ตร.สอบสวนกลางส่ง "ดีเอสไอ" รับไม้ต่อ "ดิไอคอน" เป็นคดีพิเศษ ขนสำนวนล็อตแรก 18 ลังส่งถึงมือ "รอง ผบช.ก." ยันไร้ช่องโหว่ ด้าน "บอสพอลและคณะ" จ่อกินข้าวคุกยาวต่อเนื่อง เล็งอีกข้อหา พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน เพิ่มเป็น 7 ฝาก 84 วัน “กมธ.ศาสนา” ไม่แตะ “ว.วชิรเมธี” อ้างเรื่องละเอียดอ่อนเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ “สามารถ” อ่วมหนักเจอขุดส่งตำรวจเข้าสอบแทนสถาบันภาษา ป.เอก ม.รามฯ
เมื่อวันจันทร์ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกล่องสำนวนคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ไปส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินการรับเป็นคดีพิเศษ และยังมีสำนวนบางส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และเจ้าหน้าที่จะทยอยส่งสำนวนที่เหลือให้ในภายหลัง
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. กล่าวว่า วันนี้ได้มีการส่งมอบสำนวนของคดีดิไอคอน พร้อมด้วยพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ทั้งหมดไปให้ DSI เบื้องต้นมีสำนวนที่ส่งในวันนี้ทั้งหมด 18 ลัง 156 แฟ้ม เอกสารมากกว่า 81,000 แผ่น ที่เป็นของผู้เสียหายที่มาแจ้งความระหว่างวันที่ 10-16 ต.ค. ประกอบด้วยผู้เสียหายลำดับที่ 1-325 ซึ่งบางส่วนจะทยอยตามไปเรื่อยๆ โดย บช.ก.รับผู้เสียหายไว้ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกว่า 3,400 ราย ไม่รวมพยานบุคคลที่ทำการสอบไว้อีกหลายปาก
เมื่อถามว่า หากดีเอสไอรับสำนวนไปแล้ว และยังเห็นช่องโหว่ของสำนวน บช.ก.จะส่งทีมไปช่วยทำคดีกับดีเอสไอหรือไม่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ระบุว่า ตามกฎหมายหากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว อำนาจทั้งหมดก็จะอยู่ที่ดีเอสไอ ดำเนินการ แต่ในเรื่องที่ว่าจะมีช่องโหว่ของสำนวนนั้นไม่น่าจะมี เพราะตอนนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวนที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยที่ส่งคดีไปก็เพื่อที่จะให้ดีเอสไอดำเนินการต่อให้สมบูรณ์
เมื่อถามว่า ดีเอสไอจะสามารถทำสำนวนทัน 4 ฝาก หรือไม่ พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า หากมีการแจ้งข้อหา พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน จะเพิ่มเป็น 7 ฝาก 84 วัน ก็จะมีเวลาทำสำนวนเพิ่มขึ้น โดยเป็นการรวมเป็นสำนวนเดียวกัน เพราะตอนนี้มีการกระทำผิดกฎหมายหลายบท จากเดิมที่เรามีพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ไปขออนุมัติหมายจับ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และพ.ร.บ.คอมพ์ แต่สอบสวนไปแล้วพบว่ามี พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ก็อยู่ในเรื่องเดียวกัน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดทำคดีดิไอคอน ระบุว่า พนักงานสอบสวนชุดที่ทำคดีได้นำส่งสำนวนคดีให้ดีเอสไอรับช่วงดำเนินการต่อเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นสำนวนที่ประกอบด้วยข้อหาหลักฐานฉ้อโกงประชาชน และข้อหาย่อยที่อยู่ในนั้นคือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยจากนี้อำนาจหน้าที่ในการสอบสวนจะเป็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งหมด รวมไปถึงการออกหมายเรียกและหมายจับผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ดีเอสไอจะเป็นแม่งานรับผิดชอบทันที
ด้าน ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เนื่องด้วยในตอนนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ แต่เมื่อตำรวจมีการส่งมอบสำนวนมาให้ดีเอสไอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่อย่างไร ต้องขอรอดูข้อเท็จจริงทั้งหมด ในวันนี้ที่จะต้องไปต่อคือ การพิจารณาความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือกฎหมายแชร์ลูกโซ่ โดยจะมีการประชุมในวันที่ 29 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อหารือผลสรุปการรับเป็นคดีพิเศษ และวิธีการขั้นตอนต่างๆ ในการสอบสวน
ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้า จากกรณีที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มเทวดาที่รีดทรัพย์บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งหลักฐานมาจากคลิปเสียงในโทรศัพท์มือถือของบอสพอลว่า ขณะนี้ตำรวจเตรียมสอบปากคำกลุ่มบอสไว้เป็นพยาน โดยมีประมาณ 7 คนที่เกี่ยวข้อง แต่ตำรวจจะเรียกสอบปากคำ 3 คน ก็เพียงพอต่อพยานหลักฐาน ไม่จำเป็นต้องสอบปากคำทั้งหมด เบื้องต้นทนายบอสพอลได้นัดหมายเข้าแจ้งความวันที่ 31 ต.ค.นี้ เนื่องจากติดว่าความ แต่ตนมองว่าช้าไป จึงกำลังหารือว่าให้มอบทีมทนายมาแจ้งความแทนก็ได้ เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ไม่ให้เกิดความล่าช้า
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม นายชิบ จิตนิยม สว.สายสื่อมวลชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการการแก้ไขปัญหากรณีความเสียหายจากปัญหาธุรกิจเครือข่ายดิไอคอนกรุ๊ป ที่มีผู้เสียหายเกือบ 10,000 คน และลุกลามทั่วโลก ทั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจงแทน
นายชิบกล่าวว่า การส่งคดีให้ดีเอสไอเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะหวั่นว่าหากดำเนินการไม่เสร็จทันตามกรอบเวลา อาจจะต้องมีการปล่อยตัวผู้ต้องหาจากการคุมขัง ทำให้ผู้ต้องหารอดคดี รวมถึงมาตรการควบคุมป้องกันการใช้สื่อหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ให้มีการโฆษณาหลอกลวงประชาชน การทำหน้าที่กำกับดูแลของ กสทช.
โดยนายประเสริฐระบุว่า ข้อมูลที่ทราบคือมีผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง 693 ราย ผู้ประกอบการธุรกิจแบบตรง 935 ราย และรัฐบาลได้มีการดำเนินการในการควบคุมเรื่องการโฆษณาที่เกินความเป็นจริง เสนอให้มีการกำหนดมาตรการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสร้างมาตรฐานในการโฆษณา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค
ด้านนางเอมอร ศรีกงพาน สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะวัฒนธรรม วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีท่าน ว.วชิรเมธี ถูกวิพากษ์วิจารณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ป และไร่เชิญตะวัน โดยนายวราวุธ ตีระนันทน์ สว.ในฐานะประธานอนุ กมธ.การศาสนาฯ กล่าวว่า มี 3 หลัก คือ 1.เรื่องพระธรรมวินัย เราคิดว่าคณะสงฆ์ต้องพิจารณา 2.เรื่องกฎหมาย ซึ่งมีตำรวจและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ จะเป็นอย่างไรเราไม่ทราบ
“และ 3.ด้าน กมธ.ฯ เราตระหนักดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องสำคัญของพุทธศาสนา ซึ่งท่าน ว.วชิรเมธี เป็นพระเถระผู้ใหญ่องค์หนึ่ง จะผิดจะถูกเราไม่สามารถรู้ได้ ซึ่งตอนนี้ประธาน กมธ.ฯ ได้มอบหมายให้ผมแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งตอนนี้ก็จะมีการนัดประชุมกัน หากได้ข้อเท็จจริงก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป” นายวราวุธระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 29 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาสถานะสมาชิกพรรคของนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเสนอให้พรรคขับนายสามารถให้พ้นสมาชิกพรรค
มีรายงานว่า เมื่อปี 2564 นายสามารถในฐานะนักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ถูกสถาบันภาษา ม.รามคำเเหง แจ้งว่าสถาบันฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีผู้มาเรียนและเข้าสอบแทนนายสามารถตั้งแต่วันที่ 6-7 มี.ค. 2564 ในการนี้สถาบันฯ ได้ตัดสิทธิ์ในการเรียนวิชาดังกล่าวของนายสามารถแล้ว หลังถูกพบว่ามีนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ไปเรียนและเข้าสอบหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับปริญญาเอก ม.รามคำแหงแทน โดยล่าสุดทางผู้บริหาร ม.รามคำแหงกำลังเตรียมพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ ผลการสอบสวนภายในและผลการสอบสวนของพรรคพปชร.ออกมาตรงกันว่า มีพฤติกรรมตามที่ถูกตรวจสอบจริง
นอกจากนี้ มีรายงานว่านายตำรวจยศ พ.ต.ท.คนดังกล่าวได้เลื่อนยศเป็น พ.ต.อ. ตำแหน่ง ผกก.สน.แห่งหนึ่ง ในสังกัด บช.น. และเมื่อไม่นานมานี้สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนกรณีเข้าเรียนและสอบแทนนายสามารถ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการกับนายตำรวจคนนี้ต่อไป
ที่ จ.บุรีรัมย์ มีความคืบหน้ากรณีลูกสาวของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านกรวด ตั้งตัวเป็นเท้าแชร์บ้านกิ๊ฟซี่ โกงเงินลูกแชร์หลายจังหวัดไม่ต่ำกว่า 60 คน สูญเงินไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท ล่าสุด ร.ต.อ.พนัส โกรดประโคน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกรวด ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเท้าแชร์กิ๊ฟซี่ที่ถูกแจ้งความกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปติดต่อให้มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่เห็นเข้ามาพบ ซึ่งก็จะต้องออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอน เบื้องต้นจากพฤติการณ์ก็เข้าข่ายความผิดข้อหาฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.การเล่นแชร์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮลดค่าไฟ6สต. งวด‘ก.ย.-ธ.ค.’ เหลือ3.89บาท
กกพ.เคาะค่าไฟงวด ก.ย.- ธ.ค. ลดลง 6 สตางค์ เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย
อึ้งว่าง8พันบรรจุหมื่นห้า ส้มคาใจ‘กกต.’แจงไม่ชัด
โคตรโกงสอบท้องถิ่น เปิดรายงานผลสอบชุด "ปกรณ์" ชี้พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน ทำเป็นขบวนการ ทุจริตชัดแจ้ง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน12ส.ค.
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
ภท.ไวจัด!ชงกม.ปืน 100มาตราปชช.ปลอดภัยขึ้น‘หนู’เคลียร์ดรามา
“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว
'ชัยวัฒน์' เปิดเหตุผล ทำไมต้องเร่งจัดตั้งองค์กรใหม่ 'ดีเอสไอ' สอบสวนเฉพาะทางทรัพยากรธรรมชาติฯ
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดันร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” รับมือการถ่ายโอนงานตำรวจตาม ม.165
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"

