"สมช." ไฟเขียวข้อเสนอวงถกฝ่ายเลขาฯ GBC ไทย-กัมพูชา หยุดยิง 72 ชม. พร้อมร่างแก้ไขข้อตกลงฉบับที่ 6 มอบ "รมว.กลาโหม" ลงนามกับฝ่ายกัมพูชา 27 ธ.ค.นี้ “อนุทิน” ลั่นถ้าหยุดยิงครบกำหนด เขมรไม่เบี้ยวเดินหน้าปฏิญญาต่อ ชี้ลงนามครั้งนี้ต้องหยุดยิงทันที ย้ำปมไทย-เขมรเป็นปัญหาทวิภาคี ขอคุยกันเอง 2 ปท. "เลขาฯ สมช." เตรียมชง "ครม." เพิ่มงบเยียวยา ปชช.-จนท.ชายแดนรอบ 2 วงเงิน 577 ล้านบาท ผงะ! ทภ.2 พบปราสาทตาควายเขมรซุกหัว RPG ระเบิดเคลย์มอร์ผูกดินระเบิดซีโฟร์ ชนวนฝักแค ยัดลังโฟมหมายบึ้มทหารไทย
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 12.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มีนายกรรชัย กําเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกฯ ตอบคําถามกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เราควบคุมสถานการณ์ตามเป้าหมายที่กองทัพได้ตั้งไว้ก็บรรลุเป้าหมาย และน่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้ ซึ่งอยากให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพที่ทุกคนไม่ต้องหวาดระแวง ประเทศไทยไม่สูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน นี่คือเป้าหมาย และทางกองทัพได้ร่วมมือกันมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกันกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายอนุทินกล่าวถึงการประชุมจีบีซีว่า การเจรจาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ ตราบใดที่ยังมีช่องอยู่เราก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งเราก็เจรจากันมาหลายรอบแล้ว แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถยึดถือไม่อยากใช้คําว่าได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องมีหลักยึดและแนวทางที่ถูกต้องอธิบายผู้ที่เกี่ยวข้องได้ คิดว่าประเทศไทยอยู่ในจุดนี้ ประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลง เราเซ็นกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ก็ไม่จบ
"ปฏิญญา 4 ข้อ 1.ถอนทหาร ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3.ปราบปรามสแกมเมอร์ 4.จัดการบริหารเขตแดนบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อถามว่ายากหรือไม่ สำหรับประเทศไทยทําได้เลย เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติมาตลอด เราจะดูบนหลักนี้เป็นเรื่องที่เราอธิบายชาวโลกได้ แต่ชาวโลกไม่สําคัญเท่ากับเราอธิบายประชาชนได้ ถ้ามีการล่วงละเมิดรุกล้ำอธิปไตย รุกล้ำดินแดน มีการทําร้ายประชาชน ตนไม่ยอม ชัดเจนตรงนี้ และอยู่บนหลักนี้มาโดยตลอด" นายอนุทินกล่าว
พิธีกรถามว่า กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาเบ็ดเสร็จคงไม่ยืดเยื้อไปถึงตอนเลือกตั้งในเดือน ก.พ.69 ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อยากให้มันจบวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทยเรา ตนยังยืนยันประเทศไทยเราไม่ได้เป็นตัวปัญหา เพราะฉะนั้นขอยกตัวอย่างทางกองทัพเขาแถลงชัดเจนว่าเขาสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนได้แล้วตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปตามที่เขามีเจตนารมณ์ไว้ เรียกคืนอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทยแล้ว
"ถ้าฝั่งคู่กรณีเราต้องการยุติ เราก็ไม่ได้เสียอะไรแล้ว ก็ยุติกัน ยุติได้ ที่ผ่านมาที่มันจบไม่ได้เพราะเราเสียไป เราถูกยึดเอาไป เราถูกครอบครองไป อย่างนี้เป็นต้น แต่พอเรากำหนดจุดว่าตรงนี้ต้องเป็นของเรา แล้วครอบครองกลับมา ถ้าเขาจะจบตรงนี้เราก็จบได้" นายอนุทินกล่าว
พิธีกรถามว่า ประชาชนอยากได้รั้วในแนวเขตต่างๆ ท่านมองเรื่องนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องที่ทหารเสนอขึ้นมาและรัฐบาลรับได้ เหล่าทัพก็ฟังข้อกังวลและฟังแนวทางของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีภาระต้องอธิบายให้นานาชาติเข้าใจ และดำเนินการทางการทูต ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและกองทัพไปได้ด้วยดี เข้าใจกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการดำเนินการจึงไปในทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการปกป้องพื้นแผ่นดิน ตนจะไปบอกว่าต้องไปทำอย่างนี้อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กองทัพดำเนินการและตัดสินใจได้เลย
พิธีกรถามว่า หากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์มาบอกว่าให้นายกฯ หยุดยิง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องนายฮุน มาเนตโทรศัพท์มา ไม่ใช่คนอื่นโทรศัพท์มา อันนี้เป็นเรื่องทวิภาคีเรื่องความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ สมช.ถือว่าการปฏิบัติการดำเนินการทุกอย่างต้องให้ถือเป็นระดับทวิภาคี คือ 2 ประเทศ คนอื่นประเทศที่ 3-4 เราฟัง พิจารณาแต่ในที่สุดก็ต้องพูดคุยกันระหว่างผู้นำของสองประเทศและเรารู้ว่าเราต้องทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของเพื่อนบ้านกัน ขอคุยกันเองดีกว่า
หยุดยิง 72 ชม.วัดใจเขมร
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) จัดขึ้นเป็นวันที่ 3 กองเลขานุการร่วม GBC ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ที่นำโดย พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานฝ่ายเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย ฝ่ายกัมพูชานำโดย พล.ต.แญม โบราเดน รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เริ่มประชุมเวลา 10.00 น. ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด กระทั่งการประชุมได้เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. โดยทางฝ่ายกัมพูชาได้นําร่างแก้ไขข้อตกลง ซึ่งมีการแก้ไขกันไปมา จนได้ฉบับที่ 6 มาเสนอให้กับฝ่ายไทยก่อนเดินทางกลับไป ส่วนฝ่ายไทยจะนําข้อเสนอดังกล่าวส่งมาให้ที่ประชุม สมช. ที่มีนายอนุทินเป็นประธานการประชุม
สําหรับเนื้อหาสาระในร่างแก้ไขข้อตกลงฉบับที่ 6 ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ โดยรอที่ประชุม สมช.อนุมัติ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รอรับการลงนามระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ในขณะที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเปลี่ยนสถานที่การแถลงข่าวไปยังสถานที่จัดประชุม จ.จันทบุรี เช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงนามหยุดยิงจะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ธ.ค. และติดตามผล 72 ชั่วโมง ภายหลังกัมพูชาได้ประกาศหยุดยิงก่อน ในที่ประชุม รมว.ต่างประเทศ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 15.10 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุม สมช. ครั้งที่ 18/2568 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
เวลา 17.15 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้นอกจากประชุม สมช.แล้ว ยังเป็นการประชุม ครม.ตามมาตรา 8 ของพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน โดยที่ประชุมมีมติให้ รมว.กลาโหมไปร่วมประชุมจีบีซีกับ รมว.กลาโหมกัมพูชา วันที่ 27 ธ.ค. ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งจะยังคงอยู่ในกรอบของปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ใน 4 ข้อหลัก ถ้า รมว.กลาโหมตกลงกันที่ทำให้ยอมรับกันได้ ส่วนที่จะลงนามจะเรียกอะไรไม่สำคัญ แต่ความสำคัญคือต้องไม่รุกราน ยั่วยุ และลดความเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่ง พล.อ.ณัฐพงษ์ได้หารือมา 2 วันแล้ว และได้รายงานให้ทราบถึงแนวโน้มที่ดี
"ถ้าเป็นไปอย่างที่ท่านว่า ก็น่าจะหาข้อยุติที่ดี ที่ทำให้ประเทศไทยยังดำรงอธิปไตยและสถาปนาบูรภาพแห่งดินแดงตามจุดที่เป็นเป้าหมาย ที่กองทัพกำหนดไว้ได้" นายอนุทินกล่าว
ถามว่า ข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงเรารับได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อกำหนดที่ประเทศไทยขอให้เขายอมรับ และถ้าทำได้เราก็จะพิจารณาปล่อยทหารที่เราควบคุมไว้
เมื่อถามว่า มีคนตั้งคำถามว่าไว้ใจกัมพูชาได้มากแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า เรามีความพร้อม ถ้าจะไปบอกคุณต้องรักษาสัญญาเราทำมากี่รอบแล้ว แต่ในวันนี้เราต้องถามว่าประเทศไทยได้สิ่งที่ตัวเองต้องการในเบื้องต้นแล้วหรือยัง ซึ่งกองทัพได้รายงานว่าบรรลุเป้าหมายการประกาศบูรณภาพแห่งดินแดนแล้ว เมื่อเราควบคุมดินแดนต่างๆ ที่เคยเป็นของเราได้ ก็สามารถที่คุยกับเขาได้ และสิ่งที่ร่างมาครั้งนี้ตนได้สอบถามว่ากัมพูชาเห็นและยอมรับแล้วใช่หรือไม่ ก็ได้รับรายงานว่านี้คือของล่าสุดที่เพิ่งออกมาเห็นตรงกันแล้วก็นับจากวันนี้
สมช.ชง 'ครม.' ชายแดนรอบ 2
ซักว่า นายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา โอเคในร่างที่จะลงนามนี้แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้ถือเป็นการพูดคุยในระดับตัวแทนรัฐบาล ไม่ทราบว่ากัมพูชาได้รับความเห็นชอบนี้จากไหน แต่ถ้ามีการลงนามโดยตัวแทนรัฐบาลในวันที่ 27 ธ.ค. ไว้ใจไทยได้แน่นอนว่ารักษาข้อตกลงเสมอ และขอให้การลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามครั้งสุดท้าย จะได้เกิดสันติภาพในพื้นที่ ประชาชนจะได้กลับบ้าน
ถามว่า ระหว่าง 72 ชม.ที่หยุดยิงหากมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดอีก นายอนุทินกล่าวว่า กองทัพต้องรักษาอธิปไตย เรื่องการเจรจาก็ต้องเจรจา หากการเจรจามีข้อตกลงก็มีไทม์ไลน์ของมันอยู่ ที่ผ่านมาเมื่อลงนามแล้วหยุดยิงหลังจากนั้น 6 ชั่วโมงตนไม่ยอม ครั้งนี้หากลงนามแล้วก็ต้องหยุดยิง ณ เวลานั้นต่างคนต่างฝ่ายต้องหันไปสั่งการว่าให้ดำเนินการตามนั้นเราก็ต้องเริ่มจากจุดนี้ก่อน
พอซักว่าเราเชื่อใจกัมพูชาได้หรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายฮุน มาเนต บ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งแต่มีเหตุระลอกล่าสุดยังไม่ได้คุย คุยล่าสุดตอนที่เราเซ็นปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ วันที่ 26 ต.ค. ก็พยายามพูดคุยกันว่าจะไปทำให้ทุกอย่างให้เป็นไปตามปฏิญญา แต่พอมันเกิดเบรกขึ้นมาเราก็ต้องมาว่ากันใหม่
เมื่อถามว่า ระยะเวลา 72 ชั่วโมง หากมีการยิงมาจากกัมพูชาเราตอบโต้ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แน่นอน เราใช้กฎแห่งการปะทะ เป็นกติกาที่เราต้องดำเนินการ ฉะนั้นมันยังมีกลไกที่ยังทำให้เราสามารถรักษาอธิปไตยและปกป้องดินแดนของเราได้อย่างเต็มที่ ประชาชนไม่ต้องกังวล
ด้านนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ที่ประชุม สมช.ได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์เยียวยาให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อจะได้จ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน ตำรวจ และทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวดเร็วขึ้น โดยจะมีกระบวนการที่เหมาะสม นอกจากนี้ ได้มีการเสนอให้มีการเพิ่มกรอบวงเงินในการสนับสนุนเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนเงิน 577,300,000 บาท ซึ่งเป็นการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในรอบที่ 2 โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันอังคารที่ 30 ธ.ค.นี้
ด้านสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพภาคที่ 1 รายงานช่วงเช้า (26 ธ.ค.) กำลังทหารฝ่ายไทยได้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่บ้านหนองจาน อําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยสามารถยึดพื้นที่ได้สำเร็จ โดยฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่บ้านคลองแผง บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้วได้ทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และสถาปนาความมั่นคง โดยดำเนินการด้วยความระมัดระวัง
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่าน ทอ.ได้ปฏิบัติการร่วมกับกำลังทางบกต่อเป้าหมายเพื่อควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานจังหวัดสระแก้ว โดยเป้าหมายดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งฝ่ายกัมพูชานำมาสร้างดัดแปลงเป็นที่มั่นทางทหารที่มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งกองทัพไทยเฝ้าดูมาหลายวันว่าพื้นบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นไม่มีพลเรือน เพราะกัมพูชาได้อพยพออกไปหมดแล้ว จึงนำไปสู่การโจมตีเป้าหมายดังกล่าวเมื่อเช้านี้
"การโจมตีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำเร็จตามเป้าประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวห่างจากเมืองปอยเปตประมาณ 25 กิโลเมตร การปฏิบัติการร่วมเป็นการดำเนินการระหว่าง 2 เหล่าทัพ เพื่อที่จะทำให้สามารถควบคุมพื้นที่บ้านหนองจานได้ในปัจจุบัน" โฆษก ทอ.กล่าว
ต่อมาเวลา 14.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการทางทหาร ยึดและควบคุมแนวรบในพื้นที่บ้านหนองจานเป็นที่เรียบร้อย เตรียมสถาปนาที่มั่นตามแนว และดำเนินการยิงด้วยอาวุธสนับสนุน ตอบโต้เพื่อควบคุมพื้นที่และรักษาที่มั่น ในพื้นที่ทั้ง 3 แนวรบ บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา, บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง และบ้านหนองจาน อ.โคกสูง
ตาควายซุกซีโฟร์ดักบึ้มไทย
ส่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เวลา 17.00 น. ระบุว่า พื้นที่สัตตะโสม-โดนตรวล-ภูผี-ซำแต ฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ โดรนพลีชีพ รถถัง และจรวด BM 21 โจมตีแนวการวางกำลังของฝ่ายเราเป็นระยะๆ กำลังพลปลอดภัย ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่และรถถังยิงข่มและยิงทำลายที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา ทำการตรึงกำลังตลอดแนว และเสริมความมั่นคง ณ ที่หมาย
พื้นที่ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย-ภูมะเขือ ฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ โดรนทิ้งระเบิด โดรนพลีชีพ และจรวด BM 21 ต่อแนวการวางกำลังของฝ่ายเรา โดยฝ่ายเราตอบโต้ด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดโดรนทิ้งระเบิดและปืนใหญ่ ซึ่งสามารถทำลายเป้าหมายได้ตามแผน พื้นที่คนา ฝ่ายเราดำเนินการสถาปนาความมั่นคง ดัดแปลงที่มั่นให้แข็งแรง และตรึงกำลังในพื้นที่
พื้นที่ตาควาย ฝ่ายเราทำการตรวจค้น พิสูจน์ทราบ และกวาดล้างทุ่นระเบิด ณ ที่หมาย โดยตรวจพบกับระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมาก ที่ประกอบจากหัวจรวด RPG, ลูก ค. ระเบิดเคลย์มอร์ ผูกติดกับดินระเบิดคอมโพซิชัน C4 พร้อมชนวนฝักแคระเบิดยัดใส่ลังโฟม และทุ่นระเบิดดักรถถังแปะดินระเบิดคอมโพซิชัน C4 พร้อมชนวนฝักแคระเบิด ซึ่งมีอานุภาพการทำลายสูง ในวันนี้ฝ่ายกัมพูชายังระดมยิงจรวด BM 21 ใส่ฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่ทำการยิงต่อต้าน และวางกำลังตรึงอยู่ในที่มั่น
พื้นที่ตาเมือน ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีฝ่ายเราด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.) และรถถัง ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่ และที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนตลอดแนววางกำลังของฝ่ายกัมพูชา ส่วนพื้นที่อื่นแม้ว่ายังไม่มีสถานการณ์ปะทะ แต่ยังอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด
พ.ต.หญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก (ทบ.) แถลงว่า เหตุการณ์ที่มีกำลังพลของหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบทุ่นระเบิดสังหาร PMN2 บริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นายเมื่อวานนี้ จากการพิสูจน์ทราบในพื้นที่ พบว่าจากจุดแรกที่เกิดเหตุระเบิดไป จะพบทุ่นระเบิดสังหาร PMN2 อีก 4 ทุ่น มีการวางเรียงกันต่อกัน ตามเส้นทางการเคลื่อนของกำลังพล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่ของไทย ทั้งส่วนที่เข้าไปปฏิบัติงานและผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้วย
"หลักฐานเหล่านี้ที่ประจักษ์ว่า กัมพูชากระทำผิดหลักกฎหมายสากล 2 ประการ คือใช้โบราณสถานปราสาทตาควายเป็นที่ตั้งทางทหาร ผิดต่ออนุสัญญากรุงเฮก และมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหาร บุคคล ซึ่งผิดต่ออนุสัญญาออตตาวา จากนี้กองทัพบกจะได้รวบรวมหลักฐานส่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำไปขยายผลในเวทีนานาชาติต่อไป" ผู้ช่วยโฆษก ทบ.ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี้นับใหม่18เขต/กกต.ยื้อชลบุรี
“กกต.” ขอเวลา 2 วัน สอบปมร้องนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ส่ง "รองเลขาฯ ฝ่ายสืบสวน" ประสาน ผอ.กกต.จังหวัด
หนูจ่อควบกลาโหม แย้ม300เสียงอยู่ครบ4ปี เท้งคิดไขก๊อกกันเดดล็อก
“อนุทิน” ย้ำรอดูตัวเลข กกต.นิ่งก่อนคุยจัดตั้งรัฐบาล ลั่นต้องอยู่ครบวาระ 4 ปี
สั่งครม.ศึกษาเลิกMOU ลุยสร้างรั้วชายแดนไทย
"อนุทิน" สั่ง ครม.เร่งศึกษาเลิก MOU 44 เป็นประธานวันครบรอบ 72 ปี
กลุ่มตกหล่นเฮ! คนละครึ่งเฟส2 ได้2-2.4พันบาท
คลังยันวางระบบ "คนละครึ่งพลัส" พร้อมเดินหน้า 100% "เอกนิติ" คอนเฟิร์มตามนโยบายหาเสียงให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่น 2,000-2,400 บาท
ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี
ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน
'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.

