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีเปิดร้านขายปืน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ แต่ในวันนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการคือควรมีมาตรการที่ทำให้มั่นใจว่าสุดท้ายประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นสถานศึกษาหรือพื้นที่สาธารณะ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ถ้าไม่มีมาตรการที่สร้างความปลอดภัยออกมา คิดว่าต้องอยู่ในความหวาดกลัวต่อไป
นายรังสิมันต์กล่าวว่า จนถึงวันนี้เรายังไม่เห็นความชัดเจน นอกจากคำพูดของนายกฯ อนุทินที่บอกว่าอย่าไปพก ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นโจทย์ตรงนั้น วันนี้เมื่อเราจะแก้ปัญหาเรื่องปืน ต้องกลับมาที่หลักการก่อนว่าตกลงแล้วนโยบายของรัฐต้องการให้ประชาชนถือครองอาวุธปืนหรือไม่ แต่ก็พบว่าถึงแม้เราจะมีปัญหาเรื่องปืนเถื่อน เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายก็ถูกใช้ในลักษณะที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญหลายครั้ง ดังนั้นต้องกลับมามองว่ากลุ่มคนที่สามารถครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายนั้น มีความหละหลวมตรงไหน ทำไมจึงเกิดเหตุแบบนี้
"หากเป็นนโยบายของรัฐ ต่อไปนี้พยายามไม่ให้มีอาวุธปืน แม้จะถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องลดสัดส่วนให้ได้มากที่สุด คนที่จำเป็นจริงๆ ต้องระบุให้ได้ว่าเป็นกลุ่มไหน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยนโยบายที่ผ่านมาไม่มีปืนสวัสดิการที่เป็นปืนของแผ่นดินที่ตำรวจสามารถยืมได้ จนต้องไปหาซื้อกันเอง ดังนั้นต้องมีมาตรการควบคุม เมื่อเรามองย้อนไปถึงอดีต เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนมีความเครียด มีสารเสพติด ที่เกี่ยวพันมา ถ้ารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการหรือมีมาตรการเรื่องนี้ สุดท้ายโศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นซ้ำๆ" นายรังสิมันต์กล่าว
โรมลั่น จนท.น่ากลัวกว่าโจร
ถามว่า มองคำตอบของนายกฯ อย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า สังคมได้ตัดสินนายกฯ ไปแล้ว แต่ต้องถามว่าปัญหาในวันนี้คืออะไร ถ้าปัญหาคือมีอาวุธปืนมากเกินไป ท่านต้องแจกแจงออกมาเลยว่ากลุ่มไหนที่สามารถครอบครองปืนได้ ถ้าท่านไม่ให้คนทั่วไปครอบครองปืนได้ จะแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างไร ถ้าแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ คนก็จะกลับมาพึ่งพามือไม้ตัวเอง จะเวียนกันไปไม่จบ ซึ่งถ้าจะมีข้อยกเว้นในกลุ่มข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ก็ต้องระบุเงื่อนไขให้ได้
ซักว่ากลุ่มที่โดนพุ่งเป้าคือนักการเมืองที่มีปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราอาจจะเริ่มต้นว่านักการเมือง ตำรวจ ทหาร นักปกครอง ต่างก็มีปืน คำถามคือความจำเป็นของอาวุธปืนมีหรือไม่ แล้วถ้าแก้ไขเรื่องความจำเป็นของอาวุธปืนได้ จะมอบความปลอดภัยให้พวกเขาได้อย่างไร
“ไม่ต้องอะไรมาก อย่างผม ผมก็ไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสามารถให้ความปลอดภัยกับผมได้ เผลอๆ น่ากลัวกว่าโจรก็คือเจ้าหน้าที่รัฐนี่แหละ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องมาคุยกันว่าถ้ารัฐจะลดอาวุธปืน คำถามที่สำคัญคือคุณจะมอบความปลอดภัยให้เขาได้อย่างไร” นายรังสิมันต์กล่าว
ซักว่านักการเมืองบางคนมี 30-40 กระบอกจำเป็นหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า 30-40 กระบอก มองว่าอาจจะเกินกว่าความจำเป็นในการป้องกันตัว ถ้าจะมีปืนราวกับว่ามีรถในโกดัง คิดว่าไม่ใช่ความจำเป็น อาวุธปืนควรถูกใช้เพื่อป้องกันตัวเอง ถ้าใช้เพื่อป้องกันตัวเอง การมีอาวุธปืนเป็นคลังแสงอาจจะไม่ใช่คำตอบเรื่องการป้องกันตัวเอง
ถามว่า พรรค ปชน.จะเสนอแก้กฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืนหรือไม่ รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า เราเริ่มมีการพูดคุย ตนในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ได้หารือกับทีมที่ปรึกษา เลขานุการ กมธ. ว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการ เพราะสถานการณ์นี้ถ้าไม่มีทางออกอาจจะเกิดขึ้นซ้ำ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และจะมีการพิจารณาต่อไป
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า แม้นโยบายนี้จะดูมีความตั้งใจดีเพื่อลดความรุนแรงในสังคม แต่ในความเป็นจริงกำลังเป็นการแก้ปัญหาผิดจุดอย่างรุนแรง และสร้างความเหลื่อมล้ำทางความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
"การสั่งระงับใบอนุญาตแบบเหมาเข่ง จนกระทั่งตำรวจซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยทุกวันไม่สามารถมีอาวุธปืนไว้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม ภาครัฐอย่าทำเพียงแค่แก้กฎหมายเพื่อจัดการกับปืนที่ถูกกฎหมาย จนละเลยการจัดการกับปืนเถื่อน การขันนอตคนทำถูกกฎหมายแต่ปล่อยเกียร์ว่างใส่โจร ทำให้คนร้ายมีอาวุธเหนือกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วเราจะฝากความหวังเรื่องความปลอดภัยไว้กับใคร” โฆษกพรรค ปชป.กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.โบ้ย8.6แสนโยงเลือกสส.
“ไอติม” ทวงถามที่มาเส้นเงิน 8.6 แสนบาทจาก "นักการเมืองสีน้ำเงิน"
ชัยชนะมอบตัว คดีตบรองผกก. แฉดื่มสุราทั้งคู่
"ชัยชนะ” พบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ ปฏิเสธข้อหาทำร้ายร่างกาย
กอช.ดันเมดอินไทยแลนด์ ปัดใช้มั่นคงต่อรองสหรัฐ
"ศุภจี" ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ ในรอบ 4 ปี
ตุ๋นคนดู!ปชน.ข้องใจไม่สอบ‘มท.1’
"รองเซมเบ้" เผย สถ.เปิดผู้สอบท้องถิ่นขอดูคะแนนส่วนกลาง-จังหวัด 13-31 ส.ค.
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
อึ้งว่าง8พันบรรจุหมื่นห้า ส้มคาใจ‘กกต.’แจงไม่ชัด
โคตรโกงสอบท้องถิ่น เปิดรายงานผลสอบชุด "ปกรณ์" ชี้พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน ทำเป็นขบวนการ ทุจริตชัดแจ้ง

