“คลัง” ตื่น! เตรียมดันมาตรการกระตุ้นล็อตใหม่ชง ครม.เศรษฐกิจพิจารณา หลังจีดีพีไตรมาส 1 โตต่ำเรี่ยดิน “จุลพันธ์” ลั่นไทม์ไลน์ดิจิทัลวอลเล็ตยังเหมือนเดิม สั่งจัดกลุ่มร้านค้า-ประชาชนทยอยลงทะเบียน บี้ส่วนงานเร่งพัฒนาระบบรองรับ ยืนยันกลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน-เดินทางไม่ได้รับสิทธิ์ได้แน่นอน
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 27 พ.ค.2567 จะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งแรกเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และดูว่าภาคส่วนไหนบ้างที่จำเป็นต้องดูแล รวมถึงการแบ่งงานว่าหน่วยงานไหนจะรับผิดชอบในส่วนใด ในการออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยก่อนหน้านี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ได้เรียกหารือถึงสถานการณ์เศรษฐกิจแล้ว 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ
“ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นไปหนักมาก แต่ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1/2567 ที่ออกมาขยายตัวเพียง 1.5% แม้จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็ยังต่ำสุดในภูมิภาค” นายจุลพันธ์ระบุ
ส่วนนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน เม.ย.2567พบว่า มีมูลค่าการส่งออก 23,278.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 834,018 ล้านบาท ขยายตัว 6.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวตามทิศทางที่คาดการณ์ไว้ แต่หากไม่รวมสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัวอยู่ที่ 11.4% ส่วนภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2567 (เดือน ม.ค.-เม.ย.) พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 94,273.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,338,028 ล้านบาท ขยายตัว 1.4%
“รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าผลักดันภาคการส่งออกของไทย โดยมีนโยบายสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออก ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเป้าหมายการส่งออกปี 2567 อยู่ที่ 1-2%” นายชัยกล่าว
วันเดียวกัน นายจุลพันธ์ยังกล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่ากรอบการดำเนินโครงการยังเป็นไปตามแผนงาน โดยจะเปิดให้ร้านค้าและประชาชนลงทะเบียนได้ในไตรมาส 3/2567 และประชาชนจะได้รับเงินภายในไตรมาส 4/2567 โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ส่วนงานเร่งพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปิดลงทะเบียน ซึ่งได้กำชับเรื่องการบริหารจัดการการเข้าสู่ระบบการลงทะเบียน โดยอาจมีการจัดกลุ่มหรือแบ่งกลุ่ม เพื่อให้ทยอยกันเข้ามาลงทะเบียน ส่วนรายละเอียดยังอยู่ระหว่างการเร่งสรุป
“เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เวลาเปิดให้ลงทะเบียนทุกครั้งจะมีจำนวนเยอะมาก และถ้าทุกคนเข้ามาลงวันเดียวระบบจะรองรับลำบาก แม้ว่าขณะนี้การพัฒนาระบบจะทำได้แล้วระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องพัฒนาต่อไป เพื่อรองรับประชาชน ดังนั้นในเรื่องการบริหารจัดการการเข้าสู่ระบบ การลงทะเบียน ก็อาจจัดกลุ่มให้ทยอยกันเข้ามา ส่วนรายละเอียดยังต้องรอ” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า ส่วนประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือกลุ่มที่ไม่สามารถเดินทางได้ ยืนยันว่ายังเข้าร่วมโครงการได้แน่นอน โดยต้องมีการจัดเตรียมกลไกขึ้นมารองรับ ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ส่วนงานไปดูรายละเอียดทุกอย่างให้รัดกุม โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันการใช้ผิดประเภท เพราะต้องการยืนยันให้ได้ว่าเม็ดเงินของรัฐครั้งนี้จะไม่ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไม่ถูกใช้โดยคนอื่นที่ไม่มีสิทธิ์จริง จึงต้องมีการหากลไกมารองรับ
นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้หารือกับสถาบันการเงินของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thailand E-Payment Trade Association: TEPA) ในการเชื่อมโยงระบบลักษณะ Open Loop พบว่า หน่วยงานให้การตอบรับและแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นอย่างดี โดยหลังจากนี้จะมีการทำงานเชิงลึกของฝ่ายปฏิบัติว่าจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างไร
ส่วนนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง กล่าวว่า การประชุมส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยในเงื่อนไขหลักการที่เป็นรายละเอียดต่อเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช่น ร้านค้าที่เจ้าของเสียชีวิตจะทำอย่างไร เงินดิจิทัลที่อยู่ในเจ้าของร้านค้าที่เสียชีวิตจะไปอยู่ที่ไหน จะต้องมีการเขียนผู้รับมรดกไว้ก่อนหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ถูกโยนเป็นคำถาม และส่วนงานต้องไปเร่งหาข้อสรุป ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับระบบต่างๆ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบ การเช็กคุณสมบัติของประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการว่าถูกต้องและตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ อย่างไร แม้ว่าประชาชนจะมีการยืนยันตัวตนด้วยระบบ KYC เรียบร้อยแล้วก็ตาม เช่น ต้องเช็กว่ามีอายุ 16 ปีจริงหรือไม่ และการจะเช็กว่าอายุ 16 ปีจริงหรือไม่ จะต้องเชื่อมโยงข้อมูลไปที่กรมการปกครอง การตรวจสอบว่ามีรายได้ 8.4 แสนบาทต่อปี จะต้องเชื่อมโยงข้อมูลไปที่กรมสรรพากร และการตรวจสอบว่ามีเงินฝากรวมกันไม่เกิน 5 แสนบาท จะต้องเชื่อมโยงข้อมูลไปที่สถาบันการเงิน ซึ่งต้องมาดูว่าจะเชื่อมโยงเมื่อไหร่ ด้วยเทคนิคอะไร
“ยอมรับว่าระบบหลังบ้านของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่ง่ายเลย เพราะติดปัญหาพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ก็ต้องมาดูว่าจะแก้ไขหรือดำเนินการอย่างไร รวมทั้งยังหารือถึงรูปแบบในการยืนยันตัวตนที่ต้องเปิดเผยข้อมูลว่าจะเป็นอย่างไรเพื่อให้สามารถตรวจเช็กได้ว่าประชาชนรายดังกล่าวอยู่ในเงื่อนไขของโครงการอย่างถูกต้อง” นายเผ่าภูมิกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

