"องค์กรต้านโกง" ขีดเส้น 28 เม.ย. บี้ "นายกฯ อิ๊งค์" เคลียร์ปมตึกถล่มให้ชัด 5 ประเด็น "กทม." เดินหน้ารื้อซากทั้งหมด ยันพบชิ้นส่วนอวัยวะของผู้ติดค้าง 18 เคส ส่งนิติเวชฯ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล "ก.อุตสาหกรรม" ลุยตรวจเหล็กเส้นเพิ่มอีก 40 ท่อน ฮึ่มเจอผิดฟันแน่ ทั้งผู้ผลิต-จนท.
เมื่อวันที่่ 20 เมษายน นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงความคืบหน้าของปฏิบัติการรื้อถอนอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่ม และการค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งเข้าสู่วันที่ 24 แล้วว่า ผลการดำเนินการตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ยืนยันว่าพบชิ้นส่วนและอวัยวะของมนุษย์จำนวน 18 เคส พร้อมทรัพย์สินของผู้สูญหายจำนวนหนึ่ง ถูกส่งให้สถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจ และกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตรวจสอบและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
ส่วนผลการดำเนินการหรือซากอาคารถล่มมีความคืบหน้าไปมาก สามารถนำเศษซากอาคารออกจากพื้นที่ ใส่รถบรรทุกได้มากกว่า 242 เที่ยว ทำให้พื้นที่อาคารถล่มในแต่ละโซนลดระดับความสูง และทำให้พื้นที่แคบลง โดยวันนี้เร่งนำซากอาคารออกจากพื้นที่ทั้ง 4 โซน โดยเฉพาะโซน C จะเพิ่มเที่ยวรถบรรทุกขนาดเล็กเข้ามาทำการขนย้าย เพราะเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ส่วนพื้นที่โซนเอและโซนบี ที่ทีมนานาชาติเคยตรวจพบสัญญาณชีพจำนวนมากก่อนหน้านี้ เหลืออีกประมาณ 1 เมตร จะถึงพิกัดที่ถูกระบุเอาไว้ คาดว่ามีผู้ติดค้างอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก
ด้าน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แผนการค้นหาผู้สูญหายที่พบชิ้นส่วนเป็นจำนวนมากถูกส่งให้กับสถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจตรวจสอบนั้น เบื้องต้นได้ประสานสถานทูตไทยประจำเมียนมา ในการเก็บพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ นำมาเปรียบเทียบ รวมกับจำนวนที่เดินทางมาเก็บดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชฯ ขณะนี้ที่เก็บแล้วมีจำนวน 97 คน ซึ่งยืนยันว่าจะรื้อโครงสร้างของอาคารถล่มทั้งหมด และขอความร่วมมือกับสุนัข K9 เข้าไปค้นหาอวัยวะผู้สูญหาย ที่อาจจะติดไปกับซากอาคารที่ถูกนำออกจากพื้นที่ไปจัดเก็บไว้ เป็นการตรวจสอบซ้ำเพื่อค้นหาร่างผู้สูญหายและชิ้นส่วนอวัยวะ ซึ่งทั้งหมดจะถูกส่งตรวจสอบให้สมบูรณ์มากที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิต โดยต้องทำงานอย่างละเอียดและรอบคอบ ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการกู้สร้างอาคารเพิ่มขึ้น
วันเดียวกัน นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งผลการทดสอบเหล็กเส้น sky จากตึก สตง. เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 โดยสถาบันเหล็กฯ มีผลเป็นไปตามข่าวก่อนหน้านี้คือ มีเหล็ก 3 ชนิด ที่ตกค่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ได้แก่ 1.เหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตร ตกทดสอบความสูงของบั้ง (การยึดเกาะกับปูน) 2.เหล็กข้ออ้อย 20 มิลลิเมตร ตกทดสอบค่าเหล็กเบา (มวลต่อเมตร) และ 3.เหล็กข้ออ้อย 32 มิลลิเมตร ตกทดสอบค่าแรงดึง (การรับแรง)
ทั้งนี้ วันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงฯ โดยทีมสุดซอย ได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผู้แทนอิตาเลียนไทย ได้เข้าเก็บตัวอย่างเหล็กเพิ่มเติมจากบริเวณตึก สตง.ถล่ม โดยการเก็บตัวอย่างเหล็กเส้นเพิ่มได้เก็บจากหลายจุดหลากหลายชนิดและขนาด จำนวน 8 ชนิด ชนิดละ 5 ท่อน รวมทั้งสิ้น 40 ท่อน และสถาบันเหล็กฯ จะทำการตรวจสอบตามมาตรฐาน มอก. ในวันที่ 21 เม.ย. ดังนี้ 1.มวลต่อเมตร 2.ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง และความกว้างครีบ 3.ส่วนประกอบทางเคมี 4.ความต้านแรงดึง 5.ความต้านแรงดึงที่จุดคราก 6.ความยืด 7.ความดัดโค้ง 8.มุมระหว่างบั้งครีบแกนของเหล็ก และ 9.เครื่องหมายที่เหล็กข้ออ้อย
“ผลการตรวจสอบหากผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ไม่ควรมีระบบสอบตก ขอครูสอบใหม่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผ่าน อันนั้นไม่ถูกต้อง สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยของประชาชน หากผู้ผลิตมีความผิด ก็ต้องรับโทษ-ยึดใบอนุญาต-ปิดโรงงาน ตามขั้นตอน เพราะสังคมคาดหวัง และเราจะไม่ให้ที่ยืนกับโรงงานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอีกต่อไป” นายพงศ์พลกล่าว และว่า หากพบเจ้าหน้าที่คนใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องได้รับโทษด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. เพจเฟซบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ลงนามโดยนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรฯ เรื่อง “ขอให้เร่งรัดและชี้แจงความคืบหน้ากรณีอาคาร สตง.แห่งใหม่ถล่ม” โดยมีใจความว่า รู้สึกผิดหวังที่นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงหลังเกิดเหตุไปแล้ว 3 สัปดาห์ ทั้งช้าและไม่ชัดเจนในรายละเอียด จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ โปรดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาคำตอบให้ชัดเจน ตามข้อสังสัยดังนี้
1.การออกแบบถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ และใครเป็นคนรับผิดชอบ 2.การควบคุมงาน ใครเป็นวิศวกรและสถาปนิกผู้ควบคุมงานที่แท้จริง และมีการตรวจสอบวัสดุที่ใช้เป็น ประจำหรือไม่ (ในสัญญาควบคุมงานระบุว่า ต้องตรวจสอบวัสดุกี่ครั้ง/อย่างไร และได้มีการทำตามขั้นตอนหรือไม่/ อย่างไร) ต้องหาคนรับผิดชอบมาลงโทษตามกฎหมาย 3.ผู้รับเหมาได้ทำงานผิดพลาดในการก่อสร้าง หรือไม่/อย่างไร ทั้งวิธีการทำงานและวัสดุที่ใช้ และบทลงโทษคืออะไร 4.การที่อาคารถล่มเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันหรือไม่/อย่างไร ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องนำตัวมาลงโทษ 5.การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชัน ใครเป็นคนรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต
“องค์กรฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านนายกรัฐมนตรี จะเร่งรัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และให้ได้คำตอบที่ชัดเจนภายในวันที่ 28 เมษายน 2568 หรือ 1 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้น ในภาคราชการ อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ในการบริหารงานของประเทศต่อไป” นายมานะระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น
เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม
ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’
ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย
นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!
"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ
อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย
นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”
‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก
แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’
"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม

