มติสภาแก้รธน.ชั้นเดียว‘ภท.’สวน

ไฟเขียวติดอาวุธ กมธ. เรียกบุคคล-เอกสารมาตรวจสอบ โรมเมินโดนขู่ร้องศาล รธน.  ขณะที่สภาค้านมติเกณฑ์ประชามติ 2 ชั้น ลากยาวไปอีก 180 วัน พรรคร่วมส่อปริ ภูมิใจไทยยกขบวนโหวตสวนแหกหน้าเพื่อไทย อดิศรสวดยับไล่หลังตัวถ่วงประชาธิปไตย 

เมื่อวันพุธ เวลา 11.45 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ….. ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นการพิจารณาในวาระสองและวาระสาม

โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายในมาตรา 4 บทนิยามคำว่ากรรมาธิการ ว่าในร่างของ กมธ.ที่ไปแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำ ซึ่งตนเองเห็นว่าการแก้ไขของ กมธ.น่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและข้อเท็จจริงที่มีอยู่ เพราะจากร่างเดิมของสภาที่รับไป เขียนให้ครอบคลุมกรรมาธิการ นิยามของกรรมาธิการมีกรรมาธิการสามัญ กรรมาธิการวิสามัญ  กรรมาธิการร่วมกัน ของสภาและวุฒิสภา และกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกรณีที่มีการประชุมร่วมกันในนามรัฐสภา มีอำนาจเรียกบุคคลหรือเรียกเอกสารได้

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. ชี้แจงว่า กรณีนี้ไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเลย  ส่วนการตีความจะไม่รวมไปถึงกรณีจะให้มีกรรมาธิการสามัญของรัฐสภา การที่เราจะมีกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภาหรือไม่มันเป็นกฎหมายอื่น กรณีนี้เป็นเรื่องของการใช้อำนาจเรียก ซึ่งปัจจุบันเราไม่มีกรรมาธิการสามัญของรัฐสภา กฎหมายนี้ไม่ได้มีอำนาจให้เราไปจัดตั้งกรรมาธิการสามัญของรัฐสภา ตามหลักกฎหมายจึงจะรวมแค่กรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภาเท่านั้น

ทั้งนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ไม่ได้สนใจ โดยให้ที่ประชุุมลงมติทันที ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับ กมธ. เสียง 383 ไม่เห็นด้วย 3 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 8 เสียง จากนั้นพิจารณามาตราอื่นตามลำดับ

ต่อมาเวลา 17.20 น. หลังที่ประชุมพิจารณาเสร็จสิ้น ลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ 398 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง ไม่ลงคะแนน 5 เสียง

ต่อจากนั้น ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ.…. ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีมติเห็นชอบตามร่างแก้ไขของวุฒิสภาให้ยึดเกณฑ์ประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นแบบ 2 ชั้น คือต้องมีผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ใช้เสียงทั้งหมด และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง ทั้งนี้ ในการอภิปรายของ สส.ของพรรคเพื่อไทย และ สส.พรรคประชาชน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยขอให้ยืนยันการใช้เกณฑ์ประชามติด้วยเสียงข้างมากชั้นเดียว

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การทำประชามติถือเป็นกุญแจดอกสำคัญในมือของประชาชน ที่จะไขประตูบานใหญ่ของประเทศ เข้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การใช้เสียงข้างมากปกติโดยตรงจึงเป็นสิ่งที่สมควรอยู่แล้ว เมื่อพิจารณาสิทธิ์ไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามด่านพิสดารของเสียงข้างมาก 2 ชั้น ก็อาจทำให้สิทธิ์เสียงข้างมากของประชาชนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ตามกระบวนการประชาธิปไตยถูกบิดเบือนไปได้ เว้นเสียแต่ว่าผู้ที่สนับสนุนหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ปรารถนาอยู่ลึกๆ ในใจว่าให้การใช้สิทธิ์ออกเสียงของประชาชนเป็นไปได้ยากขึ้น พูดง่ายๆ คือใครที่ยังคิดสนับสนุนเสียงข้างมาก 2 ชั้น อาจจะถูกครหาได้ว่าขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ 2560            

ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายตำหนิพรรคร่วมรัฐบาลว่า  เป็นตัวถ่วงประชาธิปไตย กฎหมายทุกฉบับและรัฐธรรมนูญแก้ไขได้ ทั้งนี้ การแก้รัฐธรรมนูญจะทำได้ต้องผ่านประชามติก่อน ทั้งนี้ สว.และ สส. หากมีปัญหาเห็นไม่ตรงกัน อำนาจให้ไว้ที่รากแก้ว คือ สส. ส่วน สว. เปรียบเสมือนรากฝอย  เมื่อขัดแย้งกันต้องใช้สภา ยืนยันตามสภา เพราะเป็นสภาตัดสิน แต่เสียเวลา เพราะต้องรอเวลา 180 วันหรือ 6 เดือน ในที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไม่ทันในสมัยนี้ อย่างมากเสนอได้แค่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เท่านั้น

 “ใครคือจำเลย สภาผู้แทนฯ ไม่ใช่ อีกสภาหนึ่งใช่หรือไม่ ต้องใช้วิจารณญาณ สภาผู้แทนฯ เห็นด้วยให้มีชั้นเดียว ทุกพรรคการเมืองร่วมตั้งกรรมาธิการ แต่ผมผิดหวัง ที่อยู่ๆ ไปงดออกเสียง กลับลำสิ่งที่ตนเองลงมติไว้ และทราบข่าวว่าจะงดออกเสียงอีก จะบั่นทอนอำนาจสูงสุดที่ประชาชนให้ไว้ ไปร่วมกับสภารากฝอยได้อย่างไร ผมพูดด้วยน้ำตา พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แถลงนโยบายด้วยกัน ว่าจะเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยยึดโยงประชาชนและหลักการประชาธิปไตย พรรคร่วมทุกพรรคต้องปฏิบัติตามนี้ ไม่เช่นนั้นจะลงเรือลำเดียวกันได้อย่างไรต่อไป” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวด้วยว่า ประธาน กมธ.ร่วมฯ รวมถึง สส.ที่ได้รับอำนาจจากสภาแล้วไปกลับลำที่สภาสูง ขอให้กลับใจ แก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่นี่เป็นที่แก้ไข ไม่ใช่ที่ถ่วงความเจริญของประชาธิปไตย ใครคนใดที่ไม่แก้รัฐธรรมนูญหรือถ่วงความเจริญ ถือว่าคนนั้นทำลายประชาธิปไตย

 ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยึดมั่นในสิ่งที่พรรคได้เสนอในร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ต้องมีเกณฑ์แบบ 2 ชั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด แม้เราเห็นต่างกัน แต่ไม่ได้ยึดติดหรือยึดมั่นโดยไม่มีหลักการและเหตุผล เราเห็นว่ามีความจำเป็นว่าต้องใช้เกณฑ์เสียงข้างมากสองชั้น เหตุผลเพราะประชาชนตระหนักดีว่าทุกเรื่องที่ต้องทำประชามติสำคัญและมีผลกระทบทั้งประเทศ จึงต้องการความมั่นใจว่าผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์มีปริมาณเพียงพอที่น่าเชื่อถือจริงๆ 

นายไชยชนกกล่าวอีกว่า ข้อกังวลว่าหลักเกณฑ์แบบ 2 ชั้นจะนำไปสู่การรณรงค์เพื่อไม่ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ หากมีการกระทำเช่นนั้น ประชามติจะเป็นโมฆะได้ แต่ตนคิดว่าไม่น่าเกิดขึ้นได้ นอกจากการรณรงค์เช่นนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย วันนี้มีเพื่อนสมาชิกพาดพิงมาถึงพรรคภูมิใจไทยแล้วบอกว่าเสียใจที่เราจะงดออกเสียง ไม่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง และมีการพูดว่าพรรคภูมิใจไทยอาจจะมีความต้องการหรือเจตนาจะขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ตราบใดที่เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการจริงๆ อย่างเห็นได้ชัด พรรคภูมิใจไทยไม่มีทางหรอกครับ

นายไชยชนกระบุว่า ขอแจ้งให้ทุกท่านสบายใจว่าวันนี้เราไม่งดออกเสียงแน่ๆ และไม่ว่ามติของการประชุมในวันนี้จะเป็นอย่างไร เราจะเคารพในเสียงส่วนมาก ตนในฐานะตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตยืนยันจุดยืนเดิมที่พรรคเคยนำเสนอในการทำประชามติ เพราะคิดว่าเป็นการคืนอำนาจจากสภาตัวแทนไปสู่เจ้าของอำนาจประชาธิปไตยตัวจริง ที่คำนึงถึงเสียงของทุกคน และถูกตัดสินใจในเสียงส่วนมาก

 “เราจึงมองว่ากระบวนการที่จะนำไปสู่การตัดสินใจในเรื่องสำคัญของประเทศ จำเป็นต้องมีเกณฑ์ ถึงจะสามารถสะท้อนความเห็นของชาวไทยทั้งประเทศได้ และมีความศักดิ์สิทธิ์เพียงพอ พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการทำให้กระบวนการทำประชามติควรเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทยทุกคน แต่ไม่ควรจะมักง่ายในวิธีการ” นายไชยชนกกล่าว

กระทั่งเวลา 20.25 น. ที่ประชุมสภาโหวตไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ด้วยคะแนน 326 ต่อ 61 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) และมาตรา 138 (2) กำหนดว่าร่างกฎหมายที่ถูกยับยั้งจะพิจารณาใหม่ได้เมื่อพ้น 180 วัน นับแต่ที่สภาไม่เห็นชอบ จากนั้นได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 20.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทั้งนี้  61 เสียงที่โหวตเห็นชอบแก้ รธน. 2 ชั้นคือ สส.พรรคภูมิใจไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

ทูตอิหร่านรับเสียใจ ‘เสธ.ทร.’ชี้3คนไทยมีชีวิต/กรมเจ้าท่าเผยไร้‘เรือ’ตกค้าง

"ศบก." เผยทูตอิหร่านแสดงความเสียใจเหตุเรือสินค้าไทยโดนโจมตี "สีหศักดิ์" ยันอาเซียนจะร่วมมือกันช่วยเหลือด้านพลังงาน-คุ้มครองชาวอาเซียน เผย 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทยสัปดาห์หน้า

โปรดเกล้าฯโผ ‘ทหาร’กลางปี 319ตำ แหน่ง!

คลอด "โผนายพลทหาร" กลางปี 319 ตำแหน่ง “ผบ.ทบ.” ขยับ 4 กองทัพภาค วาง “แม่ทัพกอล์ฟ” ข้ามเข้า ทบ. จ่อเข้า 5 เสือ อดีต “ผบ.พล.2 รอ.” คัมแบ็กนั่งรองแม่ทัพภาค 1 "เสธ.ต๊อด" ขึ้นรองเจ้ากรมฯ ผบ.เหล่าทัพหนุนยกระดับใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการรบยุคใหม่

พน.ทาบซื้อนํ้ามัน‘รัสเซีย’

“พิพัฒน์” ชี้หลัง 16 มี.ค. รู้ผลดีเซลขยับราคาอย่างไร เผยพลังงานพยายามเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มเติมจากรัสเซีย ยันไม่มีขาดตลาดแน่นอน “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” บอกโรงกลั่นไทยรับน้ำมันแดนหมีขาวได้

‘กกต.’แจ้นแจง ฮั้วสว.ยังไม่จบ แค่ชั้นอนุฯกก.

สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.