ชวนซื้อOTOP ช่วยคนในชาติ ที่กำลังลำบาก

นายกฯ เปิดงาน OTOP CITY 2025 ปลื้มตียอดแตกรายได้มากกว่าทุกปี วันละเกิน 80 ล้านบาท ชวนอุดหนุนสินค้าช่วยเพื่อนร่วมชาติ ที่กำลังลำบากจากปัญหาชายแดน-ภัยพิบัติ ในยามบ้านเมืองมีปัญหารุมเร้า ขอให้มั่นใจทุกอย่างต้องจบผ่านไปด้วยดี ไทยต้องชนะเท่านั้น

ที่เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 16.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP CITY 2025 พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย เข้าร่วม

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด เพราะ OTOP ในวันนี้เป็นเสมือนแบรนด์หลักแบรนด์หนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว เวลาพูดคำว่า OTOP คนก็นึกถึงความเป็นไทย นึกถึงคุณภาพ ความประณีตและรายละเอียด ที่ทำให้เกิดความประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะในเครื่องประดับ เสื้อผ้า หรือชิ้นงานที่มีความเป็นศิลปะ แต่มีอยู่ในทุกอย่างที่คนไทยทำขึ้นภายใต้แบรนด์ OTOP ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สมุนไพร เสื้อผ้า หรือสินค้าอื่นที่ผลิตขึ้นภายใต้โครงการนี้ และเช่นเดียวกับทุกผลิตภัณฑ์ เมื่อแบรนด์เป็นที่ยอมรับติดตลาดแล้ว ความท้าทายต่อไปก็คือ ทำอย่างไรให้คุณภาพที่สร้างขึ้นมีความคงเส้นคงวา ทำอย่างไรจะยังคงความประทับใจผู้ซื้อไว้ได้ อันนี้เรียกว่าเป็นโจทย์สำหรับแชมเปียน ซึ่งเชื่อว่าคนไทยเราทำได้

นายกฯ กล่าวอีกว่า เป้าหมายสำคัญสำหรับกรมการพัฒนาชุมชนต่อสินค้า OTOP ก็คือการสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดจนสมาชิกในชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ ถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทย จึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนได้คิดถึงความท้าทายของการรักษาแชมป์ไว้เสมอ เราต้องมีการพัฒนาต่อเนื่อง ตีโจทย์ใหม่อยู่เสมอ ไม่ย่ำอยู่ที่เดิม จึงจะรักษาคุณภาพแบรนด์ OTOP ไว้ได้

"ปีนี้เป็นปีค่อนข้างมีความพิเศษ เราได้มาจัดงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคนท่ามกลางความเหนื่อย ความเครียดกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นในประเทศของเรา ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามเรายังมีงาน OTOP เป็นที่ผ่อนคลาย ทำให้เราได้ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ สำคัญที่สุดอยากจะเรียนผู้ที่อยู่ในที่นี้และผู้ที่ไม่ได้มางาน OTOP ปีนี้ ถ้ามาซื้อสินค้า OTOP เท่ากับเราสามัคคีรวมพลังกันจริงๆ ได้ช่วยอุดหนุนสินค้าจากพี่น้องประชาชน ที่ต้องประสบภัยความขัดแย้งตามแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จ.ตราด, จันทบุรี, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และสระแก้ว ซึ่งทั้ง 7 จังหวัดนี้ล้วนแล้วแต่มีความสามารถ  มีผลิตภัณฑ์ที่ดี ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม สินค้าของใช้สอยมากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการที่เรามาเปิดงาน OTOP ในวันนี้ เท่ากับเราได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเราที่กำลังมีความลำบาก และมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิต เนื่องจากความขัดแย้งของประเทศเรากับประเทศเพื่อนบ้าน"

นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่พิเศษให้ผู้ผลิตสินค้าที่มาจากจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ เรามาใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน ไม่มีโอกาสไหนที่เราสามารถรวมสินค้าทั้งหลายมาให้พวกท่านได้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอยเพื่อไปใช้ประโยชน์

"การที่ท่านได้มาร่วมกันในงาน OTOP CITY แห่งนี้ อยากเรียนด้วยความภาคภูมิใจและยินดี 3 วันมานี้ตียอดแตกหมด ยอดสูงกว่าทุกปี วันละเกิน 80 ล้านบาท และเชื่อเหลือเกินมันเกิดจากความประสงค์ เจตนารมณ์ที่ทุกคนอยากจะสนับสนุนสินค้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่บ้านเมืองมีปัญหารุมเร้าเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างจะต้องจบ  ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี และประเทศไทยต้องชนะเท่านั้นไม่มีทางเลือกอื่น ขอให้ท่านได้มีความมั่นใจ"

หลังจากนั้นนายกฯ ได้เดินชมสินค้า OTOP ภายในงาน และทักทายผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน   

'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.