จับตาหยุดยิง72ชม. หากเขมรจริงใจเดินหน้าปฏิญญา/‘บิ๊กเล็ก’จ่อลงนาม27ธ.ค.

"สมช." ไฟเขียวข้อเสนอวงถกฝ่ายเลขาฯ GBC ไทย-กัมพูชา หยุดยิง 72 ชม. พร้อมร่างแก้ไขข้อตกลงฉบับที่ 6 มอบ "รมว.กลาโหม" ลงนามกับฝ่ายกัมพูชา 27 ธ.ค.นี้ “อนุทิน” ลั่นถ้าหยุดยิงครบกำหนด เขมรไม่เบี้ยวเดินหน้าปฏิญญาต่อ   ชี้ลงนามครั้งนี้ต้องหยุดยิงทันที ย้ำปมไทย-เขมรเป็นปัญหาทวิภาคี ขอคุยกันเอง 2 ปท. "เลขาฯ สมช." เตรียมชง "ครม." เพิ่ม​งบเยียวยา ปชช.-จนท.ชายแดนรอบ​ 2​ วงเงิน​ 577 ล้านบาท​ ผงะ! ทภ.2 พบปราสาทตาควายเขมรซุกหัว RPG ระเบิดเคลย์มอร์ผูกดินระเบิดซีโฟร์ ชนวนฝักแค ยัดลังโฟมหมายบึ้มทหารไทย

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 12.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มีนายกรรชัย กําเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกฯ ตอบคําถามกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เราควบคุมสถานการณ์ตามเป้าหมายที่กองทัพได้ตั้งไว้ก็บรรลุเป้าหมาย และน่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้ ซึ่งอยากให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพที่ทุกคนไม่ต้องหวาดระแวง ประเทศไทยไม่สูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน นี่คือเป้าหมาย และทางกองทัพได้ร่วมมือกันมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายอนุทินกล่าวถึงการประชุมจีบีซีว่า การเจรจาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ ตราบใดที่ยังมีช่องอยู่เราก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งเราก็เจรจากันมาหลายรอบแล้ว แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถยึดถือไม่อยากใช้คําว่าได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องมีหลักยึดและแนวทางที่ถูกต้องอธิบายผู้ที่เกี่ยวข้องได้ คิดว่าประเทศไทยอยู่ในจุดนี้ ประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลง เราเซ็นกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ก็ไม่จบ

"ปฏิญญา 4 ข้อ 1.ถอนทหาร ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3.ปราบปรามสแกมเมอร์ 4.จัดการบริหารเขตแดนบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อถามว่ายากหรือไม่ สำหรับประเทศไทยทําได้เลย เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติมาตลอด เราจะดูบนหลักนี้เป็นเรื่องที่เราอธิบายชาวโลกได้ แต่ชาวโลกไม่สําคัญเท่ากับเราอธิบายประชาชนได้ ถ้ามีการล่วงละเมิดรุกล้ำอธิปไตย  รุกล้ำดินแดน มีการทําร้ายประชาชน ตนไม่ยอม ชัดเจนตรงนี้ และอยู่บนหลักนี้มาโดยตลอด" นายอนุทินกล่าว

พิธีกรถามว่า กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาเบ็ดเสร็จคงไม่ยืดเยื้อไปถึงตอนเลือกตั้งในเดือน ก.พ.69 ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อยากให้มันจบวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทยเรา ตนยังยืนยันประเทศไทยเราไม่ได้เป็นตัวปัญหา เพราะฉะนั้นขอยกตัวอย่างทางกองทัพเขาแถลงชัดเจนว่าเขาสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนได้แล้วตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปตามที่เขามีเจตนารมณ์ไว้ เรียกคืนอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทยแล้ว

"ถ้าฝั่งคู่กรณีเราต้องการยุติ เราก็ไม่ได้เสียอะไรแล้ว ก็ยุติกัน ยุติได้ ที่ผ่านมาที่มันจบไม่ได้เพราะเราเสียไป เราถูกยึดเอาไป เราถูกครอบครองไป อย่างนี้เป็นต้น แต่พอเรากำหนดจุดว่าตรงนี้ต้องเป็นของเรา แล้วครอบครองกลับมา ถ้าเขาจะจบตรงนี้เราก็จบได้" นายอนุทินกล่าว

พิธีกรถามว่า ประชาชนอยากได้รั้วในแนวเขตต่างๆ ท่านมองเรื่องนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องที่ทหารเสนอขึ้นมาและรัฐบาลรับได้ เหล่าทัพก็ฟังข้อกังวลและฟังแนวทางของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีภาระต้องอธิบายให้นานาชาติเข้าใจ และดำเนินการทางการทูต ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและกองทัพไปได้ด้วยดี เข้าใจกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการดำเนินการจึงไปในทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการปกป้องพื้นแผ่นดิน ตนจะไปบอกว่าต้องไปทำอย่างนี้อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กองทัพดำเนินการและตัดสินใจได้เลย

พิธีกรถามว่า หากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์มาบอกว่าให้นายกฯ หยุดยิง นายอนุทินกล่าวว่า  ต้องนายฮุน มาเนตโทรศัพท์มา ไม่ใช่คนอื่นโทรศัพท์มา อันนี้เป็นเรื่องทวิภาคีเรื่องความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ สมช.ถือว่าการปฏิบัติการดำเนินการทุกอย่างต้องให้ถือเป็นระดับทวิภาคี คือ 2 ประเทศ คนอื่นประเทศที่ 3-4 เราฟัง พิจารณาแต่ในที่สุดก็ต้องพูดคุยกันระหว่างผู้นำของสองประเทศและเรารู้ว่าเราต้องทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของเพื่อนบ้านกัน ขอคุยกันเองดีกว่า

หยุดยิง 72 ชม.วัดใจเขมร

ขณะที่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) จัดขึ้นเป็นวันที่ 3 กองเลขานุการร่วม GBC ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ที่นำโดย พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานฝ่ายเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย ฝ่ายกัมพูชานำโดย พล.ต.แญม โบราเดน รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เริ่มประชุมเวลา 10.00 น. ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด กระทั่งการประชุมได้เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. โดยทางฝ่ายกัมพูชาได้นําร่างแก้ไขข้อตกลง ซึ่งมีการแก้ไขกันไปมา จนได้ฉบับที่ 6 มาเสนอให้กับฝ่ายไทยก่อนเดินทางกลับไป ส่วนฝ่ายไทยจะนําข้อเสนอดังกล่าวส่งมาให้ที่ประชุม สมช. ที่มีนายอนุทินเป็นประธานการประชุม

สําหรับเนื้อหาสาระในร่างแก้ไขข้อตกลงฉบับที่ 6 ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ โดยรอที่ประชุม สมช.อนุมัติ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รอรับการลงนามระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ในขณะที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเปลี่ยนสถานที่การแถลงข่าวไปยังสถานที่จัดประชุม จ.จันทบุรี เช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงนามหยุดยิงจะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ธ.ค. และติดตามผล 72 ชั่วโมง ภายหลังกัมพูชาได้ประกาศหยุดยิงก่อน ในที่ประชุม รมว.ต่างประเทศ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 15.10 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุม สมช. ครั้งที่​ 18/2568​ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

เวลา 17.15 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้นอกจากประชุม สมช.แล้ว ยังเป็นการประชุม ครม.ตามมาตรา 8 ของพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน โดยที่ประชุมมีมติให้ รมว.กลาโหมไปร่วมประชุมจีบีซีกับ รมว.กลาโหมกัมพูชา วันที่ 27 ธ.ค. ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งจะยังคงอยู่ในกรอบของปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ใน 4 ข้อหลัก ถ้า รมว.กลาโหมตกลงกันที่ทำให้ยอมรับกันได้ ส่วนที่จะลงนามจะเรียกอะไรไม่สำคัญ แต่ความสำคัญคือต้องไม่รุกราน ยั่วยุ และลดความเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่ง พล.อ.ณัฐพงษ์ได้หารือมา 2 วันแล้ว และได้รายงานให้ทราบถึงแนวโน้มที่ดี

"ถ้าเป็นไปอย่างที่ท่านว่า ก็น่าจะหาข้อยุติที่ดี ที่ทำให้ประเทศไทยยังดำรงอธิปไตยและสถาปนาบูรภาพแห่งดินแดงตามจุดที่เป็นเป้าหมาย ที่กองทัพกำหนดไว้ได้" นายอนุทินกล่าว

ถามว่า ข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงเรารับได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นข้อกำหนดที่ประเทศไทยขอให้เขายอมรับ และถ้าทำได้เราก็จะพิจารณาปล่อยทหารที่เราควบคุมไว้

เมื่อถามว่า มีคนตั้งคำถามว่าไว้ใจกัมพูชาได้มากแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า เรามีความพร้อม ถ้าจะไปบอกคุณต้องรักษาสัญญาเราทำมากี่รอบแล้ว แต่ในวันนี้เราต้องถามว่าประเทศไทยได้สิ่งที่ตัวเองต้องการในเบื้องต้นแล้วหรือยัง ซึ่งกองทัพได้รายงานว่าบรรลุเป้าหมายการประกาศบูรณภาพแห่งดินแดนแล้ว เมื่อเราควบคุมดินแดนต่างๆ ที่เคยเป็นของเราได้ ก็สามารถที่คุยกับเขาได้ และสิ่งที่ร่างมาครั้งนี้ตนได้สอบถามว่ากัมพูชาเห็นและยอมรับแล้วใช่หรือไม่ ก็ได้รับรายงานว่านี้คือของล่าสุดที่เพิ่งออกมาเห็นตรงกันแล้วก็นับจากวันนี้

สมช.ชง 'ครม.' ชายแดนรอบ 2

ซักว่า นายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา โอเคในร่างที่จะลงนามนี้แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า  อันนี้ถือเป็นการพูดคุยในระดับตัวแทนรัฐบาล ไม่ทราบว่ากัมพูชาได้รับความเห็นชอบนี้จากไหน แต่ถ้ามีการลงนามโดยตัวแทนรัฐบาลในวันที่ 27 ธ.ค. ไว้ใจไทยได้แน่นอนว่ารักษาข้อตกลงเสมอ และขอให้การลงนามครั้งนี้เป็นการลงนามครั้งสุดท้าย จะได้เกิดสันติภาพในพื้นที่ ประชาชนจะได้กลับบ้าน

ถามว่า ระหว่าง 72 ชม.ที่หยุดยิงหากมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดอีก นายอนุทินกล่าวว่า กองทัพต้องรักษาอธิปไตย เรื่องการเจรจาก็ต้องเจรจา หากการเจรจามีข้อตกลงก็มีไทม์ไลน์ของมันอยู่ ที่ผ่านมาเมื่อลงนามแล้วหยุดยิงหลังจากนั้น 6 ชั่วโมงตนไม่ยอม ครั้งนี้หากลงนามแล้วก็ต้องหยุดยิง ณ เวลานั้นต่างคนต่างฝ่ายต้องหันไปสั่งการว่าให้ดำเนินการตามนั้นเราก็ต้องเริ่มจากจุดนี้ก่อน

พอซักว่าเราเชื่อใจกัมพูชาได้หรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายฮุน มาเนต บ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งแต่มีเหตุระลอกล่าสุดยังไม่ได้คุย คุยล่าสุดตอนที่เราเซ็นปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ วันที่ 26 ต.ค. ก็พยายามพูดคุยกันว่าจะไปทำให้ทุกอย่างให้เป็นไปตามปฏิญญา แต่พอมันเกิดเบรกขึ้นมาเราก็ต้องมาว่ากันใหม่

เมื่อถามว่า ระยะเวลา 72 ชั่วโมง หากมีการยิงมาจากกัมพูชาเราตอบโต้ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แน่นอน เราใช้กฎแห่งการปะทะ เป็นกติกาที่เราต้องดำเนินการ ฉะนั้นมันยังมีกลไกที่ยังทำให้เราสามารถรักษาอธิปไตยและปกป้องดินแดนของเราได้อย่างเต็มที่ ประชาชนไม่ต้องกังวล

ด้านนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ​(สมช.) กล่าวว่า​ ที่ประชุม สมช.ได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์เยียวยาให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อจะได้จ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน ตำรวจ​ และทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวดเร็วขึ้น โดยจะมีกระบวนการที่เหมาะสม นอกจากนี้ ได้มีการเสนอให้มีการเพิ่มกรอบวงเงินในการสนับสนุนเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนเงิน 577,300,000 บาท ซึ่งเป็นการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในรอบที่ 2 โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) เห็นชอบในวันอังคารที่​ 30 ธ.ค.​นี้

ด้านสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา  กองทัพภาคที่ 1 รายงานช่วงเช้า (26 ธ.ค.) กำลังทหารฝ่ายไทยได้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่บ้านหนองจาน อําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยสามารถยึดพื้นที่ได้สำเร็จ โดยฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่บ้านคลองแผง บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้วได้ทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และสถาปนาความมั่นคง โดยดำเนินการด้วยความระมัดระวัง

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่าน ทอ.ได้ปฏิบัติการร่วมกับกำลังทางบกต่อเป้าหมายเพื่อควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานจังหวัดสระแก้ว โดยเป้าหมายดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งฝ่ายกัมพูชานำมาสร้างดัดแปลงเป็นที่มั่นทางทหารที่มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งกองทัพไทยเฝ้าดูมาหลายวันว่าพื้นบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นไม่มีพลเรือน เพราะกัมพูชาได้อพยพออกไปหมดแล้ว จึงนำไปสู่การโจมตีเป้าหมายดังกล่าวเมื่อเช้านี้

"การโจมตีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำเร็จตามเป้าประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวห่างจากเมืองปอยเปตประมาณ 25 กิโลเมตร การปฏิบัติการร่วมเป็นการดำเนินการระหว่าง 2 เหล่าทัพ เพื่อที่จะทำให้สามารถควบคุมพื้นที่บ้านหนองจานได้ในปัจจุบัน" โฆษก ทอ.กล่าว

ต่อมาเวลา 14.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการทางทหาร ยึดและควบคุมแนวรบในพื้นที่บ้านหนองจานเป็นที่เรียบร้อย เตรียมสถาปนาที่มั่นตามแนว และดำเนินการยิงด้วยอาวุธสนับสนุน ตอบโต้เพื่อควบคุมพื้นที่และรักษาที่มั่น ในพื้นที่ทั้ง 3 แนวรบ บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา, บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง และบ้านหนองจาน อ.โคกสูง

ตาควายซุกซีโฟร์ดักบึ้มไทย

ส่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เวลา 17.00 น. ระบุว่า พื้นที่สัตตะโสม-โดนตรวล-ภูผี-ซำแต ฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ โดรนพลีชีพ รถถัง และจรวด BM 21 โจมตีแนวการวางกำลังของฝ่ายเราเป็นระยะๆ กำลังพลปลอดภัย ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่และรถถังยิงข่มและยิงทำลายที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา ทำการตรึงกำลังตลอดแนว และเสริมความมั่นคง ณ ที่หมาย

พื้นที่ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย-ภูมะเขือ ฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ โดรนทิ้งระเบิด โดรนพลีชีพ และจรวด BM 21 ต่อแนวการวางกำลังของฝ่ายเรา โดยฝ่ายเราตอบโต้ด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดโดรนทิ้งระเบิดและปืนใหญ่ ซึ่งสามารถทำลายเป้าหมายได้ตามแผน พื้นที่คนา ฝ่ายเราดำเนินการสถาปนาความมั่นคง ดัดแปลงที่มั่นให้แข็งแรง และตรึงกำลังในพื้นที่

พื้นที่ตาควาย ฝ่ายเราทำการตรวจค้น พิสูจน์ทราบ และกวาดล้างทุ่นระเบิด ณ ที่หมาย โดยตรวจพบกับระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมาก ที่ประกอบจากหัวจรวด RPG, ลูก ค. ระเบิดเคลย์มอร์ ผูกติดกับดินระเบิดคอมโพซิชัน C4  พร้อมชนวนฝักแคระเบิดยัดใส่ลังโฟม และทุ่นระเบิดดักรถถังแปะดินระเบิดคอมโพซิชัน C4 พร้อมชนวนฝักแคระเบิด ซึ่งมีอานุภาพการทำลายสูง ในวันนี้ฝ่ายกัมพูชายังระดมยิงจรวด BM 21 ใส่ฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่ทำการยิงต่อต้าน และวางกำลังตรึงอยู่ในที่มั่น

พื้นที่ตาเมือน ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีฝ่ายเราด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.) และรถถัง ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่ และที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนตลอดแนววางกำลังของฝ่ายกัมพูชา  ส่วนพื้นที่อื่นแม้ว่ายังไม่มีสถานการณ์ปะทะ แต่ยังอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด

พ.ต.หญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก (ทบ.) แถลงว่า เหตุการณ์ที่มีกำลังพลของหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบทุ่นระเบิดสังหาร PMN2 บริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นายเมื่อวานนี้ จากการพิสูจน์ทราบในพื้นที่ พบว่าจากจุดแรกที่เกิดเหตุระเบิดไป จะพบทุ่นระเบิดสังหาร PMN2 อีก 4 ทุ่น มีการวางเรียงกันต่อกัน ตามเส้นทางการเคลื่อนของกำลังพล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่ของไทย ทั้งส่วนที่เข้าไปปฏิบัติงานและผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้วย

"หลักฐานเหล่านี้ที่ประจักษ์ว่า กัมพูชากระทำผิดหลักกฎหมายสากล 2 ประการ คือใช้โบราณสถานปราสาทตาควายเป็นที่ตั้งทางทหาร ผิดต่ออนุสัญญากรุงเฮก และมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหาร บุคคล ซึ่งผิดต่ออนุสัญญาออตตาวา จากนี้กองทัพบกจะได้รวบรวมหลักฐานส่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำไปขยายผลในเวทีนานาชาติต่อไป" ผู้ช่วยโฆษก ทบ.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอโทษประชาชน ‘อนุทิน’ ขออภัยในความปั่นป่วนให้รอรัฐบาลใหม่วิ่งฉิว!

นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

จ่อทูลเกล้าฯ‘ครม.หนู2’

“อนุทิน” ย้ำส่งชื่อ ครม.ต้นสัปดาห์หน้า เตรียมทูลเกล้าฯ "ครม.อนุทิน 2" 30 มี.ค.นี้ หลัง 35 รายชื่อผ่านด่านอรหันต์ตรวจเข้มคุณสมบัติ ชัดเพื่อไทยส่ง 3 ชื่อ "นิกร" แทน "ปุ๋ง" ขณะ "เดียร์ ขัตติยา-วิสุทธิ์" วืดอีกแล้ว

ปากีฯเป็นตัวกลาง เจรจายุติสงคราม

“สีหศักดิ์” ย้ำยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือมยุรีนารี แต่อิหร่านเข้าถึงเรือแล้ว เผยหารือกับทูตตะวันออกกลางช่วยดูแลคนไทย เสนอประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนหารือแนวทางลดความตึงเครียด ขณะที่ปากีสถานเป็นตัวกลางเจรจายุติสงคราม