หนูแบไต๋ร่วมได้ทุกพรรค

“อนุทิน” เปิดทางทุกพรรคที่สร้างประโยชน์ให้บ้านเมือง เหน็บ "เด็กพรรคส้ม" ปิดประตูใส่ บอกได้เก้าอี้นายกฯ เพราะ ปชน.เลือกมาเองกับมือ ยันไม่ผิดหวังแคนดิเดต ภท. 24 ธ.ค.เปิดตัวดรีมทีมมาครบ ขณะที่ "อภิสิทธิ์" ปลุกใจลูกพรรคทวงคืนคะแนนคนกรุง คิกออฟ "ทนหายใจ ไทยหายจน" ด้าน พท.โหมขาย "ดร.เชน" ประเดิมเวทีใหญ่กรุงเทพฯ ที่แรก “แม้ว” ส่งกำลังใจจากห้องขัง

เมื่อวันจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)   กล่าวตอบคำถามที่ว่า หลังเลือกตั้งอยากจับมือกับพรรคไหนมากที่สุดระหว่างเพื่อไทย (พท.) กับประชาชน (ปชน.) โดยนายอนุทินย้อนถามว่า ทำไมต้องใช้คำว่าจับมือ ใครก็ตามที่ช่วยกันสร้างประโยชน์ให้บ้านเมือง วันนี้คนไทยเราต้องสมัครสมานสามัคคีเป็นหลักก่อน เรามีเรื่องกับเพื่อนบ้านอยู่ 

“เรื่องการเมืองปล่อยไปตามกลไกของมัน ส่วนใหญ่ต้องหลังเลือกตั้งก่อน ใครไปพูดอะไรก่อนเดี๋ยวจะเจอสถานการณ์ พอไปทำไม่ได้จะกลายเป็นว่าต้องไปกลืนน้ำลาย วุ่นวายไปหมด เรื่องอะไรที่อยู่เหนือการควบคุม ผมไม่มีความเห็นดีกว่า" นายอนุทินระบุ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุว่าถ้าพรรค ภท.ได้เป็นรัฐบาล พรรคปชน.ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทินกล่าวว่า ตนเป็นนายกฯ ได้ก็เพราะเสียงของท่าน เมื่อถามถึงผลสำรวจที่ ภท.อยู่ในอันดับ 3 จะทำให้ความนิยมมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จากอันดับบ๊วยมาอันดับ 3 ก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนมากๆ

เมื่อถามถึงวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมและแถลงนโยบายของ ภท. จะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนด้วยหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะก่อนจะบอกว่า เอาเป็นว่าไม่ผิดหวังก็แล้วกัน ถามว่าจีบนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของ ภท.สำเร็จแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทำงานด้วยกัน

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา จะมีอุปสรรคอะไรในการหาเสียงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่าผู้สมัครแต่ละท่านก็มีความพร้อมในพื้นที่ของพวกเขาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องสถานการณ์ชายแดนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจ กกต. เป็นเรื่องที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ ขณะนี้เราทำตามบทบัญญัติ ส่วนสถานการณ์ในอนาคตเป็นอย่างไรต้องพยายามทำให้มีข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ส่วนรัฐบาลกับ กกต. จะต้องคุยกันอยู่แล้ว

วันเดียวกัน พรรค ภท.เปิดเผยรายชื่อผู้แสดงความจำนงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ครบทั้ง 100 คนโดยไม่มีการจัดลำดับ โดยมีทั้งขุนพลทางการเมือง อดีตรัฐมนตรีและทายาทนักการเมือง

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษก ภท. เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 24 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.จะมีการประชุมและแถลงนโยบายพรรคในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ชั้น 3 โดยผู้แถลงนโยบายประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รวมถึงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้ง สส. ครบทั้ง 500 คน

ตีปี๊บ ดร.เชน

ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคว่า ชื่อที่ปรากฏต่อสาธารณะขณะนี้เป็นรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร ก.ถึง ฮ.เท่านั้น โดยในอีก 1-2 วันนี้จะพิจารณาจัดลำดับอีกครั้ง ก่อนจะไปสมัครในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ โดยในวันที่ 25 ธ.ค.นี้จะเปิดตัวทั้ง 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยจะเร่งเดินหน้าหาเสียงทันที รวมถึงมีกำหนดจะปราศรัยใหญ่ไว้แล้ว โดยเวทีแรกจะเป็นที่กรุงเทพมหานคร

“เรามั่นใจ เนื่องจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่กี่วัน แต่มีคะแนนนิยมมีผลโพลดีขึ้นตลอดเวลา จึงมั่นใจว่าจะสามารถแย่งคะแนนในส่วนนี้มาได้ โดยเฉพาะนายยศชนันเป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ จบศาสตราจารย์ คิดว่าเป็นจุดขายจุดหนึ่ง และการที่มาลงสมัครเป็นแคนดิเดตของพรรคที่เดิมมีฐานคะแนนอยู่แล้ว”นายประเสริฐระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ระหว่างการเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 27 ภายหลังถูกคุมขังครบ 3 เดือนเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา การเข้าเยี่ยมครั้งนี้มีนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ พร้อมด้วย น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก ภรรยาของนายพานทองแท้ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัว

โดยนายพานทองแท้ระบุภายหลังเข้าเยี่ยมว่า ท่าน (ทักษิณ) บอกว่าคิดถึงหลาน พูดคุยถึงเรื่องหลานๆ ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ทั้งนี้คุณพ่อยังฝากให้กำลังใจอาจารย์เชน  ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (บุตรชายของนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย) อีกด้วย

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 เขตการเลือกตั้ง

โดยนายอภิสิทธิ์ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของประเทศ ก็เป็นหัวใจของการเมืองด้วย มีลักษณะนำกระแส หรือบางครั้งก็อาจสวนกระแส ที่หลายครั้งที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น ในอดีตที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ ใช้เรื่องพรรคการเมืองเป็นตัวตั้งในการตัดสินใจไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และมักจะเลือกไปในทิศทางเดียวกันไม่ว่าเขตใด ซึ่ง ปชป.เคยได้โอกาสครองใจคนกรุงเทพฯ หลายสมัย ทั้ง สส.และผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สก.และสมาชิกสภาเขต และหากเชื่อเรื่องดวง ปีที่มีการเลือกตั้งลงท้ายด้วยเลข 9 ปชป.มักจะชนะการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ได้เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้ง ชื่อ “ไทยหายจน” ที่จะเป็นทิศทางนโยบายของพรรค ที่อาสามาเปลี่ยนแปลงให้คนไทยและประเทศไทยหลุดพ้นจากภาวะ “ทนหายใจ” ไปสู่ “ไทยหายจน”  และจะสื่อสารถึงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง เพื่อไปสู่เป้าหมาย “ไทยหายจน” ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

วันเดียวกัน ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค แถลงนโยบายพรรค พร้อมเปิดสโลแกนพรรค “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” และเปิดแคนดิเดตนายกฯ 3 คน โดยนายพีระพันธุ์กล่าวถึงจุดยืนในการร่วมรัฐบาลว่า มีรัฐบาลไหนบอกว่าตัวเองเป็นทุนเทา มีหรือไม่ แต่หากเราเข้าไปแล้วมีทุนเทา เราไม่อยู่ด้วย

เมื่อถามว่า ในอนาคตหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว จะมีโอกาสร่วมรัฐบาลกับ ภท.หรืออดีตสมาชิกที่ออกไปหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ถ้าร่วมกันตนก็อยู่ร่วมในรัฐบาล ไม่ได้ไปร่วมกับสมาชิก แต่ศัตรูและคู่แข่งของเราไม่ใช่สมาชิกพรรคไหน ไม่ใช่พรรคการเมืองไหน แต่คือวิกฤตของชาติ ดังนั้นการทำงานแก้วิกฤติของชาติต้องร่วมมือกัน ต้องไม่มีเรื่องส่วนตัว การทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ต้องไม่เอาปัญหาส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 21 ธ.ค. นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวช่วงหนึ่งว่า "เมื่อวันที่ชีวิตเดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง!!!" ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. มีภาพของนายวันนั่งพูดคุยกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ รวมถึงมีรายงานข่าวว่านายวันได้พูดกับคนในพรรค พปชร.ว่าอาจจะตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้ง 

วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองของการเปิดให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร รวม 106,555 คน

ในจำนวนนี้เป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขต  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง จำนวน 10 คน ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 96,132 คน และผู้ลงทะเบียนนอกราชอาณาจักร 10,413 คน รวมจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้มีการลงทะเบียน มีทั้งสิ้น 205,455 คน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน   

'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.