
“ประยุทธ์” ยินดีกับผู้ชนะเลือกตั้งซ่อม ชี้เป็นคนไทยเหมือนกัน วอนเดินหน้าทำเพื่อประชาชน อย่าถูกปั่นให้แตกแยก “บิ๊กป้อม” เตรียมประชุมพรรคครั้งแรก 2 ก.พ. จับตาถกปัญหามรสุมถาโถม ทั้งเคสไล่ 21 ส.ส.-ความพ่ายแพ้ 3 เขต-ท่าทีธรรมนัส ทั่นเต้นโผล่วิเคราะห์ผลหย่อนบัตร เชื่อ “ลุงตู่” เลือกหนทางยุบสภาแน่ วิษณุชี้ 2 กฎหมายลูกจ่อเข้าสภา แต่หากเกิดอุบัติเหตุก่อนยุ่งแน่ ครม.เคาะแล้ว 17-18 ก.พ. ให้ทั่นผู้แทนด่าฟรีออกทีวี
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากบ้านพักภายในกรมทราบราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์( ร.1 รอ.) โดยนายกฯ ยังคงปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุข หลังเดินทางกลับจากซาอุดีอาระเบีย แม้การตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ทั้ง 2 ครั้งจะมีผลเป็นลบ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้อวยพรเนื่องในวันตรุษจีน โดยขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ มีสุขภาพแข็งแรง บ้านเมืองปลอดภัย แม้ขณะนี้จะทำงานที่บ้าน เพราะอยู่ระหว่างกักตัว แต่ยังทำงานปกติ มีการติดตามการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแก้ปัญหาในช่วงนี้
“เรื่องการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม.จบแล้ว ใครแพ้ใครชนะประชาชนเป็นคนตัดสิน ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคไหนก็คนไทยเหมือนกัน อย่าให้สื่อใช้โอกาสการเลือกตั้งมาสร้างความแตกแยก ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ ช่วยกันแก้ปัญหา ไม่คิดว่ามีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ในช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ย้ำอีกครั้งว่า วันนี้วันดี เป็นวันตรุษจีน ต้องอารมณ์ดี ไม่อารมณ์เสีย การเมืองคือการเมือง ต้องทำงานให้กับประชาชนไว้วางใจ ทำเพื่อคนไทย ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ และยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง พรรคไหนก็ยินดี และขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาว่าจบไปแล้ว ถือเป็นการตัดสินใจของประชาชน อย่าใช้โอกาสนี้สร้างความแตกแยก ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลตั้งใจและช่วยกันทำงานต่อไปเพื่อประชาชนและประเทศ
นายธนกรยังกล่าวว่า มั่นใจว่าวันนี้ประชาชนยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีผลงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม จับต้องได้ ที่สำคัญคือมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เด็ดขาดกับการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เหมือนกับรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา ทั้งนี้ แม้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ครั้งล่าสุดพรรคเพื่อไทย (พท.) จะได้รับชัยชนะ แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจ เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งซ่อมเพียงเขตเดียวที่ไม่ได้ส่งผลต่อเสียงของรัฐบาล ดังนั้นจึงไม่สามารถนำมาวัดกับการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศในสมัยหน้าได้
นายธนกรยังกล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท. ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถนำพาประชาชนออกจากวิกฤตได้ ทางที่ดีที่สุดคือคืนอำนาจให้ประชาชน การยุบสภาไม่ใช่เรื่องน่าอายนั้น ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้หวงอำนาจ แต่นายกฯ เข้ามาบริหารประเทศตามมติของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอำนาจย่อมกลับคืนสู่ประชาชนอยู่แล้ว แต่การเรียกร้องของฝ่ายค้านในขณะนี้ ไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชน หรือว่าอยากให้คืนอำนาจให้ฝ่ายค้านได้กลับมามีโอกาสเป็นรัฐบาลอีกครั้งกันแน่
พปชร.นัดประชุม 2 ก.พ.
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตจตุจักร-หลักสี่ ว่าขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลือกตั้งด้วย แต่ไม่ขอวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง เพราะเป็นธรรมดาที่การเลือกตั้งต้องมีทั้งคนแพ้ คนชนะ แต่ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงพรรค ปชป.จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตนี้แน่นอน ซึ่งว่าที่ผู้สมัครที่เตรียมไว้แล้วคือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ส่วนกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ยุบสภานั้น ฝ่ายค้านก็ได้เรียกร้องมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งซ่อมอยู่แล้ว ส่วนจะยุบสภาหรือไม่ยุบ ก็ขอตอบซ้ำว่าคนมีอำนาจคือนายกฯ ต้องไปถามท่าน
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในช่วงเช้าวิปพรรคได้ไลน์แจ้ง ส.ส.พรรคขอยกเลิกการนัดประชุมพรรคในวันที่ 1 ก.พ. ไปเป็นวันที่ 2 ก.พ.ที่อาคารรัฐสภา ชั้น 6 ห้องประชุมพรรค เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของปี 2565 ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคจะเข้าร่วมประชุมด้วย ท่ามกลางสถานการณ์สำคัญที่พรรคเจอ 2 มรสุมสำคัญคือ เหตุการณ์การขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พร้อมสมาชิกรวม 21 คนพ้นพรรค และการพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ทั้ง 3 เขต โดยเฉพาะล่าสุดหลังแพ้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.แล้ว ร.อ.ธรรมนัสได้โพสต์เฟซบุ๊กทิ้งเป็นปริศนาว่า the enemy of my enemy is my friend หรือศัตรูของศัตรูคือมิตร ทำให้ ส.ส.พรรควิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยเฉพาะผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ทั้ง 3 เขตที่แพ้ ซึ่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และความนิยมของพรรคที่ลดลง โดยเฉพาะคิวต่อไปจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีกระแสข่าวว่าพรรคจะส่ง น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ทำให้ ส.ส.หลายคนเริ่มประเมินสถานการณ์ และทิศทางของพรรคในอนาคตกันอย่างหนัก
นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. ในฐานประธานภาค กทม. พรรค พปชร.กล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม. ว่าทำให้พรรคได้รับผลกระทบ ซึ่งพื้นที่ กทม.มีความอ่อนไหว บางครั้งตัดสินใจกันในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ยังเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังขายได้ ซึ่งการเข้ามาบริหารประเทศจะมีทั้งเรื่องบวกและลบ แต่ยังเชื่อว่าประชาชนชาว กทม.จะยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์อยู่ ส่วนในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า กทม.เขต 9 พรรคจะยังส่งนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ลงสู้ศึกหรือไม่ คงต้องรอพรรคเป็นผู้พิจารณา
ส่วนที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการประชุม ส.ส.พรรค รวมทั้งนายสุรชาติ เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.กทม.เขต 9 เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรก ซึ่งนายสุรชาติได้กล่าวขอบคุณ ส.ส.และผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ที่ให้การสนับสนุนและเลือกตนเองเป็นผู้สมัคร และขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกเข้ามาทำงาน ถือเป็นการตอบรับทางด้านคุณค่าจากประชาชนในฐานะผู้แทนราษฎรเดินดินที่พรรคเพื่อไทยมีมากที่สุด ขอให้ชัยชนะครั้งนี้เป็นของผู้แทนเดินดินของพวกเราทุกคน
นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรค พท. ได้แต่งกลอนต้อนรับนายสุรชาติว่ารับใช้ประชาชนคนหลักสี่ จตุจักรคนดีศรีสมัย ชื่อสุรชาติ เทียนทอง คล้องดวงใจ เพื่อประชาธิปไตย เพื่อไทย เพื่อทุกคน
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 24 ส.ค. 2565 พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ ครบปีที่ 8 ซึ่งถือเป็นการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ที่ยาวนานเทียบเท่ากับจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกฯ ที่มาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2491 ถือว่านานเกินกว่าที่ประชาชนจะทนไหว แต่ในเดือน พ.ค.ชะตากรรมของ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่รอด นอกจากพรรคจะชนะการเลือกตั้งซ่อมอย่างถล่มทลายแล้ว พรรคพลังประชารัฐยังได้คะแนนต่ำกว่า 3 อันดับแรก และต่อไปจะมีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างที่อาจเป็นตัวชี้วัดตัดสินอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์และองคาพยพว่ากำลังถึงเวลาดับลงแล้ว
“ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ยอมจำนนโดยดี ปล่อยอำนาจในมือ สยบต่อความต้องการของประชาชน อย่าปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง หยุดเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องและนายทุน โปรดยุบสภาภายในต้นปีนี้ หมดเวลาของทหาร คืนอำนาจประชาชนไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว” น.ส.อรุณีกล่าว
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 ว่าไม่เหนือความคาดหมาย ซึ่งกระแสความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และกระแสความนิยมของพรรค พปชร.รูดตกเหวลงไปพร้อมๆ กัน ความเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถนำมาโฆษณาขายได้เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่ง
เหตุการณ์แบบนี้เกิดเป็นคำถามด้วยซ้ำไปว่า เลือกตั้งใหญ่คราวหน้าจะยังมีพรรค พปชร.เป็นพรรคหลักพรรคหนึ่งในสนามหรือไม่
“การเลือกตั้งคราวนี้แม้จะไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงกับการเมืองในภาพใหญ่ แต่รหัสสัญญาณที่ปรากฏออกมา ก็พอจะหยิบยกมาวิเคราะห์ความเป็นไปทางการเมืองได้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงตรงนี้ฟันธงว่าอยู่ยาก ไม่ใช่ยากธรรมดา โคตรยาก อายุรัฐบาลเหลือปีกว่าๆ มีคำถามแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้จะจบลงอย่างไร คำตอบตามวิถีการเมืองแบบสังคมไทยก็มองได้ 3 ประการด้วย คือ 1.นายกฯ ลาออก เลือกนายกฯ กันใหม่ 2.เกิดการรัฐประหาร และ 3.ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน”
นายณัฐวุฒิโพสต์อีกว่า ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจลาออก เช่นเดียวกับรัฐประหารที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แม้สังคมไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ก็ตาม เพราะถ้าจะรัฐประหารเพื่อกระชับอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ วันนี้สถานการณ์มันเลยจุดนั้นมาแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังกลายเป็นสินค้าหมดสภาพ แล้วต้องสิ้นอายุขัยไปทางการเมืองแล้ว ทางออกที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน
วันเดียวกัน รายงานจากที่ประชุม ครม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยังรายงานให้ที่ประชุมทราบความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น จะเสร็จในวันที่ 2 ก.พ. จากนั้นจะส่งมาให้ ครม. โดยไม่ต้องนำเข้า ครม.เพื่อพิจารณาซ้ำ เสร็จแล้วจะส่งให้วิปรัฐบาลวันที่ 7 ก.พ. เมื่อวิปรัฐบาลพิจารณารายละเอียดเรียบร้อย จะแจ้งมาให้ ครม.รับทราบในวันที่ 15 ก.พ. จากนั้นรัฐบาลจะส่งให้สภาไปดำเนินการต่อ
ทั้งนี้ นายวิษณุได้ย้ำว่า “ถ้ากฎหมายประกอบการเลือกตั้งไม่เสร็จ ยุบสภาจะลำบากมาก เพราะไม่รู้จะนับคะแนนอย่างไร ดังนั้น กฎหมายดังกล่าวจึงมีความจำเป็นอย่างสูง” ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ช่วยกันรักษา ทำกันให้เรียบร้อยแล้วกัน”
17-18 ก.พ.ครม.พร้อมฟังคำด่า
รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ในที่ประชุม ครม. นายวิษณุยังได้หารือกับที่ประชุมกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า รัฐบาลพร้อมเมื่อไหร่ ซึ่งนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ เสนอว่าให้อภิปรายในช่วงวันที่ 17-18 ก.พ. เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมการ ซึ่งนายกฯ และรัฐมนตรีไม่มีคนใดขัดข้อง โดยจะส่งวันให้สภาเพื่อจัดสรรเวลาต่อไป ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสริมว่า “ผมจะพูดในหลักการกว้างๆ ทั่วไป แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงรายละเอียดในส่วนที่รับผิดชอบ
นายธนกรกล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์รับทราบญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในวันที่ 17-18 ก.พ. โดยขอให้ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีเตรียมข้อมูลให้พร้อมเพื่อรับศึกอภิปราย
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.มีความพร้อมในวันที่ 17-18 ก.พ. ในการชี้แจงญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปที่ นพ.ชลน่านกับคณะรวม 173 คนได้เข้าชื่อกัน โดยนายกฯ มั่นใจว่า ครม.มีความพร้อมชี้แจงในประเด็นต่างๆ ตามที่ นพ.ชลน่านระบุ ไม่ว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจตกต่ำ ของแพง การก่อหนี้สาธารณะ การแก้ไขปัญหาโควิด-19 โรคระบาดสัตว์ และการแก้ปัญหาทุจริต เป็นต้น
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงไทม์ไลน์การประชุมสภาในเดือน ก.พ. ว่าวันที่ 8 ก.พ. เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาเรื่องร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศที่ค้างการพิจารณา วันที่ 9-11 ก.พ. เป็นการประชุม ส.ส.ตามวาระ วันที่ 16 ก.พ. งดการประชุมเนื่องจากวันมาฆบูชา วันที่ 17-18 ก.พ. ประชุมสภา และในช่วงปลายเดือน วันที่ 23-25 ก.พ. กำหนดให้มีการประชุม แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นการประชุมร่วมรัฐสภา หรือการประชุมสภาปกติ
เมื่อถามว่าการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นพ.สุกิจกล่าวว่า ประธานสภาฯ ได้มอบหมายให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ดูแลเรื่องดังกล่าว ซึ่งนายสุชาติจะนัดประชุมวิปร่วมของสภาในวันที่ 2 ก.พ. เวลา 14.00 น. เพื่อกำหนดวันและเวลาที่แน่นอน และนอกจากนี้จะเชิญครม.เข้าร่วมการประชุมเพื่อประสานงานกันด้วย จึงน่าจะชัดเจนในวันที่ 2 ก.พ.
วันเดียวกัน ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) คณะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 นำโดย รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ได้เข้าพบแกนนำพรรคเพื่อรณรงค์ให้ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ โดยมีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และคณะร่วมพูดคุย โดยนายชัยธวัชระบุว่า พรรคพร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อในแคมเปญนี้ และเมื่อกฎหมายเข้าสู่สภา พรรคก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะมีจุดยืนให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 272 มาตั้งแต่ต้น และที่ผ่านมาก็เคยร่วมผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสู่สภา แต่เสียดายที่เสียงส่วนใหญ่ในสภาเวลานั้นยังฝืนความรู้สึกของประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี้นับใหม่18เขต/กกต.ยื้อชลบุรี
“กกต.” ขอเวลา 2 วัน สอบปมร้องนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ส่ง "รองเลขาฯ ฝ่ายสืบสวน" ประสาน ผอ.กกต.จังหวัด
หนูจ่อควบกลาโหม แย้ม300เสียงอยู่ครบ4ปี เท้งคิดไขก๊อกกันเดดล็อก
“อนุทิน” ย้ำรอดูตัวเลข กกต.นิ่งก่อนคุยจัดตั้งรัฐบาล ลั่นต้องอยู่ครบวาระ 4 ปี
สั่งครม.ศึกษาเลิกMOU ลุยสร้างรั้วชายแดนไทย
"อนุทิน" สั่ง ครม.เร่งศึกษาเลิก MOU 44 เป็นประธานวันครบรอบ 72 ปี
กลุ่มตกหล่นเฮ! คนละครึ่งเฟส2 ได้2-2.4พันบาท
คลังยันวางระบบ "คนละครึ่งพลัส" พร้อมเดินหน้า 100% "เอกนิติ" คอนเฟิร์มตามนโยบายหาเสียงให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่น 2,000-2,400 บาท
ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี
ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน
ร้องเรียนทุจริต113เรื่อง ปชน.ลุยหาหลักฐานฟ้อง
"กกต." เผยร้องเรียนทุจริตโผล่แล้ว 113 เรื่อง ซื้อเสียงหนักสุด งึมงำเฉียบขาด-กัด

