ณัฐพงษ์ขู่เก็บทุกบิลไว้เชือด

“ณัฐพงษ์” รับยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้า เก็บทุกบิลไว้เชือด “พริษฐ์” กัดไม่ปล่อยปมเงิน 8.6 แสน “ปชป.” ตั้งทีมเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ   หากเป่าคดีฮั้ว สว. “สิทธิโชติ” ไม่กังวลฝ่ายค้านจ่อเปิดหลักฐานสุดสัปดาห์นี้ ระบุเคสอำนาจเจริญสาวไม่ถึง สส.

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จะเป็นในสมัยประชุมหน้านี้แน่นอน แต่จะเป็นช่วงไหนนั้น เนื่องจากเป็นจังหวะทางการเมือง มีเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาได้หลังจากที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น การเปิดเผยไทม์ไลน์ที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะขัดกับเรื่องของการเมืองเล็กน้อย จึงไม่สามารถที่จะบอกในส่วนนี้ได้ แต่จะเป็นในสมัยประชุมหน้าแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรจะเป็นแผลที่เราไปตีรัฐบาล นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ เยอะแยะเต็มไปหมดในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ ตนคิดว่าประชาชนเห็นภาพขึ้นทุกวันว่า ตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน  และต้องเรียกว่า บิลทุกใบที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉล บริหารประเทศผิดพลาด เราเก็บไว้หมด และทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อถามอีกว่า มีอะไรบ้างที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกว้าว นายณัฐพงษ์ตอบว่า จะเป็นข้อมูลในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งจริงๆ ในฐานะฝ่ายค้าน เราตรวจสอบทุกวันอยู่แล้ว ผ่านการตั้งกระทู้และเวทีของกรรมาธิการ (กมธ.) ฉะนั้นหากจะพูดถึงกรอบเนื้อหา จะเป็นข้อมูลบางอย่างที่เป็นข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ที่ในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน เราจะไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวทีของสื่อหรือเวทีต่างๆ แต่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่

เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องฮั้ว สว.จะถูกชูเป็นประเด็นหลักหรือไม่ หัวหน้าพรรค ปชน.ยอมรับว่า เรื่องของการโกง สว. เป็นประเด็นหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน

ต่อข้อถามว่า ฝั่งรัฐบาลมีการทักท้วงมาตลอดว่าเรื่องการฮั้ว สว.ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล กังวลหรือไม่ว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะไม่บรรจุญัตติดังกล่าว หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุว่า หากขณะนั้นมีความคิดเห็นของประธานสภาฯ ออกมาเช่นนั้นจริง ฝ่ายค้านคงจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังนายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาให้คำตอบถึงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นเงิน 860,000 บาท ที่ได้มีการโอนให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. ในห้วงเวลา เม.ย.-ก.ค.67 โดยระบุว่า เมื่อเย็นวันนี้ (13 ส.ค.) คุณแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีเส้นเงิน 860,000 บาท จากนักการเมืองอำนาจเจริญไปที่เจ้าหน้าที่ กกต. ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆ แค่นี้ไม่ได้

นายพริษฐ์ระบุอีกว่า เนื่องด้วย 1.นายแสวงยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ กกต.ที่รับเงิน 860,000 บาท จาก ญาณี สีฟ้า (ที่ตอนนี้กลายมาเป็น ส.อบจ.อำนาจเจริญ กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ) ณ ตอนนั้น กำลังทำหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนสำนวนเกี่ยวกับข้อกล่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งของ สส.สุขสมรวย วันทนียกุล (สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย)

เขาบอกว่า ในเมื่อคุณญาณี (ผู้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่ กกต.) มีความสัมพันธ์และมีการทำกิจกรรมร่วมกันกับ สส.สุขสมรวย (ผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนที่เจ้าหน้าที่ กกต.คนดังกล่าว รับผิดชอบ) กกต.มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอะไรมายืนยัน ว่าการโอนเงิน 860,000 บาทดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคดีเลือกตั้งของ สส.สุขสมรวย

ทั้งนี้ หากเงินจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.จริง กกต.ได้ดำเนินการสอบสวนใดๆ หรือไม่ กับผู้โอน (ญาณี) หรือ สส.สุขสมรวย และหากเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ตกลงการโอนเงิน 860,000 บาทนั้น เป็นการโอนเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

นายพริษฐ์ระบุต่อว่า และ 2.นายแสวงยืนยันว่าเส้นเงิน 860,000 บาท ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการเลือก สว. โดยพยายามหยิบยกลำดับเหตุการณ์ต่างๆ มาสนับสนุน ข้อสงสัยที่ตามมาคือ นายแสวงบอกว่า ยอดโอนครั้งที่ 1-11 (ยอดรวม 330,000 บาท ในวันที่ 7 เม.ย.-19 พ.ค.) ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. เพราะเกิดขึ้นก่อนการเปิดรับสมัคร สว. ในวันที่ 20 พ.ค. แล้วมันจะเป็นไปไม่ได้เลยเหรอ ที่พวกเขาจะวางแผนโอนเงินให้ล่วงหน้าก่อนวันรับสมัคร ในเมื่อการเลือก สว.ในปี 2567 เป็นการเลือกตามวาระที่ทักคนทราบกรอบเวลาก่อนล่วงหน้ามาเป็นปีๆ อยู่แล้ว

"ไม่ว่าแท้จริงแล้วเส้นเงิน 860,000 บาท จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. หรือการเลือก สว. หรือทั้งคู่ ผมเห็นว่า กกต.มีหลายคำถามที่ยังต้องตอบให้ชัดเจนครับ" นายพริษฐ์ย้ำ

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า พรรค ปชป.ได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามกรณีที่ กกต.เตรียมพิจารณาคดีฮั้ว สว. ว่าจะส่งศาลฏีกาหรือไม่ หากพบว่า กกต.ไม่ส่งคดีไปยังศาล จะส่งคำร้องเพื่อเอาผิด กกต. ทั้งคดีอาญาและการทุจริตต่อไป นอกจากนั้นแล้วพรรคยังมีการตรวจสอบกรณีของฮั้ว สว.ที่มีลักษณะพบว่า พรรคการเมือง นักการเมือง หรือมีการกระทำที่เป็นลักษณะขององค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือแลกคะแนนเลือก สว.หรือไม่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเขาข่ายผิดกฎหมาย

โฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า นอกจากนั้นยังรวมถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ล่าสุดพบว่าท่าทีต่อการเอาจริงเอาจังในคดีฮั้ว สว.เปลี่ยนไป โดยจะรอให้ กกต.สรุปเรื่องก่อน ทั้งที่ดีเอสไอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านั้น ดีเอสไอเคยสั่งฟ้อง กกต. 8 คนที่เกี่ยวกับคดี จึงถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายคดีพิเศษ เข้าความผิดมูลฐาน ทั้งนี้ หากพบความผิดปกติจะดำเนินการต่อดีเอสไอเช่นกัน

"พรรคได้เตรียมรวบรวมข้อมูล ร่างหนังสือ พร้อมหลักฐานเพื่อเตรียมส่งให้ดำเนินการกับพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. เพราะตามกฎหมายกำหนดเจตนาให้ สว.มีความอิสระ มีความคิดเป็นของตนเอง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่คัดกรอง เสนอแนะกฎหมายต่อสังคม หากพรรคใดควบคุม ครอบงำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการ" นายพงศกรระบุ

ไม่กังวลฝ่ายค้านเปิดหลักฐาน

โฆษกพรรค ปชป.กล่าวด้วยว่า สิ่งที่พรรคทำมี 3 ประเด็น คือ 1.ร่างคำร้องหาก เอาผิดทั้งคดีอาญาและทุจริต หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง 2.หากมีหลักฐานมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองก็จะเอาผิดด้วย และ 3.กรณีของเส้นทางการเงิน เพราะจากการตรวจสอบของ กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ที่นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ. พบว่าการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องรอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งเรื่องก่อนถึงดำเนินการได้

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่มีพนักงาน กกต.เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีการเลือกตั้ง สส.ว่า กรณีที่ จ.ตาก ซึ่งเป็นเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นและมีปัญหาในลักษณะทุจริตเรียกรับเงิน ทางสำนักงาน กกต.ได้รับทราบข่าวและมีผู้ร้องเรียนเข้ามา จึงได้ตั้งกรรมการสอบสวน และพบว่าเจ้าหน้าที่รายนั้นมีการกระทำผิดจริง ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการสอบสวนได้มีมติให้ไล่ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายสิทธิโชติกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นอีกเคสที่ส่วนกลางส่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปสืบสวนไต่สวนเพิ่มเติมในคดี สส. พบว่ามีการร้องเรียนและพบพฤติการณ์ทุจริตรับเงินเช่นกัน จึงได้มีการตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งจริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่คนนี้ถูกไล่ออกไปก่อนในเคสแรก แต่ขั้นตอนทางวินัยยังคงดำเนินการค้างอยู่ ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีความเห็นเบื้องต้นว่าควรให้ไล่ออก และปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลมติในเร็วๆ นี้

“ในส่วนของ สส.ที่ถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง สส. สํานวนนั้นก็เป็นอีกสํานวนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปทำ แต่ปรากฏในภายหลังว่ามีเส้นทางการเงินโอนเข้าหาเจ้าหน้าที่ โดยผู้โอนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่ตัว สส.” นายสิทธิโชติระบุ

เขายังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมจะเปิดหลักฐานเพิ่มเติมในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ว่า ไม่กังวล เราพิจารณาเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสํานวน โดยสํานวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ถือเป็นสํานวนหลัก ส่วนคณะอื่นๆ  เช่น คณะอนุฯ วินิจฉัยที่ 36 เป็นเพียงผู้มาให้ความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับคณะที่ 26 หรือไม่ สํานวนคดีมีเพียงสํานวนเดียวเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวล หากพยานหลักฐานในสํานวนหลักของคณะที่ 26 รวบรวมไว้ว่าอย่างไร กกต.ต้องพิจารณาตามสํานวนนั้นเป็นหลัก แล้วนำความเห็นของคณะที่ 36 มาประกอบการพิจารณาว่าเหตุผลที่เห็นแย้งกันนั้นเป็นอย่างไร

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการโหวตลงมติคดีฮั้ว สว. ที่มีข่าวลือว่า สว.อาจจะรอด เพราะ กกต.ส่วนใหญ่ได้รับแต่งตั้งมาโดย สว.ชุดนี้ นายสิทธิโชติชี้แจงว่า ไม่ว่า กกต.ท่านใดจะมีมติให้ส่งศาลฎีกาหรือให้ยกคำร้อง ทุกอย่างจะต้องมีเหตุผลประกอบเสมอ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

F16 บินประกบ เจ็ตนายกฯขับ! มอบ 5 นโยบาย

"อนุทิน" ขับเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 เข้าถ้ำพยัคฆ์กองบิน 1 โคราช ขณะ F-16 บินประกบภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ ก่อนมอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า ขอรักษาจิตวิญญาณพิทักษ์อธิปไตย ปลื้มได้ "Patch F-16" นามเรียกขาน "มิกกี้"

ชัยชนะขอโทษ พร้อมให้ตรวจ ปชป.ขึงขังคุ้ย

ชัยชนะ” ขอโทษประชาชน ข่าวตบบ้องหูทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ลั่นพร้อมร่วมมือให้ตรวจสอบ “ชวน” บอกทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

สั่ง3ฝ่ายสางคุมปืน! ‘หนู’ เชื่อมีทางออกปมตร.-นักกีฬา/ชวนกรีดกม.อยู่ในมือ

"นายกฯ" สั่ง 3 ฝ่ายสางปัญหานโยบายคุมเข้มอาวุธปืนกระทบนักกีฬา-ตำรวจ ชี้ผู้บังคับบัญชาออกแผนงานปฏิบัติ ตร.ออกตรวจตามหน้าที่ไร้ปัญหา

สอบเอ็มดีธกส.จบ 30 วัน คลังปัดแจกเงินเกษตรกร

“เอกนิติ” สั่งเร่งสอบปม 8 ข้อร้องเรียนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ขีดเส้น 30 วันต้องได้ข้อสรุป ยืนยันต้องโปร่งใส-เป็นธรรม พร้อมปิดประตูใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทแจกเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท

'เท้ง' ลั่นยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้าแน่ เย้ยรัฐบาลแผลเต็มไปหมด โวเก็บบิลทุกใบเตรียมเชือด

'ณัฐพงษ์' รับ ยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้าแน่ บอกขออุบประเด็น ลั่น แม้รัฐบาลแผลเต็มไปหมด แต่ฝ่ายค้านเก็บทุกบิลเตรียมเปิดวันเชือด เย้ย การบริหารประเทศภายใต้ 'ะบอบสีน้ำเงิน' ประเทศไม่มีอนาคตแน่นอน ซัด 'อนุทิน' โพสต์พาดพิง 'ศิริกัญญา' เป็นพฤติกรรมไม่สมควร