“เปรมชัย-พิมล” นอนคุกคืนแรก ถูกให้กักโรคโควิด-19 ที่แดนพยาบาล เหตุสูงอายุ มีโรคประจำตัว ช่วยเหลือตัวเองลำบาก “เรืองไกร” บี้นายกฯ ยกเลิกมติ ครม.อนุมัติงบเพิ่มค่าควบคุมงานก่อสร้างตึก สตง. หลังถล่มไปแล้ว
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2568 ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับตัวนายพิมล เจริญยิ่ง และนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาในคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เข้าฝากขังผัดแรกเมื่อวันที่ 17 พ.ค. โดยมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับชีวิตในเรือนจำคืนแรกของผู้ต้องหาทั้งสอง ซึ่งพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ประเมินอาการของนายพิมลและนายเปรมชัยแล้ว พบว่าเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ และมีโรคประจำตัว อีกทั้งยังพบว่ามีความลำบากในการช่วยเหลือตัวเอง เรือนจำจึงได้ให้ผู้ต้องหาทั้งสองแยกกักโรคโควิด-19 เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดที่แดนพยาบาลภายในเรือนจำ
นอกจากนี้ เรือนจำยังได้จัดให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ซึ่งเป็นอดีตแพทย์ เข้ามาดูแลสุขภาพของผู้ต้องหาทั้งสองอย่างใกล้ชิด รวมทั้งอนุญาตให้นายพิมลและนายเปรมชัยรับยารักษาโรคประจำตัวที่ได้นำติดตัวมาด้วย ซึ่งนายพิมลและนายเปรมชัยยังพักรักษาตัวและอยู่ในระหว่างการกักโรคอยู่ที่แดนพยาบาลของเรือนจำ ไม่มีการส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ได้ศึกษามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับงบ สตง. ล่าสุด จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (อีเอ็มเอส) เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบมติ ครม. ลงวันที่ 11 ก.พ.2568 ที่อนุมัติเพิ่มวงเงินรายการค่าควบคุมงานก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง.แห่งใหม่ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ จากเดิมวงเงิน 76,800,000 บาท เป็นวงเงิน 84,371,916 บาทนั้น ยังมีผลอยู่หรือไม่ หลังจากอาคาร สตง.ถล่มทั้งตึก มติ ครม.เรื่องนี้ได้ยกเลิกหรือไม่
นายเรืองไกรกล่าวว่า มติ ครม.ดังกล่าว มีความเห็นของกระทรวงคลังและสำนักงบประมาณรวมอยู่เหมือนมติ ครม.เรื่องอื่นๆ แต่นายกฯ ที่ขาดประสบการณ์เรื่องบริหารราชการแผ่นดิน ก็คงยากเข้าใจกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ จึงยกมติ ครม. วันที่ 11 ก.พ.2568 เรื่องดังกล่าวมาสรุปให้นายกฯ ได้นำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีหนังสือที่เกี่ยวข้อง 4 ฉบับ คือ 1.เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2567 สตง.ได้มีหนังสือที่ ตผ 0013/9610 ขอเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติเพิ่มวงเงินรายการค่าควบคุมงานก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง.แห่งใหม่ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ จากเดิมวงเงิน 76,800,000 บาท เป็นวงเงิน 84,371,916 บาท
2.เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2568 กระทรวงการคลังโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.การคลัง มีความเห็นสมควรที่ ครม.จะอนุมัติเพิ่มวงเงินรายการค่าควบคุมงานก่อสร้าง สตง. ตามที่เสนอ 3.เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2568 สำนักงบประมาณก็เห็นชอบ โดยวงเงินของรายการค่าควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มเติมดังกล่าว ให้ใช้จ่ายจากเงินรายได้ของ สตง. 30% และใช้จ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่าย 70% และ 4.เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2568 สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยมีความสำคัญสรุปได้ว่า ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2568 อนุมัติตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับความเห็นของกระทรวงการคลังไปพิจารณาดำเนินการต่อไป
“ภายหลังจากที่ ครม.ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2568 ต่อมาเพียงเดือนเศษ คือวันที่ 28 มี.ค.2568 อาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) ก็ได้ถล่มลงมาจนเสียหายทั้งอาคาร” นายเรืองไกรระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112
"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร
แฉแก๊งคนเทา ร่วม‘ไตรภาคี’ เอื้อการเมือง
ครม.เงาพรรคส้มแฉ ขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ
นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน
"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง
อึ้ง!เขมรอึใส่รั้วชายแดน ทบ.สั่งเฝ้าระวังป่วน-ยั่วยุ
หมดคำบรรยายกับทหารเขมร! "ผบ.ทบ." สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา
ไทยช่วยไทยฉลุย23.7ล้านคน
ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” ทั่วไทยสุดคึก วันแรกกดไป 23.7 ล้านคน
นายกฯหนูสนใจ ผุด‘แฟรนไชส์’ ร้านอาหารไทย
“อนุทิน” ถกเอกชนไทยที่ลงทุนในเมืองน้ำหอม หวังต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบไทยและธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ไทยขยายตัวในตลาดยุโรป

