‘ตู่’ตีปี๊บแก้จน 30ก.ย.เห็นผล อุ้มน้ำมัน-แก๊ส

"บิ๊กตู่" ตีปี๊บสางความยากจนแบบพุ่งเป้า งัดระบบทีพีแมปชี้เป้าหมายบริหารจัดการ สั่งทุกกระทรวงทำงานลงพื้นที่ ปูพรมเทงบ 65 ส่งตรง ปชช.  สั่งขีดเส้นแก้ปัญหาในระดับอำเภอ 30 ก.ย. ลุยนำร่องโครงการในเมนูแก้จนเข้าช่วยเหลือ แย้มรอฟังมาตรการแก้น้ำมัน-แก๊สแพง ยันพยายามตรึงราคาให้ได้มากที่สุด

เมื่อวันพุธ เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อมอบนโยบายให้แก่รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ เข้าร่วมด้วย

ภายหลังการประชุม พล.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด จากนี้จำเป็นที่เราต้องมาทบทวนว่าสำเร็จหรือไม่สำเร็จมากน้อยเพียงใด ต้องใช้ข้อมูลที่มีอยู่ปัจจุบันที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเราปรับมาหลายปีแล้ว วันนี้หลายอย่างสามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะโครงการของรัฐบาลต่างๆ วันนี้เรามุ่งเน้น  TPMAP (ทีพีแมป) ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า และข้อมูลต่างๆ ของหลายกระทรวงมาประกอบกัน และมีทีมที่ลงไปเดินข้างล่างเพื่อตรวจสอบข้อมูลให้เข้าถึงประชาชนของเราทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย

 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ความยากจนมีหลายหัวข้อ ทั้งเรื่องรายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย การศึกษา วันนี้จะสรุปว่าระยะเวลาที่จะพุ่งเป้าตรงนี้ลงไป อย่างน้อยก็ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีความพร้อม คงทำไม่ได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้เรามาจัดเป็นกลุ่มให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ในระยะยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งจะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง

"จึงขอความร่วมมือทุกกระทรวง เราต้องแก้ในระดับพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกกระทรวงต้องสนับสนุนแผนงานต่างๆเหล่านี้ออกไปสู่แนวปฏิบัติ กลไกการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ ที่เรามีอยู่ในปี 2565 เพื่อให้ถึงประชาชนมากที่สุด และสร้างความเข้มแข็งให้กับเขา" นายกฯ กล่าว

 ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้แก่คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ใช้ข้อมูลจากระบบ TPMAP เป็นเครื่องมือในการชี้เป้า การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า โดยแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นในระดับอำเภอ ภายใน 30 กันยายน 2565

 “ให้กระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำแนวทางการแก้ไขปัญหา (เมนูแก้จน) ที่ฝ่ายเลขานุการ คจพ.เสนอ ไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือ หรือหากปัญหาของครัวเรือนแตกต่างจากเมนูแก้จน ให้กระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขเป็นรายครัวเรือน รวมทั้งมอบหมายเจ้าภาพหลัก รับผิดชอบในแต่ละมิติ โดยสามารถใช้แผนงาน โครงการในเมนูแก้จน ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันที ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยเป็นไปแบบพุ่งเป้า เพื่อนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นายธนกรระบุ

โดยที่ประชุมเห็นชอบเรื่องสำคัญ อาทิ  แนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย (เมนูแก้จน) ตามมิติความขัดสน 5 มิติความขัดสน ประกอบด้วย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การศึกษา และทักษะที่จำเป็น สถานะทางสุขภาพ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ และการเข้าถึงบริการ ความช่วยเหลือ และการมีส่วนร่วมในสังคม และ 3 ขั้นตอนของการพัฒนา ได้แก่ อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน

 “ได้มอบหมายสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดำเนินการจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย หรือเมนูแก้จน ให้ครอบคลุมมิติและระดับขั้นของการพัฒนา และดำเนินการเผยแพร่ต่อไป รวมทั้งมอบหมาย ศจพ. ทุกระดับ และทีมปฏิบัติการในพื้นที่ นำแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย มาดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยแบบพุ่งเป้า โดยต้องมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับภูมิสังคมของการพัฒนาในพื้นที่” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาราคาน้ำมัน ถึงเวลานี้จะมีการทบทวนปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันหรือไม่ ว่าเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ได้มีการหารือแล้ว ขอรอการชี้แจงในรายละเอียดที่จะมีการหารือกันในวันที่ 9 ก.พ.อีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีแผนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องกองทุนน้ำมัน การจัดเตรียมวงเงินกู้ใช้สำหรับชดเชย และกองทุนน้ำมันก็ติดลบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมรองรับปัญหาราคาแก๊สอีก แก้ปัญหาในหลายมิติ

 “เรื่องนี้รออีกนิดหนึ่ง เพราะการดูแลไม่ใช่จะดูแลคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เราให้ความสำคัญกับคนที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องช่วยกัน ถ้าให้กลุ่มนี้มาแล้วกลุ่มอื่นไม่ได้ แก้ไม่ได้จะทำอย่างไรซึ่งสถานการณ์เรื่องพลังงานยังติดพันอีกเยอะ และไม่ใช่ระยะเวลาอันสั้น เราจะเอางบประมาณที่ไหนมาถมตรงนี้ ดังนั้นต้องหาวิธีการที่เหมาะสม โดยดูเรื่องการควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาท ปรับสูตรน้ำมัน และยังมีการพิจารณาเรื่องภาษีต่างๆ สรรพสามิตบ้างอะไรบ้าง ถ้าจะเอาตามใจทุกคนเท่านั้นเท่านี้บางทีปัญหามันเยอะ เดือนหนึ่งประมาณ 3,000 กว่าล้าน ถ้าระยะยาว 6 เดือน ก็ประมาณ 18,000 กว่าล้าน นี่คือตัวเลขคร่าวๆ เฉพาะเรื่องน้ำมัน แล้วยังมีเรื่องแก๊สอีก รัฐบาลพยายามจะตรึงราคาให้มากที่สุด จึงขอให้เข้าใจด้วยคงต้องบริหารแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่า จะขอร้องสมาคมรถบรรทุกด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอร้องมาหลายครั้งแล้ว และเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เขาก็เข้าใจไปส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ทำความเข้าใจมาโดยตลอด วันนี้ต้องบอกว่าประเทศไทยเผชิญวิกฤตหลายด้าน และไม่เคยมีรัฐบาลไหนเจอมาก่อน ที่พร้อมๆ กันแบบนี้ ตั้งแต่โควิด-19 ราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน การแข่งขันทางการค้า ความมั่นคงในภูมิภาค ความขัดแย้งทางทะเล เยอะแยะไปหมด การแข่งขันการลงทุน ตนก็พยายามพูดคุยกับต่างประเทศ เขาเดินทางมาก็ชื่นชมหมดทุกเรื่อง อันนี้ไม่ใช่คุยนะ ทั้งเรื่องการบริหารโควิด-19 ภาคเอกชนชื่นชมในการดูแลช่วยเหลือ ไม่ต้องปิดโรงงาน ช่วยเหลือในหลายๆกลุ่ม แรงงานก็ได้รับการเยียวยา ดูแลเรื่องการฉีดวัคซีน เขาบอกของเขาไม่มีแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

 “สิ่งดีๆ เกิดขึ้นเยอะ ดังนั้นขอร้องสื่อสิ่งดีๆ ก็กรุณาให้ข้อมูลไปด้วย สิ่งที่มีปัญหาก็ไปแก้กันตรงโน้น เอาปัญหานี้กับปัญหานี้ ฝ่ายบริหารกับปัญหาฝ่ายการเมืองมาตีกันอยู่อย่างนี้มันเดินหน้ากันไม่ได้ ไม่มีใครเขาทำ ขอแค่นั้น” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน