“เศรษฐา” ลั่นไม่ได้จะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ แค่ให้ศึกษาเท่านั้น “ปานปรีย์” นัด 4 หน่วยงานหลักหารือ 10 พ.ย.ครั้งแรก ปูดตั้งเป้าตามที่หาเสียงขยับเงินเดือนปริญญาตรีให้ถึง 25,000 บาท แต่ไม่ได้ทำทันที “รมช.คลัง” ชี้ ขรก.ไม่ได้ขยับเงินเดือนมากว่า 9 ปี “ซานต้านิด” มาแล้ว เทงบ 55,038 ล้านบาทอุ้มชาวนา ทั้งสินเชื่อชะลอขาย-แทรกแซงราคา “ภูมิธรรม” ลั่นเอาแน่แจกผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,000 บาท ถลุงงบอีก 5.6 หมื่นล้าน “จุลพันธ์” เชื่อ ธ.ก.ส.เอาอยู่ เริ่มจ่าย พ.ย.นี้ “อิ๊งค์” สั่ง สส.เร่งโปรโมตดิจิทัลวอลเล็ต
เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการขึ้นราคาสินค้าหลังมีข้อสั่งการเตรียมขึ้นเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐว่า ไม่ได้บอกว่าจะขึ้นเงินเดือน แต่ให้ไปศึกษา และการให้ไปศึกษาไม่ได้หมายความว่าจะให้ขึ้นทันที
เมื่อถามว่า จะทำให้สินค้าจ่อขึ้นราคาล่วงหน้าหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ได้ขึ้นราคา มันยังตั้งไม่ได้ ยังไงเรื่องนี้กรมการค้าภายในก็ต้องดูแลอยู่แล้ว
ขณะที่ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะประธานศึกษาเรื่องขึ้นเงินเดือนข้าราชการ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯ ให้นโยบายมา ซึ่งเป็นการศึกษาก่อนตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่การขึ้นเงินเดือนเลย โดยได้แจ้ง 4 หน่วยงาน ทั้งกระทรวงการคลัง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงบประมาณ ให้มาประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 10 พ.ย. และจะประชุมลักษณะนี้ 2 ครั้ง เพื่อเสนอ ครม.ภายในเดือนนี้ตามคำสั่งนายกฯ
ถามว่าจะขึ้นเงินเดือนเหมือนตอนสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ปรับขั้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า จะไปดูจากฐานข้อมูลเดิมด้วย ไปดูจำนวนและกลุ่มบัญชีที่ปรับขึ้น แต่การปรับขึ้นเงินเดือนของรัฐบาลนี้จะเป็นไปตามที่พรรคหาเสียงไว้ คือเงินเดือนขั้นต่ำปริญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน แต่ต้องใช้เวลาขยับขึ้น ซึ่งคณะทำงานจะดูรายละเอียดพวกนี้เพื่อเสนอต่อ ครม. ด้วย
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.การคลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการนั้น เคยมีแนวคิดมาตลอด แต่ไม่ได้รับการพิจารณา ทำให้ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมาข้าราชการทุกระดับชั้นไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือนเลย ซึ่งแนวคิดขึ้นเงินเดือนข้าราชการไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนภาระทางการคลังที่จะเกิดขึ้นนั้น ตอนนี้ยังประเมินไม่ได้ ต้องรอให้คณะกรรมการสรุปแนวทางการขึ้นเงินเดือนก่อน ซึ่งไม่ว่าจะมีการปรับขึ้นแบบใด กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานเบิกจ่ายนั้นพร้อมจะรับนโยบาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณสำหรับจ่ายเงินเดือนข้าราชการปีละเท่าไหร่ รมช.การคลังระบุว่า ไม่รู้ จำไม่ได้ แต่ที่จำได้ว่าเรื่องงบประมาณในส่วนของเงินเดือนข้าราชการนั้นไม่ได้เยอะมาก
อนุมัติ พรฎ.จ่ายเงิน 2 รอบ
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติอนมุติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่...) พ.ศ..... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่าเงินเดือนและปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินเดือนของข้าราชการ โดยสามารถแบ่งจ่ายเป็น 2 รอบ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ข้าราชการ รวมทั้งเพิ่มอัตราเงินหมุนเวียนซึ่งจะช่วยเศรษฐกิจของประเทศ
นายชัยกล่าวต่อว่า การจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 รอบ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำที่อยู่ในระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกรมบัญชีกลาง 230 หน่วยงาน โดยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ, ข้าราชการในพระองค์, ข้าราชการรัฐสภา, ทหาร, ตำรวจ, ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่รวมข้าราชการบำนาญ, ข้าราชการการเมือง, ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม, ข้าราชการฝ่ายอัยการ, ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง, องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ, ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร และข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีวิธีการตามความสมัครใจ โดยข้าราชการหรือลูกจ้างประจำสามารถเลือกการรับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำเป็นแบบจ่ายเดือนละ 1 รอบ หรือแบบจ่ายเดือนละ 2 รอบได้ ด้วยวิธีการยื่นแบบต่อส่วนราชการได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 ธ.ค.2566 และมีผลในเดือน ม.ค.2567 และลูกจ้างประจำสามารถยื่นแบบได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 ก.พ.2567 และมีผลในเดือนมี.ค.2567
นายชัยยังแถลงอีกว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบ 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือชาวนาในการดูดซับปริมาณข้าวออกจากตลาด แบ่งเป็น 1.สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 2.สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยทั้ง 2 มาตรการมีวงเงินรวมกว่า 55,038.96 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินสินเชื่อของ ธ.ก.ส. 44,437 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 10,601.96 ล้านบาท
แจงยิบมาตรการอุ้มชาวนา
นายชัยกล่าวว่า 2 มาตรการดังกล่าวจะช่วยดูดซับปริมาณข้าว เพื่อดึงราคาข้าวให้ปรับเพิ่มขึ้นมา โดย
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี มีเป้าหมายดูดซับปริมาณข้าวออกสู่ตลาด 3 ล้านตัน โดยให้สถาบันเกษตรกรและเกษตรกรที่มียุ้งฉางของตัวเองเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉาง 5 เดือนเพื่อรอการขาย ซึ่งรัฐบาลจะให้สินเชื่อ โดยสินเชื่อในกลุ่มข้าวหอมมะลิ ตันละ 12,000 บาท, ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,500 บาท, ข้าวหอมมะลิปทุมธานี ตันละ 10,000 บาท, ข้าวเจ้า ตันละ 9,000 บาท, ข้าวเหนียว ตันละ 10,000 บาท พร้อมทั้งช่วยค่าฝากอีก ตันละ 1,500 บาท (สหกรณ์รับตันละ 1,000 บาท+เกษตรกรรับตันละ 500 บาท) มีวงเงินสินเชื่อ 34,437 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 10,120.71 ล้านบาท กำหนดเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.2566 ถึง 29 ก.พ.2567
สำหรับสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม มีเป้าหมาย 1 ล้านตัน โดยให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา มีวงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท และวงเงินชดเชยดอกเบี้ย 481.25 ล้านบาท โดยจะให้สหกรณ์จ่ายดอกเบี้ย 1% และรัฐช่วยดอกเบี้ย 3.85% ระยะเวลา 15 เดือน ส่วนการชดเชยดอกเบี้ย ธ.ก.ส. 4.85%นั้น รัฐบาลจะช่วยรับภาระดอกเบี้ย 3.85% ส่วนสถาบันเกษตรกรรับภาระ 1% กำหนดเริ่ม 1 ต.ค.2566 ถึง 30 ก.ย.2567
“มาตรการนี้จะให้สถาบันเกษตรกรเข้าไปซื้อแข่งและแทรกแซงตลาด โดยซื้อในราคานำร่องข้าวเปลือกหอมมะลิ ในความชื้น 25% ราคาตันละ 12,200 บาท เมื่อขายได้แล้วมีกำไรจะแบ่งชาวนาตันละ 300 บาท ซึ่งจะทำให้ชาวนาได้รับเงินรวมตันละ 12,500 บาท ซึ่งจะดีกว่าเดิมหากไม่ไปแทรกแซง เพราะจะทำให้ชาวนาได้เงินเพิ่มจากราคาตลาดอีก 1,500 บาท” นายชัยกล่าว
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวว่า มาตรการชะลอข้าวออกสู่ตลาดครั้งนี้ เบื้องต้นในฤกาลผลิต 2566/67 คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวออกสู่ตลาด 10 ล้านตัน ซึ่งการดูแลช่วยเหลือจะดำเนินการ ผ่านสหกรณ์และเกษตรที่มียุ้งฉางและเกษตรกรโดยตรง คาดว่าจะสามารถดูดซับสภาพคล่องได้ 4 ล้านตัน ซึ่งจะมีผลกับราคาข้าวอย่างมีนัยสำคัญไม่ให้ราคาตกลงไป
จ่ายไร่ละพันเริ่ม พ.ย.
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทว่า คณะกรรมการ 3 ฝ่าย ทั้งกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส.ได้หารือกันอยู่ ภายใต้โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 56,321 ล้านบาท
“การดูแลเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามจะหาทางออก เพราะเป็นสิ่งที่เกษตรกรได้รับมาก่อนหน้านี้ตลอด โดยจะพยายามหาวิธีการเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและเพิ่มต้นทุนลง ซึ่งจากการหารือ 3 ฝ่าย วันนี้มีความชัดเจนแล้ว และเร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุปทุกเรื่อง” นายภูมิธรรมกล่าว
ขณะที่นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และจะเสนอเข้ามาในที่ประชุม ครม.ใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งในการประชุม นบข.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ระบุว่าจะเร่งนำเข้า ครม.เร็วที่สุด ถ้าไม่ทันสัปดาห์หน้าก็เป็นอีกสัปดาห์ และคาดว่าเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท น่าจะเริ่มจ่ายให้ได้ภายในเดือน พ.ย.2566
สำหรับเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท อยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 มีกรอบวงเงินจ่ายขาด 56,321 ล้านบาท กำหนดเกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน โดยจะให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท กับเกษตรกรครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือคิดเป็นเงิน 20,000 บาท
นายจุลพันธ์กล่าวว่า วงเงินที่จะนำมาใช้นั้น ยืนยันว่า ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพียงพอ และที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ก็มีประสบการณ์ในการดูแลเกษตรกรผ่านโครงการนี้มาก่อน ดังนั้นจึงเชื่อว่าการดำเนินโครงการไม่น่าจะมีปัญหา เพราะตอนนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มราคาต่ำลง ซึ่งการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท มีความสำคัญต่อการเดินหน้าประกอบอาชีพของเกษตรกร และที่ผ่านมารัฐบาลได้รับฟังปัญหามาต่อเนื่อง และมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือชาวนา
วันเดียวกัน ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรมได้ชี้แจงกับ สส.ถึงนโยบายข้าวว่า นโยบายของเราต้องสร้างความสมดุล ไม่ใช่สร้างความเกลียดชังหรือขัดแย้งกับทุกฝ่าย วิธีการจัดการปัญหามี 2 วิธี คือการบริหารและการใช้กฎหมาย ซึ่งการใช้ข้อกฎหมายจะสร้างผลกระทบได้ วันนี้นายเศรษฐาจึงสั่งให้ใช้การบริหารมากกว่า โดยในส่วนของเรื่องข้าวยืนยันว่าเราพูดคุยทุกภาคส่วน ทั้งชาวนา โรงสี ผู้ประกอบการและด้านการส่งออก เพื่อจัดสมดุลโดยที่ชาวนาไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาโดยไม่สร้างความขัดแย้ง เบื้องต้นจะเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ แต่ยังไม่เข้า ครม. เพราะต้องผ่านขั้นตอนให้ถูกกฎหมายก่อน ก่อนนำข้อสรุปทั้งหมดเข้าสู่ นบข.และเสนอเข้า ครม.ต่อไป
อิ๊งค์สั่งโปรโมตดิจิทัลวอลเล็ต
ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวตอนหนึ่งว่า ย้ำอีกครั้งเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ขอให้ สส. รวมถึงผู้ช่วย สส. ให้เข้ามาช่วยสื่อสารข้อความที่สำคัญของพรรคและรัฐบาลว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้างกับประชาชนในโซเชียลให้รับรู้ได้มากขึ้น”
ส่วนนายเศรษฐากล่าวว่า วันศุกร์นี้จะมีการแถลงข่าวใหญ่เกี่ยวกับเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ขอฝาก สส.ให้ช่วยกันโปรโมตในโซเชียลด้วย และคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ประชาชนน่าจะมีความสุข
ขณะที่นายจุลพันธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์รายละเอียดเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีกำหนดการแถลงข่าวความชัดเจนทุกอย่างในวันที่ 10 พ.ย. โดยบอกสั้นๆ ว่า “วันศุกร์ครับ วันศุกร์ครับ"
เมื่อถามว่า วันศุกร์ที่ 10 พ.ย.นี้ทุกอย่างจะจบใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ พยักหน้ารับ พร้อมบอกให้รอนายกฯ เป็นผู้แถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. นายจุลพันธ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการนโยบายโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการลดค่าครองชีพประชาชนว่า ถ้าเราสามารถออกมาตรการช่วยค่าไฟฟ้าแบบนี้ได้ 1 เดือน อย่าเพิ่งไปถอดมิเตอร์เขา โดยขอขยายเป็น 3 เดือนสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 บาทต่อเดือน และในเมื่อ มท.มี 4 รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชน คือ การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค 4 แห่งนี้ใช้หลักการเดียวกันได้หรือไม่ ก็เป็นข้อสั่งการในการประชุมของ มท.เมื่อวันที่ 6 พ.ย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ได้พับแผน! 'นายกฯ' ลั่น 'แลนด์บริดจ์' ปัดฝุ่นได้ทุกเมื่อ หากสถานการณ์เหมาะสม
นายกฯ เผยแลนด์บริดจ์ปัดฝุ่นได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์เหมาะสม แจงยังไม่คุยรายละเอียดกับ ‘เอกนิติ’ หลังแถลงพับแผน จ่อถกบอร์ดอีอีซี ปมรถไฟ 3 สนามบิน ชี้ยังไม่ถึงขั้นยกเลิกสัญญา ไม่ตอบคุย ซีพี ที่ฝรั่งเศส
'พิพัฒน์' จับเข่า 'ครูใหญ่' เย็นนี้ สยบปมร้าว '2 น. 1 พ.' ก่อนควงกันลงใต้
'พิพัฒน์' พบ 'ครูใหญ่' เย็นนี้ สยบปมร้าว 2 น.1 พ. รับ 'เนวิน' เป็นที่ปรึกษาทางการเมือง เตรียมควงทำบุญที่ภาคใต้-เตะบอลกระชับมิตร ลั่น ภท. แน่นปึ้ก จ่อดำเนินคดีหลังลูกสาวถูกจับโยงฮั้ว สว.
'อนุทิน' ลั่น 'เอาเลยๆ' ไม่หวั่น 'ไอลอว์' เปิดข้อมูลเพิ่ม 'ฮั้ว สว.'
'อนุทิน' ชี้ฟ้อง 'ยิ่งชีพ' ปมเปิดชื่อเกี่ยวข้อง 'ฮั้ว สว.' เป็นสิทธิของทุกคน บอก 'เอาเลยๆ' หลังไอลอว์จ่อเปิดข้อมูลเพิ่ม
นายกฯ เป็นประธานพิธีสวดพระอภิธรรม 'อดีตผู้ว่าฯลำพูน'
'นายกฯอนุทิน' เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม 'เรียบ นราดิศร' อดีตผู้ว่าฯลำพูน บิดาผวจ.เชียงใหม่
รุกหนัก!แฉฮั้ว‘สว.’ ‘ส้ม-ฟ้า’ร่วมวงชำแหละ/ยิ่งชีพขู่กำข้อมูลเส้นเงิน
"วิปฝ่ายค้าน" ชำแหละ 2 ปีเลือก สว. ภาค 2 "พริษฐ์" แฉขบวนการฮั้วลึกกว่าแค่โพย กาง 5 ฉากโกง ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน-จัดโรงแรม-เสนอเงินให้
บิ๊กราญสั่งล่า หวั่น‘2มือบึ้ม’ ซุกเพื่อนบ้าน
“บิ๊กราญ" เผยศาลออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาคาร์บอมบ์ สภ.ตันหยง เร่งประสานล่าตัว หวั่นหนีซุกเพื่อนบ้าน

