
"อนุทิน" รีบกลับไทยก่อนกำหนด ประชุมคอนเฟอเรนซ์กำกับสถานการณ์น้่ำท่วมกรุง รัฐบาลเตือน 25 จังหวัดเสี่ยงแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก ย้ำพื้นที่ฝนสะสมสูงเตรียมพร้อมอพยพ เปิดจุดจอดรถหนีน้ำฟรี
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กระหว่างปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้ว่า "ส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผมกำลังเร่งเดินทางกลับแล้วเข้าพื้นที่ทันทีครับ"
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ว่าได้เรียกประชุมผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม
และมีรัฐมนตรีรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ปภ.จังหวัด กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอนุทินกล่าวในช่วงต้นการประชุมว่า ขณะนี้แม้กําลังปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ แต่ก็ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่มาโดยตลอด และมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้เรียกประชุมทางไกลในเบื้องต้นนี้ก่อน เพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุดและติดตามความคืบหน้าการทํางานโดยตรง โดยอยากให้ทุกหน่วยงานทํางานให้สอดรับกันอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ช่วยเหลือประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ห้ามมีคำว่าเป็นเรื่องของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องเป็นเรื่องของการทํางานทุกหน่วยงานร่วมกัน ซึ่งสถานการณ์น้ำในช่วงนี้มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ทั้งฝนที่ตกในพื้นที่ ปริมาณน้ำสะสม น้ำจากพื้นที่ตอนบน และความสามารถในการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการต้องมองทั้งระบบ ไม่แยกทำงานเป็นส่วนๆ และต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ
กำชับช่วยให้ทัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขอให้หน่วยงานด้านอากาศ ด้านน้ำ ด้านสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล ตลอดจนหน่วยงานด้านคมนาคม ความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชน ประสานข้อมูลและการปฏิบัติงานให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข สิ่งที่ประชาชนต้องการจากภาครัฐในเวลานี้คือข้อมูลที่ตรง การแจ้งเตือนที่เร็ว เส้นทางที่ชัด และความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ทันเวลา จึงขอให้ทุกหน่วยรายงานข้อมูลตามข้อเท็จจริง และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่ายที่สุด
“ขอให้การประชุมวันนี้ได้ข้อสรุปภาพการทำงานที่ชัดเจน ว่าพื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวัง ใครรับผิดชอบเรื่องใด ต้องเตรียมเครื่องมือและกำลังคนตรงไหน และหากสถานการณ์เปลี่ยนจะประสานกันอย่างไร ขอให้ทุกหน่วยทำงานเป็นทีมเดียวกัน ยึดความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก และทำทุกอย่างประสานกันอย่างไรให้เร็วที่สุดครับ” นายอนุทินระบุ
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการกรมทรัพยากรธรณียกระดับการเฝ้าระวังแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและฝนสะสมสูง เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เตือนพื้นที่เสี่ยง 25 จังหวัด
น.ส.ลลิดากล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี โดยศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย ได้แจ้งเตือนเครือข่ายอาสาสมัครและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 25 จังหวัด ให้เฝ้าระวังแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิดจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลพบุรี สระบุรี นครนายก นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ชลบุรี และตราด
พร้อมกันนี้ ได้กำชับเครือข่ายอาสาสมัครแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยในพื้นที่ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยจะติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์
เธอบอกว่า นายสุชาติได้เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักมากกว่า 100 มิลลิเมตรในรอบ 24 ชั่วโมง หรือมีฝนสะสมมากกว่า 300 มิลลิเมตร ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม ควรเตรียมขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินไปยังพื้นที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนสังเกตสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำในลำห้วยที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นข้น หรือมีเศษซากไม้ไหลมากับน้ำ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของน้ำป่าไหลหลากหรือแผ่นดินถล่ม พร้อมจัดเวรเฝ้าระวัง วางระบบแจ้งเตือนตั้งแต่ต้นน้ำถึงท้ายน้ำ เตรียมอุปกรณ์ส่องสว่าง และพร้อมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ทันทีหากสถานการณ์มีความเสี่ยง
“ช่วงนี้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องไม่ประมาท โดยเฉพาะเมื่อพบสัญญาณผิดปกติของน้ำหรือพื้นที่ลาดเชิงเขา ขอให้เตรียมพร้อมอพยพและปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ทันที ขณะที่หน่วยงานของรัฐจะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด” น.ส.ลลิดากล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี โทรศัพท์ 0-2621-9701
เปิดจุดที่จอดรถหนีน้ำฟรี
ขณะที่ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยกระดับการเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์อุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง กำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการเดินทางทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ
น.ส.พลอยทะเลกล่าวว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดพื้นที่อาคารจอดแล้วจร ให้ประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าจอดฟรี โดยสามารถนำรถเข้าจอดได้ตั้งแต่วันนี้-2 ตุลาคม 2569 ดังนี้
รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สายนคราพิพัฒน์) อาคารจอดแล้วจร สถานีศรีเอี่ยม (YL17) จอดได้ตั้งแต่วันนี้ - นำรถออกภายในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น.
รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สายวิวัฒน์นคร) อาคารจอดแล้วจร สถานีมีนบุรี (PK30) จอดได้ตั้งแต่วันนี้ - นำรถออกภายในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น.
สำหรับจุดจอดรถไฟฟ้า MRT จอดได้ตั้งแต่วันนี้ - นำรถออกภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ประกอบด้วยสายสีน้ำเงิน ได้แก่ สถานีลาดพร้าว และสถานีหลักสอง (2 อาคาร)
สายสีม่วง ได้แก่ สถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1
สายสีเขียว ได้แก่ สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต สายสีส้ม ได้แก่ สถานีคลองบ้านม้า
สั่งทุกจังหวัดรับมือ
ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 32/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การแก้ไขปัญหาและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในทุกภูมิภาค โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้งและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามแนวโน้มสภาพอากาศช่วงวันที่ 26-27 ก.ย.69 พบว่าหลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและร่องมรสุม จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้ทันสถานการณ์
“ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรู้ทั้งจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ หากจุดเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลงต้องปรับแผนรับมือให้ทัน รู้ระดับความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือ โดยเน้นการช่วยชีวิตเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนเกิดน้ำท่วม และสามารถแจ้งเตือนประชาชนให้ทัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง” นายนิรัตน์กล่าว
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับศูนย์ ปภ.เขต สำนักงาน ปภ.จังหวัด และหน่วยงานในสังกัด สนับสนุนจังหวัดในพื้นที่ที่มีทั้งการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง การแจ้งเตือน และการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย โดยให้วางทรัพยากรในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า หากพื้นที่ใดมีสถานการณ์รุนแรง เข้าถึงยาก หรือมีศักยภาพไม่เพียงพอ ให้เร่งประสานกำลังสนับสนุนจากพื้นที่ใกล้เคียงและส่วนกลาง รวมถึงอากาศยานปีกหมุน KA-32 ตามความจำเป็น เพื่อให้การเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พ่ายฝน300มม.! ‘ชัชชาติ’ สารภาพยากต่อการรับมือให้รอ3วันนํ้าแห้ง
กรุงเทพฯ วิกฤต “ชัชชาติ" เผย กทม.ฝนสะสมกว่า 300 มม. ยอมรับยากต่อการรับมือ หากต้องการแก้อย่างมีประสิทธิภาพต้องลงทุนเพิ่ม ระบุสถานการณ์ทรงตัว คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2-3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์
จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก
เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน
นายกฯโรดโชว์ แวะจีบอังกฤษ ลงทุนนวัตกรรม
นายกฯ โรดโชว์อังกฤษ ชูเสถียรภาพรัฐบาล ช่วยเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น ชวนเอกชนสหราชอาณาจักรลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต AI-วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม
‘จีน-สหรัฐ’ คุมเข้มAI ตั้งช่องทางสื่อสาร
จีนและสหรัฐอเมริกาตกลงที่จะจัดตั้ง "ช่องทางการสื่อสาร" สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ทั้งสองฝ่ายกล่าวหลังจากที่การประชุมสุดยอดที่วอชิงตันไม่ประสบความคืบหน้าใดๆ
21 จังหวัดยังอ่วม 'กทม.' จมน้ำ 48 ชั่วโมง จับตา 27 ก.ย.ฝนหนักถล่มซ้ำ
ประมวลสถานการณ์น้ำท่วม พบ 21 จังหวัดยังอ่วม กระทบวงกว้าง ขณะที่ กทม.เจอฝนต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง หลายเส้นทางจมน้ำ การจราจร
ไขกระจ่าง! นักอุตุนิยมวิทยา อธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม ไม่ใช่ 'ฝน 1,000 ปี'
ดร.วัฒนา กันบัว ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย และอดีตผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไขข้อข้องใจ: ปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม "ฝน 1000 ปี" จริงหรือ? หรือเกิดจากกลไกทางอุตุนิยมวิทยาแบบไหนกันแน่

