"สภาพัฒน์" เผยตัวเลขจ้างงานไทยไตรมาส 2/68 ทรงตัว หนี้ครัวเรือนหดตัวครั้งแรก แต่ NPLs ยังพุ่ง 1.19 ล้านล้านบาท หวั่นคนไทยกู้นอกระบบแห่ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ห่วงสังคมเผชิญภัยเงียบ "AI-บุหรี่ไฟฟ้า-คดีอาญา" บริษัทกว่า 25% มีแนวโน้มลดพนักงาน ด้านแรงงานต่างด้าวขาดแคลนหลังไม่มาต่อใบอนุญาตทำงาน อึ้ง! เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุดถึง 96.4%
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2/2568 ว่า สถานการณ์ผู้มีงานทำมีจำนวนทั้งสิ้น 39.5 ล้านคน ขยายตัว 0.02% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 เป็นผลมาจากการจ้างงานในสาขานอกภาคเกษตรกรรมที่ขยายตัว 0.4% ซึ่งขยายตัวมากที่สุดในสาขาขนส่ง/เก็บสินค้าที่ 7.9% รองลงมาเป็นสาขาโรงแรมและภัตตาคารที่ 3.1% และสาขาการผลิตฟื้นตัวที่ 0.5% ส่วนสาขาการก่อสร้างและสาขาการค้าปลีก/ค้าส่งหดตัวลงที่ 3.7%
ขณะที่การจ้างงานภาคเกษตรกรรมหดตัวต่อเนื่องที่ 0.9% โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ชั่วโมงการทำงานทรงตัว โดยภาพรวมอยู่ที่ 42.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ภาคเอกชนอยู่ที่ 46.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผู้ทำงานล่วงเวลาลดลง 8.0% เช่นเดียวกับผู้ทำงานต่ำระดับที่ลดลง 4.0% สำหรับค่าแรงของภาคเอกชนและแรงงานในระบบเพิ่มขึ้น 2.4% และ 2.5% ตามลำดับ แต่ในภาพรวมลดลง 1.9% ส่วนอัตราการว่างงานลดลงโดยอยู่ที่ 0.91% จากไตรมาสสองปี 2567 ที่อยู่ที่ 1.07% หรือมีผู้ว่างงานลดลงในกลุ่มอาชีวศึกษาและกลุ่มวิชาชีพขั้นสูง
ส่วนผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 5.2% เป็นช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีจำนวน 2.1 ล้านคน ส่วนมากเป็นการลดการจ้างงานพนักงานประจำเต็มเวลา และหันไปใช้รูปแบบการจ้างงานแบบไม่เต็มเวลามากขึ้น ทั้งพนักงานประจำและพนักงานสัญญาจ้าง พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนของการจ้างงานแบบไม่เต็มเวลาเพิ่มขึ้น 6% จากปี 2565 เป็น 42% ในปี 2567 และพนักงานสัญญาจ้าง พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2565 เป็น 28% ในปี 2567
สำหรับหนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 1/2568 หดตัวอยู่ที่ 0.1% จากการขยายตัว 0.2% ของไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการหดตัวเป็นครั้งแรก โดยธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดสินเชื่อมีการหดตัวเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ทำให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพีปรับลดลงมาอยู่ที่ 87.4% เมื่อเปรียบเทียบกับ 88.4% ของไตรมาสที่ผ่านมา ด้านความสามารถในการชำระหนี้ครัวเรือนยังมีปัญหา โดยหนี้เสีย (NPLs) มีมูลค่า 1.19 ล้านล้านบาท สัดส่วนหนี้ NPLs ต่อสินเชื่อรวมลดลงในเกือบทุกประเภทสินเชื่อ ยกเว้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อบัตรเครดิต
ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ การกู้เงินนนอกระบบมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของหนี้เสียของครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น การก่อหนี้เต็มวงเงิน แล้วทำให้หันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมาย รวมถึงการใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) ในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมไปถึงร้านอาหารและสถานีบริการน้ำมัน การให้สินเชื่อในลักษณะนี้โดยไม่ได้พิจารณาภาระหนี้ของลูกหนี้อย่างรอบคอบอาจเร่งให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนทวีความรุนแรงขึ้น เรื่องพวกนี้ไม่ควรมีการผ่อน
สำหรับประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ 1.ผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาต่อการจ้างงาน โดยสหรัฐฯ มีการเรียกเก็บภาษีหลายรูปแบบ ทั้งการจัดเก็บภาษีเฉพาะในสินค้าบางรายการ (Specific Tariffs) การกำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ไทยถูกจัดเก็บที่ 19% รวมทั้งยังมีมาตรการในการป้องกันการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า (Rule of Origin) ยังต้องปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ กว่าหมื่นรายการเป็น 0% โดยเฉพาะสินค้าเกษตร จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันยากขึ้น กระทบต่อการจ้างงาน ภาครัฐจึงควรสนับสนุนการเปิดตลาตใหม่ มีมาตรการปกป้องสินค้าไทย รวมถึงการตรวจสอบการสวมสิทธิของสินค้า
2.การปรับรูปแบบการจ้างงานของสถานประกอบการ จากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน โดยในปี 2567 องค์กรในไทย 25% มีแนวโน้มจะลดพนักงานและปรับโครงสร้างองค์กร โดยจะลดการจ้างงานพนักงานประจำเต็มเวลา และหันไปจ้างแบบพนักงานประจำไม่เต็มเวลา รวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง/พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน ระดับรายได้ ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรตรวจสอบให้การดำเนินการของสถานประกอบการเป็นไปตามกฎหมาย
3.การขาดแคลนแรงงานต่างต่างด้าว ที่ปัจจุบันแรงงานต่างด้าว 3.88 แสนคนไม่มาต่ออายุใบอนุญาตทำงาน หรือดำเนินการไม่ครบถ้วน อีกทั้งรัฐบาลกัมพูชายังมีการดำเนินมาตรการเชิงบังคับให้กลับประเทศ ทำให้สถานประกอบการในการก่อสร้าง ภาคการผลิต รวมถึงภาคเกษตร มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ครม.มีมติให้นำเข้าแรงงานสัญชาติอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะแรงงานศรีลังกา รวมทั้งเนปาล ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มาทดแทนในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน
4.การเกิดอันตรายจากการทำงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าการประสบอันตรายกรณีร้ายแรงจะมีสัดส่วนไม่มาก แต่งานวิจัยของมหาวิทยาลัยศิลปากรพบว่า การสูญเสียเพียงนิ้วมือ หรือแขน จะทำให้แรงงานมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมแย่ลง อีกทั้งยังเกิดผลกระทบทางด้านจิตใจที่ไม่อาจชดเชยได้อย่างครอบคลุม สถานประกอบการจึงควรบำรุงรักษาเครื่องมือ/เครื่องจักรอย่างครอบคลุมสม่ำเสมอ และการชดเชยให้แก่แรงงานอาจต้องคำนึงถึงค่าเสียโอกาส
นอกจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สภาพัฒน์ยังเน้นย้ำถึงภัยเงียบที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี คือ ผลกระทบของการใช้ AI ต่อสมองและสุขภาพจิต จากการศึกษาพบว่าการใช้ AI ช่วยทำงานมากเกินไปจะลดความสามารถในการคิดเชิงลึกและเชื่อมโยงความคิด นอกจากนี้การใช้ AI Chatbot เป็นเพื่อนอาจทำให้ผู้ใช้มีปัญหาด้านการเข้าสังคมและกลายเป็นคนโดดเดี่ยวมากขึ้น นอกจากนี้ สุขภาพจิตของคนไทยโดยรวมยังน่าเป็นห่วง โดยความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่สาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายยังคงมาจากปัญหาความสัมพันธ์ในระดับบุคคล ครอบครัว และการทำงาน
การบริโภคแอลกอฮอล์และบุหรี่ โดยรวมเพิ่มขึ้น 0.2% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านแอลกอฮอล์ และที่น่าจับตาคือบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีการพัฒนาไปถึงรุ่นที่ 6 ซึ่งมีขนาดเล็กลงและใช้การจิ้มจมูกแทนการสูบ ขณะเดียวกันอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่ม Gen Z (อายุ 15-19 ปี) ก็เพิ่มสูงขึ้น อาชญากรรม คดีอาญาเพิ่มขึ้น 5.3% โดยเฉพาะคดียาเสพติดที่เพิ่มขึ้น 7.4% แม้อุบัติเหตุบนท้องถนนจะลดลง 0.2% แต่จำนวนผู้บาดเจ็บยังคงเพิ่มขึ้น
นายดนุชากล่าวอีกว่า ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือภัยคุกคามทางเพศ โดยเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุดถึง 96.4% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความเข้าใจผิดในเรื่องความสัมพันธ์ต่างวัยที่ถูกนำเสนอในสื่อประเภทนิยายโรแมนติก การหลอกลวงออนไลน์ แม้ว่าปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์จะลดลงจากมาตรการปราบปราม แต่ปัญหาการร้องเรียนเรื่องการซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ตรงปกยังคงสูงถึง 54%.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส้มทั้งนนท์แห้ว!เดชรัตได้ที่2
ส้มทั้งนนทบุรีแห้ว! นฤพนธ์เข้าวินทิ้งห่าง “เดชรัต” ไปไกล ส่วนอีก 4 รายได้คะแนนเป็นสีสัน ท่ามกลางการลงคะแนนและนับคะแนนที่ฉ่ำฝน
‘กกต.’กางมติคดีฮั้ว แจงยิบข้อกล่าวหา4-7/พิสิษฐ์จี้ใช้มาตรฐานเดียว138สว.
กกต.เปิดมติสอบฮั้วเลือก สว.ทั้ง 427 คน ระบุข้อกล่าวหาที่ 4-7 ส่งศาลฎีกาดำเนินคดีอาญา 77 ราย
นายกฯถึงญี่ปุ่น หวังเจรจาภาษี กดตํ่ากว่า19%
นายกฯ ถึงโตเกียวแล้ว ปิ๊งไอเดียผุดทีมประเทศไทยพลัส ดึงเอกชนร่วม พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาในเอเชียนเกมส์
อนุสรณ์ฟุ้ง20ปี ‘นิติรัฐประหาร’ ดันรธน.ใหม่แก้
นายกฯ ติดตลก บอกลงยันต์หลวงพ่อสำลีหลังมือ พุทธคุณกันสื่อถาม "ธนกร" สวน "เท้ง" อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียง
22ก.ย.ชงไทยพลัสเฟส2 ‘ปชป.’ย้ำลดภาษีน้ำมัน!
รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทยพลัส” มียอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้านบาท
เลขาสภาพัฒน์เผยเกณฑ์คุม 'ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์' เริ่มใช้จริงกลางต.ค.
เลขาสภาพัฒน์คาดเกณฑ์ควบคุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-มีผลเริ่มใช้จริง กลาง ต.ค.นี้

