"อนุทิน" ย้ำ "คนละครึ่งพลัส" เฟสสองทำแน่ ตราบใดยังมีอำนาจเต็ม "โฆษกรัฐบาล" เผยชงเข้า ครม.สัปดาห์หน้า คาดให้ 10 ล้านสิทธิ์ คนละ 2 พันบาท นายกฯ สั่งทบทวนหลักเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หลังมีผู้ร้องเรียนรายได้เข้าเกณฑ์แต่มีทรัพย์สินสูง “ศุภจี” ลุยเจรจาภาษีทรัมป์ เชื่อสหรัฐไม่ใช้ปมปะทะเขมรกดดัน
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการดำเนินการโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะทำก่อนยุบสภาหรือไม่ ว่าต้องทำทุกอย่างในเวลาที่มีอยู่ให้เต็มที่
ส่วนจะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า "ถ้ายังเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบอยู่ เราก็จะทำ และจะไม่ทำอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราไม่มีอำนาจเป็นรัฐบาลหรือยุบสภาแล้ว ก็ต้องรักษากฎกติกาของการเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่ช่วงชิงความได้เปรียบใดๆ ผมไม่ให้เกิดสิ่งนั้นแน่นอน ผมชอบแฟร์เกม ผมชอบการต่อสู้ที่มีความเป็นธรรม"
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ครบถ้วนทุกมิติ เพื่อให้การสำรวจบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เป็นไปด้วยความเป็นธรรม หลังได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ คือ เกณฑ์รายได้ และเกณฑ์ทรัพย์สิน โดยพบกรณีบางบุคคลมีรายได้เข้าเกณฑ์ ไม่เกิน 100,000 บาท แต่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง ทำให้การจ่ายเงินในรอบที่ผ่านมาเกิดข้อคาใจจากภาคประชาชน ทั้งนี้ เป็นการทบทวนครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ในเดือน ม.ค.2569
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ขออนุมัติโครงการดังกล่าวในสัปดาห์หน้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยคาดว่าจะเปิดให้จำนวน 10 ล้านสิทธิ์ วงเงินคนละ 2,000 บาท เริ่มเปิดลงทะเบียนในช่วงปลายเดือน ธ.ค.68 และเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือน ม.ค.69 ส่วนรายละเอียดของโครงการในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือ และยังไม่ตกผลึก แต่เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งเป็น 5 ล้านสิทธิ์แรก สำหรับกลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ และกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนอีก 5 ล้านสิทธิ์ที่เหลือ จะเปิดกว้างให้ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการแล้ว
สำหรับแหล่งงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการนั้น คาดว่าจะใช้งบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น วงเงินประมาณ 22,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่ายังมีกรอบวงเงินของวงกลาง คงเหลืออีกกว่า 40,000 ล้านบาท หลังจากได้หักงบประมาณเพื่อใช้ในการเยียวยาเหตุน้ำท่วมไปแล้ว 2 รอบ
ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการเจรจาภาษีการค้าสหรัฐอเมริกาจะไม่เสร็จในปีนี้ใช่หรือไม่ว่า ยังไม่ได้บอกเลยว่าทันหรือไม่ทัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ได้ประสานความคืบหน้าอะไรมาหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่พูดคุยกันไว้ ตอนนี้ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เหมือนเดิม เพื่อเตรียมตัวทำให้เรื่องนี้จบให้ได้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้สหรัฐยังไม่มีท่าทีอะไรเพิ่มเติมตอบกลับมา หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ ซึ่งไม่คิดว่าสหรัฐจะนำเรื่องนี้มากดดัน เพราะไทยไม่ได้ผิดและไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นด้วย ทางกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงต่อองค์การสหประชาชาติ ถือว่าทำได้ดี และไม่น่ามีคนเข้าใจผิดว่าไทยเป็นคนก่อเรื่อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี้นับใหม่18เขต/กกต.ยื้อชลบุรี
“กกต.” ขอเวลา 2 วัน สอบปมร้องนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ส่ง "รองเลขาฯ ฝ่ายสืบสวน" ประสาน ผอ.กกต.จังหวัด
หนูจ่อควบกลาโหม แย้ม300เสียงอยู่ครบ4ปี เท้งคิดไขก๊อกกันเดดล็อก
“อนุทิน” ย้ำรอดูตัวเลข กกต.นิ่งก่อนคุยจัดตั้งรัฐบาล ลั่นต้องอยู่ครบวาระ 4 ปี
สั่งครม.ศึกษาเลิกMOU ลุยสร้างรั้วชายแดนไทย
"อนุทิน" สั่ง ครม.เร่งศึกษาเลิก MOU 44 เป็นประธานวันครบรอบ 72 ปี
กลุ่มตกหล่นเฮ! คนละครึ่งเฟส2 ได้2-2.4พันบาท
คลังยันวางระบบ "คนละครึ่งพลัส" พร้อมเดินหน้า 100% "เอกนิติ" คอนเฟิร์มตามนโยบายหาเสียงให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่น 2,000-2,400 บาท
ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี
ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน
'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.

