ล็อต2ปล่อย4คนไทย แต่จับตัวประกันอีก2

“เศรษฐา” กลัวไม่ได้หน้า   รีบโพสต์เอ็กซ์เปิดชื่อ 4 คนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวรอบสอง กต.แถลงรับมีถูกจับเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้มียอดตัวประกันอยู่ 18 ราย เล็งประสานอิสราเอลส่ง 14 คนไทยกลับบ้านเกิด

เมื่อวันอาทิตย์ 26 พฤศจิกายน กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันชุด 2 รวม 17 คน เป็นชาวอิสราเอล 13 คน และไทย 4   คน โดยตัวประกันออกมาจากฉนวนกาซาผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ แต่ก็เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าไม่ทำตามข้อตกลงในการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังฉนวนกาซา ทำให้อียิปต์และกาตาร์ต้องเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยอีกครั้ง ทั้งนี้ กลุ่มชาวอิสราเอล 13 คนที่ได้รับการปล่อยตัว 6 คนเป็นผู้หญิง ส่วนอีก 7 คนเป็นเด็กและวัยรุ่น ขณะเดียวกันอิสราเอลได้ปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ 39 คน เป็นผู้หญิง 6 คน และเด็ก 33 คน จากเรือนจำ 2 แห่ง

ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ว่า ดีใจด้วยครับ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 23.50 (เวลาท้องถิ่น) ตัวประกันไทยได้รับการปล่อยตัวมีรายชื่อดังนี้ 1.นัฐพร อ่อนแก้ว 2.คมกฤษ ชมบัว 3.อนุชา อ่างแก้ว และ 4.มณี จิระชาติ จากการตรวจร่างกายในเบื้องต้น ทุกคนสุขภาพดี ไม่มีใครต้องการการรักษาพยาบาลเร่งด่วน ทุกคนพูดคุยและเดินได้ปกติ ทุกคนดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว โดยรวมสุขภาพจิตยังดีอยู่ พูดคุยได้ปกติ ต้องการอาบน้ำและติดต่อกลับหาญาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปที่ รพ. Shamir Medical Center (Assaf Harofe) ขอขอบคุณกระทรวงต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคง

ส่วน กต.ระบุว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่ามีคนไทยชุดที่ 2 ได้รับการปล่อยตัวอีก 4 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวไปที่ รพ.ที่ฝ่ายอิสราเอลจัดไว้เพื่อตรวจสุขภาพตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ไปช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และประสานการติดต่อกับครอบครัวที่ รพ.แล้ว ซึ่งมีรายนามดังนี้ 1.นายนัฐพร อ่อนแก้ว 2.นายคมกฤษ ชมบัว 3.นายอนุชา อ่างแก้ว และ 4.นายมณี จิระชาติ โดยทั้ง 4 รายได้เดินทางถึงโรงพยาบาลที่ฝ่ายอิสราเอลจัดเตรียมไว้ และได้พักบริเวณเดียวกับคนไทยชุดแรกที่ได้รับการปล่อยตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานทูตฯ ได้ดูแลประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

กต.แจ้งอีกว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ทางการอิสราเอลได้ยืนยันจำนวนคนไทยที่ถูกควบคุมตัวเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย ทำให้ภายหลังการปล่อยตัวคนไทยชุดที่ 2 แล้ว คาดว่ายังมีคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอีก 18 ราย ซึ่งรัฐบาลไทยจะพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่เหลือให้ได้รับการปล่อยตัวอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด และขณะนี้ กต.อยู่ระหว่างการประสานกับฝ่ายอิสราเอลเกี่ยวกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำพี่น้องคนไทยทั้ง 14 รายที่ได้รับการปล่อยตัวและผ่านกระบวนการเยียวยาเบื้องต้นในอิสราเอลแล้วกลับสู่ประเทศไทยและครอบครัวโดยเร็วต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์ เด็ก สตรี ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในเมืองเล่าก์ก่าย โดยมีนางภิญญา จำรูญศาสตร์ ผู้อำนวยการกองต่อต้านการค้ามนุษย์, นางโสณภา บุญ-หลง ผอ.ศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน, นายอดิศักดิ์ ปานด่วน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาทรัพยากรบุคคล กทม.,  พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์ เด็ก สตรี ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวภายหลังว่า  ยอดคนไทยที่ช่วยเหลือมารวมทั้งสิ้น​   331 คน เป็นผู้ที่มีหมายจับและจับกุมตัวแล้ว​ 9​ คน​ คงเหลือเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง​ 322 คน ปัจจุบันได้ร่วมกันคัดกรองเสร็จสิ้นไปแล้ว​ 299 คน​ อยู่ระหว่างกระบวนการคัดกรอง​เหลือ​ 23 คน ไม่พบข้อบ่งชี้​ว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ 98​ คน, พบข้อบ่งชี้ว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ​201​ คน การเข้าสู่กระบวนการคัดแยก​ 201​ คน เป็นผู้เสียหาย​ 56​ คน​ ไม่เป็นผู้เสียหาย​  70​ คน​ อยู่ระหว่างกระบวนการคัดแยกคงเหลือ​ 75 คน ผู้ไม่พบข้อบ่งชี้จากกระบวนการคัดกรอง​ 98​ คน​ ได้ส่งกลับบ้านแล้ว ส่วนผู้ไม่เป็นผู้เสียหายจากกระบวนการคัดแยก​ 70​ คน ณ​ ศูนย์เชียงราย​ 19​ คน​  ณ​ ศูนย์หนองจอก​ 51​ คน ได้ส่งกลับบ้านแล้ว

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีกับพวกที่ไปทำงานเป็นสแกมเมอร์หลอกลวงคนไทยหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า บุคคลที่ถูกปล่อยตัวกลับไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิด แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยทาง พล.ต.ต.ศารุต แขวงโสภา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) จะเป็นฝ่ายรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี หากพยานหลักฐานสาวไปถึงตัวการ แม้จะเป็นชาวต่างชาติ ก็จะเดินทางไปประสานกับทางการของประเทศนั้นๆ ทันที.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บอร์ดอีวีเคาะมาตรการหนุนใช้ 'รถบัส-รถบรรทุกอีวี'

บอร์ดอีวีเคาะมาตรการหนุนใช้รถบัส-รถบรรทุกอีวี พร้อมสร้างฐานแบตเตอรี่ ดันไทยเป็นศูนย์กลางอีวี ด้านนายกฯ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นศูนย์กลางอีวีอาเซียน