“กนง.” มีมติ 6 ต่อ 1 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% ต่อปี หลังประเมิน ศก.ครึ่งปีแรกฉลุย หนุนขยับเป้าจีดีพีปี 68 โตเพิ่มที่ 2.3% ห่วงครึ่งปีหลังเปราะบางเหตุพิษภาษีสหรัฐ "ป.ป.ช." เร่งสอบปมโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินดิจิทัล ขัด รธน.ม.144 พร้อมสอบร้องจัดงบแจกนักการเมืองเพื่อไทยคนละ 50 ล้าน
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงถึงผลประชุม กนง.ว่า ที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 2.9% จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ส่วนครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับ 1.7% ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2568 เป็น 2.3% จากกรอบเดิมที่ 1.3-2% ขณะเดียวกันได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.7% จากเดิมที่ 1.8% ภายใต้สมมุติฐานที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ 18% ขณะที่ประเทศอื่นๆ ถูกเรียกเก็บ 10%
ส่วนการส่งออกในปี 2568 จะขยายตัว 4% และปี 2569 คาดว่าจะติดลบ 2% ส่วนการนำเข้าในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 5.3% และปี 2569 คาดว่าจะติดลบ 1.9% ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่ 0.5% ส่วนปี 2569 ที่ 0.8% จากหมวดพลังงานและอาหารสด ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้คาดอยู่ที่ 1% และปีหน้าที่ 0.9%
นายสักกะภพกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในระยะถัดไป โดยมีความเสี่ยงจากการส่งออกสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2% หากไม่เกิน Shock รุนแรง ขณะเดียวกันหากจีดีพีปีนี้จะโตต่ำกว่า 2% ต้องอยู่ในกรณีที่เกิด Shock รุนแรงในครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาตัวเลขจีดีพีเคยโตติดลบติดกันอย่างน้อย 2 ไตรมาส เป็นจำนวน 4 ครั้ง คือวิกฤตทางการเงินในเอเชีย (AFC), วิกฤตการณ์การเงินโลก (GFC), ความไม่สงบทางการเมืองปี 2556 และสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นในเรื่อง Technical Recession นั้น หากข้างนอกเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย ไทยเองก็มีโอกาสได้ แต่น้อยมาก ส่วนปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศนั้นยังไม่ได้รวมเข้าไปใน Baseline โดยสิ่งที่ต้องติดตามคือ เรื่องงบประมาณปี 2569 ที่ออกล่าช้า อาจจะกระทบกับจีดีพีปีนี้ และกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนได้
"ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มชะลอตัวลงค่อนข้างแรง โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามแนวโน้มรายได้และความเชื่อมั่นที่ลดลง ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลงแม้รายรับนักท่องเที่ยวยังขยายตัวได้จากค่าใช้จ่ายต่อหัว โดยธุรกิจส่วนหนึ่งยังถูกกันจากสินค้านำเข้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป" เลขาฯ กนง.ระบุ
วันเดียวกัน นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการโยกงบประมาณจากธนาคารของรัฐ จำนวน 35,000 ล้านบาท ไปใส่ในงบกลาง เพื่ออาจนำไปใช้ในโครงการแจกเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกร้องเรียน
นายสาโรจน์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 144 ซึ่งกำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการสอบสวนโดยเร็ว และไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนเหมือนในกรณีอื่น โดย ป.ป.ช.จะมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนแทน เช่นเดียวกับกรณีการทุจริตแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 ที่มีชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้อนุมัติเสนอเข้าสู่ที่การประชุม ครม. รวมงบประมาณทั้งสิ้น 51,584.00817 ล้านบาท
"ในข้อร้องเรียนพบมีการจัดงบประมาณดังกล่าวให้กับนักการเมืองพรรคเพื่อไทยคนละ 50 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่เช่นกัน" เลขาฯ ป.ป.ช.ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบต้านน้ำมันแพง แรงงาน-ตุลย์บุกทำเนียบฯ/นายกฯเบรกพิพัฒน์ทิ้งผอ.ศบก.
"อนุทิน" เผยแตะเบรกไม่ให้ “พิพัฒน์” ลาออกจาก ผอ.ศบก. ยันเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ย ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง10%
จี้ทูตพาณิชย์เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน-หาตลาดส่งออกใหม่ "พาณิชย์"
ผงะ!PM2.5ทุบสถิติโลก จี้ประกาศ‘เขตภัยพิบัติ’
"เหนือ-อีสาน" อ่วมหนักเผชิญวิกฤต PM2.5 รัฐบาลอ้อแอ้คุยแก้ฝุ่นพิษข้ามแดน “อนุทิน” โยน ผวจ.จัดการ “เมืองปาย-แม่ฮ่องสอน”
ป.ป.ช.จ่อเคาะ 44สส.แก้ม.112 ส่งศาลฎีกาฟัน
ป.ป.ช.ได้ฤกษ์ชงที่ประชุมใหญ่มีมติรับรองคำร้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกลแก้ ม.112
ทูลเกล้าฯโผครม./สส.ซื้อข้าวกิน
นายกฯ เผยนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว ยันความพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา "ประธานศาล รธน."
งัดสารพัดหั่นค่าครองชีพ! ‘กกพ.’ชงใช้878ล้านอุ้มFt
พณ.งัดมาตรการชะลอขึ้นค่าข้าวแกง หนุนข้าวสาร-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย

