กลุ่มชาวประมงผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" ยื่นฟ้องเเพ่งเรียกค่าเสียหายเอกชนกว่า 4 พันล้านบาท เหตุนำเข้าปลาเอเลี่ยนทำลายระบบนิเวศ ทำให้ขาดรายได้ในอาชีพ ถูกละเมิดสิทธิการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ศาลแพ่งใต้รับดำเนินคดีเเบบกลุ่ม นัดไต่สวน 4 พ.ย.นี้ "สภาทนายฯ" มั่นใจหลักฐานเอาผิดเอกชนได้ จ่อยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ 18 หน่วยงานต่อศาลปกครองฐานละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ศาลเเพ่งกรุงเทพใต้ นายปัญญา โตกทอง อายุ 66 ปี สมาชิกเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน และเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง พร้อมชาวบ้านกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงพื้นบ้าน ในเขตอําเภออัมพวา, อําเภอบางคนที และอําเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม ที่เป็นตัวแทนชาวบ้าน กว่า 1,400 คน ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เดินทางมายังศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมด้วยคณะทำงานสิ่งแวดล้อมจากสภาทนายความฯ ยื่นฟ้องบริษัทเอกชนผู้ก่อมลพิษ และกรรมการบริหารรวม 9 คน ในคดีสิ่งแวดล้อม
โดยนายปัญญากล่าวว่า พวกตนได้รับผลกระทบและถูกละเมิดสิทธิมานาน การประกอบอาชีพย่ำแย่ ขาดรายได้ มีหนี้สิน เพราะสัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยง ทั้งปลา กุ้ง ไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ ซึ่งตอนนี้ในบ่อที่เลี้ยงมีแต่ปลาหมอคางดำ และตั้งแต่ที่ตนและกลุ่มสมาชิกพบปลาหมอคางดำตั้งแต่ปี 2555 แต่ที่รุนแรงช่วงปี 2559-2560 ซึ่งตนและกลุ่มสมาชิกก็ได้ไปร้องเรียนมาหลายที่แล้ว ทั้งนายกรัฐมนตรี กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ก็แล้ว ก็ยังไม่มีการดำเนินการอะไร จากตอนแรกแค่ในจังหวัดตน แต่ตอนนี้แพร่ไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศแล้ว รวมถึงรัฐก็ไม่ได้เข้ามาดูแลเยียวยาพวกตน และในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มาร้องศาลแพ่งให้ช่วยเหลือในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทเอกชนผู้ก่อมลพิษ
"ขั้นตอนการดำเนินคดีจะเป็นการฟ้องคดีแบบกลุ่ม เรียกค่าสินไหมทดแทนจากการขาดรายได้ในอาชีพประมงเพาะเลี้ยงและประมงพื้นบ้าน และจากการถูกละเมิดสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งมีคําขอบังคับให้บริษัทเอกชนผู้ก่อมลพิษแก้ไขฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไปให้กลับสู่สภาพเดิม" นายปัญญากล่าว
สำหรับจํานวนค่าสินไหมทดแทนที่กลุ่มประมงเรียกร้อง แยกออกเป็น 2 กลุ่ม 1.กลุ่มประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้ตามจํานวนพื้นที่ที่เพาะเลี้ยงในอัตราไร่ละ 10,000 บาทต่อปี เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ.2560-2567) และค่าเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิ์การใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรอีกรายละ 50,000 บาท โดยกลุ่มประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีจํานวนสมาชิกกว่า 1,000 ราย มีพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมกันกว่า 27,000 ไร่ ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้องเป็นเงินกว่า 1,982,000,000 บาท
2.กลุ่มประมงพื้นบ้าน เรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้ตามจํานวนวันในอัตราวันละ 500 บาท (ปีละ 182,500 บาท) เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ.2560-2567) และค่าเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอีกรายละ 50,000 บาท โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านมีจํานวนสมาชิกกว่า 380 ราย ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้องเป็นเงินกว่า 19,000,000 บาท รวมเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนที่ในเขตจังหวัดสมุทรสงครามเป็นเงินกว่า 2,486,450,000 บาท
นอกจากฟ้องร้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ช่วงเช้าวันนี้ ตัวแทนจากสภาทนายความฯ ในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบอาชีพประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและอาชีพประมงพื้นบ้าน จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 54 คน ก็จะยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ 18 หน่วยงาน ต่อศาลปกครองกลาง ฐานความผิดละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบไปด้วย 1.กรมประมง 2.อธิบดีกรมประมง 3.คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ 4.คณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง 5.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 6.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 7.กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 8.อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 9.คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 10.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 11.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12.คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 13.คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณะแห่งชาติ 14.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 15.อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 16.กระทรวงมหาดไทย 17.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 18.กระทรวงการคลัง
ซึ่งผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองทั้ง 54 คน ได้เรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเร่งประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อนำเงินฉุกเฉินเยียวยาต่อผู้ฟ้องตามเวลาที่ศาลกำหนด นอกจากนี้ ให้ผู้ถูกฟ้องติดตามเงินจากบริษัทเอกชน ผู้ก่อให้เกิดผลกระทบ ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามมูลค่าความเสียหาย
ภายหลังมีการยื่นฟ้องบริษัทเอกชน ว่าที่ร้อยตรีสมชาย อามีน ประธานอนุกรรมการฝ่ายคดี สภาทนายความฯ เปิดเผยว่า ศาลนัดไต่สวนคำร้องอีกครั้งหนึ่งคือวันที่ 4 พ.ย. เวลา 09.00 น. วันนี้เป็นการรับไต่สวนคำร้องในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม ซึ่งในวันดังกล่าวจำเลยจะสามารถยื่นคัดค้านคำร้องเข้ามาได้ และในการไต่สวนคำร้องคดีแบบกลุ่มนั้น เราจะต้องแสดงให้เห็นว่าสมาชิกกลุ่มมีขอบเขตอย่างไรให้ชัดเจนในกรณีที่จะ เลือกใช้ขอบเขตของจังหวัดแต่ละจังหวัด โดยจะใช้ จ.สมุทรสงคราม เป็นขอบเขตในจังหวัดแรก และใช้อาชีพของชาวประมง ทั้งประมงพื้นบ้านและประมงเพาะเลี้ยง โดยใน จ.สมุทรสงคราม มีสมาชิกที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและประมงเพาะเลี้ยงทั้งสิ้น 1,400 คน และเวลาในการไต่สวนจะต้องทำให้เห็นว่าสมาชิกแต่ละคนมีความสัมพันธ์และความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้คดี ว่าที่ร้อยตรีสมชายเปิดเผยว่า เรามีหลักฐานที่ค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถที่จะเอาผิดผู้ประกอบการ และมีหลักฐานที่บอกว่าใครเป็นผู้นำเข้ามาและเพาะเลี้ยงเป็นที่แรก ทั้งยังมีความเชื่อมโยง จากกรณีที่ก่อนหน้าประเทศไทยไม่เคยมีปลาหมอคางดำมาก่อน ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการ โดยในเบื้องต้นตนมั่นใจว่าหลักฐานเหล่านี้สามารถพิสูจน์คดีความรับผิดทางแพ่งได้
ส่วนของการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้น ว่าที่ร้อยตรีสมชายเปิดเผยว่า เราจะเรียกร้องค่าสินไหมในส่วนที่ประชาชนค้างขาดรายได้ของกลุ่มพี่น้องชาวประมง ซึ่งเดิมก่อนมีการแพร่ระบาดสามารถทำรายได้ได้ แต่หลังมีการแพร่ระบาด ทำให้รายได้ของพวกเขาลดลง และจะมีการฟ้องค่าละเมิดสิทธิในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของตนแต่ละจุดได้แบบเดิม เนื่องจากมีการระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นการทำลายระบบนิเวศเดิมที่เคยมีอยู่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อังกฤษ’เร่งปรับเกมรุก หวังพิชิต ‘ดีอาร์ คองโก’
ลงสนามฟาดแข้งในรอบ 32 ทีมสุดท้ายกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพ
สภาสูงไฟเขียว‘กม.นิรโทษ’ ห้ามล้างผิด112ไม่ซุกฮั้วสว.
ที่ประชุมวุฒิสภาไฟเขียว "พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข" นิรโทษคดีการเมือง
ปปช.สอบเส้นเงิน‘ผอ.พ.’ แจ้งข้อหาเพิ่ม‘ปลัดภูเก็ต’
ป.ป.ช.เร่งตั้ง กก.ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่นสัปดาห์หน้า เตรียมสอบเส้นทางการเงิน "ผอ.พ." ปมร่ำรวยผิดปกติ
รวมญาติพลัสกินรวบ
ถกงบ 2570 วันที่สองมุ่งเป้าด้านสังคม “จิราพร” แนะรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาทุนมนุษย์
ถอย‘แลนด์บริดจ์’ พิพัฒน์สนองหนูเอาใจม็อบตั้งกก.ร่วม/ไต่สวน1ปี44สส.
“นายกฯ” ส่ง “พิพัฒน์” เคลียร์ม็อบค้าน กม.SEC-แลนด์บริดจ์ “มวลชน” เฮ! “รัฐบาล” ยอมถอยร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ไม่ชง
‘ฝรั่งเศส’เหนือกว่าทุกมุม ยิง‘สวีเดน’กรุยทางสู่แชมป์
เวิลด์ คัพ 2026 ยังอยู่กันที่การแข่งขันในรอบน็อกเอาท์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 30 มิถุนายน

