กนง.หั่นดอกเบี้ย0.25% เศรษฐกิจปี69-70โตตํ่า

"กนง." มติเอกฉันท์ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อปีลง 0.25% เหลือ 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที พร้อมคงจีดีพีปี 68 ไว้ที่ 2.2% แต่ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 69 เหลือ 1.5% ส่วนปี 70 ที่ 2.3% คาดน้ำท่วมใต้กระทบจีดีพี 0.1-0.2%

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อปีลง 0.25% ทำให้จาก 1.50% เหลือ 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที พร้อมทั้งยังคงคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ไว้ที่ 2.2% แต่ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2569 เหลือ 1.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.6% ก่อนประเมินว่าจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2570 ที่ 2.3% ขณะที่ปีนี้คาดว่าภาคส่งออกจะขยายตัวที่ 12% ส่วนปี 2569 ขยายตัว 0.6% และปี 2570 ขยายตัวได้ 1.7% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว โดยปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน ปี 2569 อยู่ที่ 35 ล้านคน และปี 2570 ที่ 36 ล้านคน

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 คาดว่าจะติดลบ 0.1% ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 0.3% และ 2570 อยู่ที่ 1% และคาดว่าจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 โดยอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำเป็นผลจากราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลง และมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพของภาครัฐ รวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ที่มีจำกัด ส่วนความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนจากราคาสินค้าและบริการที่ไม่ได้ปรับลดลงเป็นวงกว้าง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2568 อยู่ที่ 0.8% ปี 2569 อยู่ที่ 0.8% และปี 2570 อยู่ที่ 1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางลดลงเล็กน้อย แต่ยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย

สำหรับเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2568 ชะลอลงจากปัจจัยชั่วคราวในภาคการผลิต จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ที่ลดลง รวมทั้งสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คาดว่าจะกระทบจีดีพีราว 0.1-0.2% จากการบริโภคเป็นสำคัญ และการใช้เวลาฟื้นฟูจะทอดยาว โดยประเมินว่าจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูไปถึงอย่างน้อยในไตรมาส 1/2569 กระทบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 200,000 คน โดยเฉพาะมาเลเซีย

ส่วนในปี 2569 เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงจากปีนี้ ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามรายได้ และการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว และเศรษฐกิจในปี 2570 มีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของภาคบริการ ขณะที่การส่งออกสินค้าและภาคการผลิตยังถูกกดดันจากการแข่งขันที่สูง

ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าต้องติดตามความเสี่ยงจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐที่อาจมีเพิ่มเติม ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขันและการเข้าถึงสินเชื่อ คณะกรรมการฯ เห็นว่าเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

นายสักกะภพยังกล่าวถึงมาตรการและแนวทางดำเนินการกับธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทว่า มีมาตรการที่ดำเนินการแล้วคือ การปรับแนวปฏิบัติ และให้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารก่อนรับทำธุรกรรม FX ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ โดยต้องเรียกตรวจหลักฐานทุกธุรกรรม ส่วนมาตรการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการคือ ให้ผู้ค้าทองคำรายใหญ่รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมทองคำอย่างละเอียด และเข้าตรวจสอบธุรกรรมขาย FX เพื่อป้องกันการนำเงินเข้าประเทศที่ไม่พึงประสงค์ หรือไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจปกติ

อย่างไรก็ดี ในส่วนของปัจจัยการเมืองนั้น ในการประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในรอบนี้ ได้ประเมินถึงงบประมาณปี 2570 ว่าจะมีความล่าช้า 2-3 เดือน ซึ่งจะกระทบกับจีดีพีในปี 2569 ซึ่งได้นำมารวมในการประเมินจีดีพีล่าสุดแล้ว ด้านมาตรการของพรรคการเมืองต่างๆ ยังเร็วไปที่จะนำมาประเมินหรือหารือในการประชุม กนง.ครั้งนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน