รธน.จบ‘ยุบสภา’ก่อน31ม.ค.

"อนุทิน" แจ้งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการนับถอยหลังยุบสภาเร็วกว่า 31 ม.ค.69  คืนอำนาจ ปชช. ให้คำมั่นช่วงรักษาการไม่ปล่อยให้ประเทศคับขัน ทำภารกิจให้สำเร็จจนกว่ามีรัฐบาลใหม่ มอบ "กฤษฎีกา" หาช่องหากมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ยันการแก้ รธน.ทำตามกติกา  "ปชน." เชื่อแก้ รธน.วาระ 2 พิจารณาจบ 2 วัน  หวังทุกอย่างเดินหน้าตามเอ็มโอเอ "เพื่อไทย"  ห่วงฮั้ว กมธ.ยกร่าง รธน.เป็นสีใดสีหนึ่ง จี้รัฐบาลตั้งคำถามประชามติคำถามที่ 1 รอได้เลย เป็นหลักประกันหลังมีสัญญาณไม่ดี แย้มน้ำท่วมหาดใหญ่อยู่ในญัตติซักฟอกแล้ว "วันนอร์"  คาดลงมติวาระ 3 ช้าสุด 29 ธ.ค.นี้ เป็นสิทธิรัฐบาลขอเปิดอภิปราย ม.165 ทำซ้อนกับการซักฟอกได้

ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 9 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 6/2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ทางการเมืองใดๆ ที่เกิดขึ้น เวลาของรัฐบาลของตนมันก็ต้องนับถอยหลังแล้ว เพราะเรามีภารกิจที่เข้ามาเพื่อดำเนินการทางการเมืองให้เรียบร้อย และคืนอำนาจกลับคืนสู่ประชาชน  เพื่อให้เขาได้ตัดสินใจมีรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการต่อไป ดังนั้นความสำคัญของหัวหน้าส่วนราชการที่ต้องคอยประคับประคองขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลที่ผ่านมารวมถึงรัฐบาลของตนด้วย ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการอย่างเต็มที่  เพราะหากมีการยุบสภา ซึ่งไม่นานจากนี้แล้ว  เพียงแต่ยังไม่รู้วัน ว. เวลา น. ที่แน่นอนเมื่อไหร่เท่านั้นเอง แต่เต็มที่ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.2569 แต่ท่าทางจะไม่ถึงมากกว่า

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ตนขอให้คำมั่นสัญญากับพวกท่านว่า  ตนจะเคร่งครัดทั้งมารยาท กฎระเบียบที่รัฐบาลรักษาการได้ถูกกำหนดให้ดำเนินการ ท่านไม่ต้องมีความกังวลใดๆ ว่าตนจะทำสิ่งใดที่นอกเหนือข้อกำหนดในด้านของกฎหมาย ด้านธรรมเนียม หรือในด้านหลักปฏิบัติ สิ่งที่ตนทิ้งไว้ให้พวกท่านต้องถือเป็นทุกขลาภ เพราะมีภารกิจและมีนโยบายมากมายที่จะต้องได้รับดำเนินการมากมายไปยังประชาชน ขอให้ท่านไม่ต้องแผ่ว สิ่งที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว  หรือผ่านรัฐสภาไปแล้ว ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการขับเคลื่อน เหยียบคันเร่งให้เต็มที่ ตนมีความเชื่อมั่นและไม่มีความกังวลใดๆ หากพวกท่านได้ร่วมมือกัน เชื่อมั่นว่าท่านจะนำพาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน

นายอนุทินกล่าวอีกว่า "ถึงแม้ว่าจะมีการยุบสภาเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พวกเรายังคงต้องทำงานด้วยกันจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ และ ครม.ชุดใหม่ จนกว่า ครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งนับดูคร่าวๆ ก็ยังเจอกันอีกระยะเวลายาวนาน ได้ทำบุญ 100 วันแน่นอน ขอให้มีความมั่นใจว่าผมก็ยังดำรงตนให้ภารกิจของพวกท่านสำเร็จในทุกกรณี"

"อาจมีสิ่งที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ก็ต้องมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องหาช่องทางต่างๆ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆ ที่จะต้องดำเนินการในฐานะที่รัฐบาลจะต้องให้ความเห็นชอบ ต้องประกาศหรือดำเนินการใดๆ  ก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ประเทศของเราเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดความปลอดภัยต่ออธิปไตย ต่อแผ่นดินของเรา สิ่งเหล่านี้ต้องคิดเผื่อๆ เอาไว้ด้วย เราคงไม่ยอมที่จะใช้คำว่ารัฐบาลรักษาการแล้ว ถ้ามีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้น ก็ไม่เป็นอะไร อึดไปอีกนิดหนึ่ง เดี๋ยวรอรัฐบาลใหม่เข้ามา ถ้าเราตัดสินใจผิดหรือไปคิดว่าให้รออีกหน่อยได้ มันอาจจะเกิดความสูญเสียอย่างมากมายต่อประเทศของเรา ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน" นายอนุทินกล่าวทิ้งท้าย

ก่อนหน้านั้น ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.)    นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. เปิดเผยผลการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลว่า วันนี้ได้ประชุมเกี่ยวกับท่าทีของพรรคร่วมฯ ที่เกี่ยวกับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ซึ่งท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลจะสนับสนุนรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเอ็มโอเอ ส่วนที่เคยพูดว่าวันที่ 12 ธันวาคม ให้คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ ตนก็มีหลักของตน มีหลักเกณฑ์ในการยุบสภา เพราะเป็นอำนาจของนายกฯ และเป็นการตัดสินใจของตนแต่เพียงผู้เดียว ส่วนปัจจัยที่จะยุบสภาก็มีหลายๆ  อย่างประกอบกัน ไม่เอาเรื่องความขัดแย้งของประเทศมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและเกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎร  

ยันแก้รธน.ทำตามกติกา

เมื่อถามว่า สามารถบอกไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็อยากเห็นรัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไข ถ้าทุกพรรคเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่ทำโดยสมาชิกรัฐสภาที่มาจากประชาชน ก็อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย

 “ถ้ามีพรรคใดพรรคหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าเล่นเกมการเมือง และชิงไหวชิงพริบทางการเมืองสำคัญกว่าการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือเรื่องของส่วนรวม ผมคงไม่ปล่อยให้เกิดโอกาสเช่นนั้น" นายกฯ กล่าว และว่า ตนทำตามกติกา ถ้าสัปดาห์นี้โหวตวาระ 2 เสร็จก็พักไว้ 15 วัน จึงจะโหวตวาระ 3 

 “ถ้าเขาไม่อยากให้อยู่ครบ และไม่อยากให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องไปโทษกับคนที่คิดเช่นนั้น และพรรคประชาชนก็ต้องไปหาคำตอบจากฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

 เมื่อถามว่า แม้จะมีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็จะไม่อยู่เลยไทม์ไลน์ 31 มกราคม 2569 ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน กองทัพมีแสนยานุภาพและมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว

 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรค ภท.ว่า สืบเนื่องจากที่จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) ในวาระ 2 ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค.นี้ ก่อนหน้านี้ทาง ครม.ได้หารือกันว่าจะทำคำถามประชามติในคำถามที่หนึ่ง แต่เมื่อสอบถามความเห็นไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับคำตอบมาว่า ครม.ไม่สามารถทำคำถามประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญในครั้งที่หนึ่งได้ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เริ่มต้นจากรัฐสภา ที่ประชุม ภท.จึงหารือและมีข้อสรุปว่า จะเสนอเป็นญัตติด่วนต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (10 ธ.ค.) เพื่อให้ประธานรัฐสภาบรรจุญัตติเรื่องนี้ไว้ในระเบียบวาระการประชุม เมื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) วาระที่สองเสร็จแล้ว จะนำญัตติดังกล่าวนี้ขึ้นมาพิจารณาต่อ เพื่อให้รัฐสภามีมติส่งคำถามประชามติครั้งที่หนึ่งไปยัง ครม. เพื่อให้ ครม.เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

เมื่อถามว่า หากมีการยุบสภาไปก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เสร็จตามกรอบที่วางไว้นี้หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า หากมีการยุบสภาก่อนที่จะมีการลงมติในวาระ 3 ก็จะไม่สามารถมีวาระ 3 ได้ ขณะเดียวกันหากยุบสภาก่อนที่ ครม.จะมีมติให้ทำประชามติ ก็ไม่สามารถทำประชามติทั้งคำถามที่หนึ่งและสองได้เหมือนกัน  เพราะมันขึ้นอยู่กับ ครม.

ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เปิดวิสามัญ 2 วัน สามารถขยายไปวันที่ 12 ธ.ค. เปิดสมัยประชุมแล้วได้ แต่จากการพูดคุยไม่เป็นทางการกับทุกฝ่าย ซึ่งค่อนข้างเห็นตรงกันว่าอยากให้จบภายใน 2 วัน แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการอภิปรายของสมาชิก หากจบวันที่ 11 ธ.ค. ก็จะทำให้ลงมติในวาระ 3 สามารถกำหนดให้เร็วขึ้นได้ และน่าจะเป็นประโยชน์ ทุกฝ่ายจึงเห็นตรงกันว่าจะพยายามรักษาเวลาเพื่อให้จบได้ภายใน 2 วัน หากจบการพิจารณาวันที่ 12 ธ.ค. ไทม์ไลน์วาระ 3 จะอยู่วันที่ 29 ธ.ค. แต่หากจบวันที่ 11 ธ.ค. วันที่ 26 หรือ 27 ธ.ค. ก็ยังเป็นไปได้อยู่ ต่อให้จะจบวันที่ 12 ธ.ค. ก็ยังไม่กระทบกับไทม์ไลน์

ปชน.หวังรธน.ผ่านวาระ 3

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะมีการยุบสภาก่อนเข้าวาระ 3 นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ยังไม่เห็นสัญญาณอะไร ซึ่งทาง ปชน.ยืนยันว่าอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เรื่องนี้เป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและลดอำนาจนอกระบบที่มาทำลายอำนาจที่มาจากประชาชนให้ได้มากที่สุด

 “การยุบสภาไม่ได้อยู่มือของ ปชน.อยู่แล้ว  เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี และคาดหวังว่านายกฯ จะรักษาคำสัญญาที่ไม่ได้ให้ไว้กับ ปชน.ตอนที่ลงมติให้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้ให้สัญญากับประชาชนทั้งประเทศว่าจะทำอะไรบ้าง หวังว่าท่านจะรักษาสัญญา” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลอาจมีการเสนอญัตติโดยใช้มาตรา 155  หรือ 165 ในการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติของรัฐสภา ซึ่งอาจทําให้ไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ตรงตามเอ็มโอเอ และเป็นผลให้ฝ่ายค้าน เช่นพรรคเพื่อไทย หากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะล่มไปด้วยว่า การยื่นญัตติในลักษณะนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถทําได้ ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ว่าควรหรือไม่ควรยื่น แต่หากจะต้องมีการเปิดอภิปรายขึ้นมา ไม่ว่าเวทีใดก็ตาม โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปชน.พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มที่ สําหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กําลังจะมาถึงนี้ ขอให้ติดตามการทําหน้าที่ของ ปชน. ซึ่งเราเองมุ่งหวังว่าจะสามารถเดินหน้าได้ตามกรอบเอ็มโอเอ

"เรายืนยันว่า ขอดูการพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระ 2 และ 3 ที่จะถึงนี้ก่อน ซึ่งจะเป็นประเด็นหนึ่งที่เราใช้เป็นส่วนสําคัญในการพิจารณาว่าจะยื่นหรือไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ"  นายณัฐพงษ์กล่าว

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อและประธาน สส.พรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม จากนั้นนายชูศักดิ์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ แถลงถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า  กรรมาธิการสัดส่วน พท.ได้สงวนคำแปรญัตติในประเด็นสำคัญคือ คิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีผลดีต่อประชาชนและประชาธิปไตยนั้น  ควรให้ประชาชนคนไทยมีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะระบบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เป็นสภาที่จะพิจารณากฎหมายและกลั่นกรองกฎหมายก่อนนำเสนอรัฐสภาได้ 

ข้อที่สอง เมื่อกรรมาธิการเลือกโดยใช้กรรมาธิการ 2 คณะ ใช้สูตร 20 หยิบ 1 คิดว่าสูตรนี้จะนำไปสู่การมีกรรมาธิการที่เลือกข้าง หรือเป็นไปตามรัฐสภาเสียงข้างมาก จึงสงวนคำแปรญัตติว่า 2 กรรมาธิการนี้ให้ใช้สูตร 28 หยิบ 1 คือให้กรรมาธิการที่รัฐสภาเลือก 25 คน และกรรมาธิการที่รัฐสภาแต่งตั้ง 10 คน เพื่อไปถ่วงดุลในการทำหน้าที่กรรมาธิการ โดย 10 คนนี้มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มวิชาชีพ มาเป็นกรรมาธิการในการรับฟังความเห็น เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ไม่ใช่การเลือกข้างใดข้างหนึ่งเป็นการเฉพาะ หรือการบล็อก

พท.ยันยื่นซักฟอกแน่

นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า ไม่มั่นใจและไม่แน่ใจว่า ท้ายที่สุดผลวาระ 3 จะเป็นอย่างไร ก็ต้องดูกันไป แต่เพื่อความมั่นใจว่าเรามีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงขอเสนอไปยังรัฐบาลว่า ขอให้ ครม.มีมติไว้เลยว่า ในการตั้งคำถามประชามติคำถามที่ 1 ว่าเห็นสมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าทำเช่นนี้ได้ ก็จะเป็นหลักประกันว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะผ่านการพิจารณาวาระ 3 หรือไม่  แต่ถ้ามีมติ ครม.ไว้แล้วว่า ให้ทำประชามติตั้งคำถามต่อประชาชนก็จะไม่เสียของ

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนถึงวาระ 3 หรือรอให้วาระ 3 จบไปก่อน นายจุลพันธ์กล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ แต่ต้องยอมรับข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า ตอนนี้ปัจจัยทางการเมืองมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งทางรัฐบาลต้องยอมรับว่าไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พื้นที่ จ.สงขลาเองยังหนักมาก ขยะเต็มเมือง ทาง จ.พระนครศรีอยุธยาแช่น้ำมา 4 เดือน ปัญหาเหล่านี้ได้ถูกบรรจุเข้าไปในการพิจารณาเรื่องการตรวจสอบรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยแล้ว รวมถึงเรื่องเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องเก็บมาพิจารณา แต่ก็ยังไม่ได้มีการสรุป

ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวเสริมว่า การตัดสินใจเรื่องยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ตัวร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้นในวันที่ 10-11 ธ.ค. เราจะรู้ว่าทิศทางรัฐธรรมนูญทั้งหมดจะออกมาอย่างไร เพราะสิ่งที่เราเห็นตัวรัฐธรรมนูญ หากเป็นไปตามเสียงข้างมาก เรามองในอนาคตได้เลยว่า รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นใหม่จะเป็นรัฐธรรมนูญที่โน้มเอียงไปสู่สีใดสีหนึ่งเป็นการเฉพาะตามเสียงข้างมากในสภา ถ้าเป็นไปตามแนวนั้นจริง สิ่งที่เราต้องมาพิจารณาในมาตรา 151 ต้องมีเหตุและผลรองรับต่อไป

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 ในวันที่ 10-11 ธ.ค.นี้ ซึ่งหากผ่านแล้วต้องรอ 15 วัน เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญในวาระ 3 จากนั้นก็ถามประชาชนด้วยการทำประชามติว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการพิจารณาวาระ 2 ไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าจะเป็นกี่วัน  เพราะขึ้นอยู่กับการสงวนความเห็นการแปรญัตติของสมาชิก หากนับจากวันลงมติในวาระ 2 แล้วจะสามารถลงมติในวาระ 3 ได้ ในวันที่ 26 ธ.ค. แต่เนื่องจากไม่ใช่วันประชุมสภาฯ คาดว่าน่าจะลงมติวาระ 3 ได้ ในวันที่ 29 ธ.ค.

ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพื่อปรึกษาหารือในปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยหรือเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงวันที่ 24-26 ธ.ค.นี้ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะดำเนินการและยื่นเรื่องมายังประธานรัฐสภาให้ดำเนินการ แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับการประสานมาจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้น อยู่กับการหารือของฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วแจ้งมายังตน หากเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมก็สามารถดำเนินการได้

เมื่อถามว่า กรณีการยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปสามารถทำทับซ้อนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ทำได้ ไม่ทับซ้อน เพราะเป็นการดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งการอภิปรายทั่วไปโดยมีการลงมติไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 รวมถึงกรณีที่รัฐบาลร้องขอ  แต่ในการอภิปรายตามมาตรา 151 และมาตรา 152 นั้น ในสมัยประชุมหนึ่งสามารถทำได้เพียงครั้งเดียว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน   

'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.