ด้อยค่าทหารหลอนพรรคส้ม

พรรคการเมืองหาเสียงคึกคัก “อนุทิน” ลงระนองชู “แลนด์บริดจ์-การท่องเที่ยว” ส่วน “ณัฐพงษ์” ไปขอนแก่นเจอ “ม.112-ด้อยค่าทหาร” หลอน แม่ค้าไล่พ้นตลาด “รังสิมันต์” ร่ายยาวบอก ปชน.มักเจอไอโอช่วงเลือกตั้งทำให้คะแนนนิยมลด ลั่นไม่เคยเกลียดกองทัพ “จุลพันธ์”  โวเตรียมเปิดนโยบายอีก 2 ระลอก จะชี้เป็นชี้ตายพรรคได้แน่ “ปชป.” หวังทวงคืนเก้าอี้ใน กทม. “ชัยวุฒิ” แนะมองข้ามขนาดพรรคให้ดูที่อุดมการณ์

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 บรรดาพรรคการเมืองยังคงเดินหน้าหาเสียงกันอย่างคึกคักต่อเนื่อง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองระนอง จังหวัดระนอง ช่วยหาเสียงให้นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ระนอง

โดยนายอนุทินกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในตัวผู้สมัครของพรรค ซึ่งระนองมีศักยภาพและความพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดไปอีกขั้น ควบคู่กับนโยบายคนละครึ่งพลัสที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ชาวระนองต้องการพรรคการเมืองและผู้แทนที่กล้าคิด คิดได้ และทำเป็น ซึ่งพรรค ภท.และผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมทุกมิติ

เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.มีเหตุผลอะไรที่คนระนองต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า หนึ่งคือหัวหน้าพรรค ภท.เป็นเขยระนอง สอง-ระนองมีศักยภาพ  และภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เห็นความสำคัญของจังหวัดนี้ ซึ่งในอนาคตจะเป็นจังหวัดที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ทั้งโครงการแลนด์บริดจ์และการค้าการท่องเที่ยว ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน

ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่หาเสียงใน จ.ขอนแก่น ด้วยขบวนรถซาเล้ง โดยมีนายวีรนันท์ ฮวดศรี หรือทนายป๊อก ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 1 เป็นคนขับ ก่อนแวะจอดลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ได้เดินทักทายแม่ค้าทุกร้าน พร้อมขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร สส.ของพรรค พร้อมทำสัญลักษณ์ “ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก” สร้างสีสันและความคึกคักให้บรรยากาศการหาเสียง

“คนอีสานเป็นกลุ่มประชาชนที่มีอุดมการณ์ชัดเจน ขณะที่พรรคประชาชนเองก็มีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างตรงไปตรงมา จึงเชื่อมั่นว่าชาวอีสานจะให้การสนับสนุนและลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้”

ทั้งนี้ในการหาเสียงที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่ามีประชาชนเข้ามาพูดคุยและสอบถามเรื่องต่างๆ จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่บอกว่าตั้งใจหน่อย และให้ระวังเรื่องปาก ไม่งั้นจะพลาด ถ้าพลาดก็ต้องรีบแก้ให้ไวอย่าช้า เพราะคำพูดจากปากไปเร็วและสร้างความเสียหายเร็ว มันอธิบายยากเพราะเค้าไม่ฟังเรา ก่อนพูดทิ้งท้ายกับนายณัฐพงษ์ว่าอย่าปากเสีย นอกจากนั้นยังมีแม่ค้าตลาดสดบางลำภูอีกจำนวนหนึ่งเดินมาหาและขับไล่ให้ไปหาเสียงทีอื่น โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้อนรับพรรคที่มุ่งหวังแก้มาตรา 112 และด้อยค่าทหาร ขณะเดียวกันที่ตลาดจอมพล ชาวบ้านเข้ามาขอถ่ายภาพพร้อมให้กำลังใจเชียร์ บางคนถึงกับร้องไห้ออกมา มีบางรายนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องคอ พร้อมกับนำส้มมามอบให้กำลังใจด้วย

รังสิมันต์โทษไอโอ

ด้านนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ปชน. ได้โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ "ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เพื่อด้อยค่าพรรค ปชน." ว่า ในช่วงการเลือกตั้งมักเป็นช่วงเวลาที่เราพบเห็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ที่มุ่งโจมตีพรรค ปชน.ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด คือความพยายามด้อยค่าพรรคว่าเป็นพรรคที่มีนโยบายต่อต้านหรือด้อยค่ากองทัพ โดยหยิบยกคำพูดว่าทหารมีไว้ทำไม ซึ่งเดิมเป็นคำถามต่อบทบาทของกองทัพ ในบริบทที่นายพลบางส่วนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง มาใช้บิดเบือนและโยงกลับมายังพรรค ปชน.เพื่อทำลายคะแนนนิยม และสร้างภาพให้พรรค ปชน.อยู่ตรงข้ามกับกองทัพ

“หากติดตามพรรคประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล จุดยืนของเราชัดเจนมาโดยตลอด คือเราต้องการเห็นกองทัพทำหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ เพื่อให้คนไทยปลอดภัย และไม่เคยเห็นด้วยเลยกับการที่กองทัพเข้ามามีอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าเป็นการรัฐประหาร หรือการเข้าไปพัวพันกับธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ”

นายรังสิมันต์โพสต์อีกว่า เชื่อว่าในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เราไม่เคยเหมารวม แต่ต้องย้ำให้ชัดเจนว่า กองทัพมีไว้เพื่อป้องกันประเทศ ไม่ใช่ให้ใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เห็นได้ชัดว่าในระยะหลัง ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์หรือแสดงความเห็นทางการเมืองน้อยลงมาก ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ อดีต ผบ.ทบ. หรือ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน คือ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ นี่คือตัวอย่างที่ดีของการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และสะท้อนภาพของกองทัพมืออาชีพอย่างแท้จริง

“ผมรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่โอ๋ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก ที่ออกมาโพสต์ข้อความลักษณะด้อยค่าพรรคการเมือง ซึ่งใครๆ ก็ดูออกว่าหมายถึงพรรคประชาชน ผมรับรู้เสมอว่าพี่โอ๋เป็นทหารหัวก้าวหน้า และเคยเผชิญกับความไม่เป็นธรรมจนต้องออกจากราชการมาก่อน การโพสต์ในลักษณะที่พุ่งเป้าโดยเอาเรื่องเท็จมาใส่ร้ายพรรคประชาชน เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทหารปัญญาชนควรเข้าใจเป็นอย่างดีว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และบทบาทของทหารมืออาชีพมากเพียงใด ผมอยากให้ทหารทุกคนยึดแบบอย่างการวางตัวของผู้บัญชาการทหารบกเป็นหลัก นี่คือแนวทางที่ถูกต้อง เราเกลียดรัฐประหาร แต่เราไม่เคยเกลียดกองทัพ ดังนั้นขอให้หยุดปลุกปั่น สร้างความเข้าใจผิด และยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าพรรคประชาชนได้แล้ว”

ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ลำพูน ช่วยผู้สมัครทั้ง 2 เขต  โดยมี "นายกเฮง" วีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูนช่วยหาเสียงด้วย โดยนายธนาธรกล่าวว่า ตลอด 10 เดือนที่พรรค ปชน.ได้รับโอกาสให้บริหารลำพูน นายกเฮงและทีมงาน รวมถึงตนเองได้ทำงานเต็มที่เพื่อเปลี่ยนคุณภาพชีวิตคนลำพูน ตอนนี้คนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่เปลี่ยนแค่ลำพูนยังไม่พอ ขอโอกาสในการเลือกตั้งครั้งนี้ เลือก สส.เขตทั้ง 2 เขตที่ลำพูน เพื่อให้รัฐบาลประชาชนได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ

เจ้ากรมฯ ฉะกลับด้อมส้ม

ช่วงค่ำ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กระแสตอบโต้จากฝ่ายโจมตีกองทัพว่า "สิ่งที่ผมโพสต์ไปนั้นแค่อธิบายว่า วาทกรรมด้อยค่าต่างๆ ที่บั่นทอนความรู้สึกทหารทั้งกองทัพ โดยมีคนมาพยายามอธิบายว่า หมายถึงนายพลบ้าง หมายถึงทหารไม่ดีบ้าง แล้วทหารที่เหลือเขาต้องมานั่ง ยอมให้นักการเมือง ด้อม ติ่ง มาใช้วาทกรรมด้อยค่าพวกเขาเหรอ ผมเขียนชัดเจน แต่ไม่อ่านกัน มีตอบโต้กันหลายแบบ มีผู้ใหญ่บางคนด่าผมปัญญาอ่อน มีนักวิชาการบางคนพยายามอธิบายด้วยทฤษฎีแล้วบอกให้เพิกเฉย มีคนบอกว่าผมปากแจ๋ว มีบางคนด่าผมว่าเคยไปรบมั้ย บางคนดูถูกผมต่างๆ นานา เช่น นายพลโง่  สมองกลวง แต่แปลกคือ ผมไม่ได้โกรธหรือรู้สึกอะไรเลย เพราะอะไรรู้มั้ยครับ เพราะหลายคนไม่รู้จักผม และที่สำคัญ หลายคนไม่อ่านสิ่งที่ผมเขียน มาถึงก็ใส่ๆ กันเลย ถ้าอ่านแล้วพิจารณาดีๆ จะเข้าใจสิ่งที่ผมสื่อ

1) ทหารคนอื่นไม่เกี่ยว คุณจะด่าทหารเลวคุณด่าไป แต่ทหารที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาสะดุ้งกับวาทกรรมด้อยค่าในขณะที่เขาไปทำหน้าที่ที่ชายแดน มันบั่นทอนความรู้สึก คุณอย่าด่าเหมารวมวาทกรรมด้อยค่า มันไปกระทบความรู้สึกความภูมิใจในอาชีพของทหารที่เหลือ

2) คุณปรามาสกองทัพ ว่ารบที่ไหนก็แพ้ วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า เราทำหน้าที่กันสมบูรณ์แบบ มีใครขอโทษหรือเปลี่ยนวาทกรรม ที่ดูถูกปรามาสกองทัพไปบ้างหรือยัง หรือจะปล่อยให้เงียบไปกับสายลม

3) การใช้คำพูดที่สร้างความแตกแยกขึ้นในกองทัพ เป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์กัน ทหารไปรบคราวนี้มีตั้งแต่พลทหารยันนายพล ถ้าถามว่านายพล นายพันตายบ้างรึยัง คำตอบคือ ผู้จัดการไปเดินขายของเป็นฝ่ายการตลาดเองมั้ย? การออกไปทำหน้าที่ทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน ตายแทนกันได้ เราต้องการความเชื่อใจกัน การรบที่ผ่านมาทั้ง 2 ยุทธการและ 2 ยุทธบริเวณนั้น คนที่ผ่านมาจะเข้าใจดีว่าหน้าแนวทำงานกันอย่างไร เราไม่ทิ้งกันอย่างไร เพราะความแตกแยกในกองทัพคืออันตรายย่างยิ่งต่อการทำภารกิจต่างๆ

สรุปคือ คุณอยากจะด่าใคร ทหารคนไหนก็ด่ากันต่อไป แต่อย่าเหมารวมทหารทั้งกองทัพ คนที่ทำหน้าที่สมบูรณ์ไม่เกี่ยว พูดอะไรผิดพาดพิงดูถูกเหยียบย่ำ ถ้าจะขอโทษกัน มันไม่มีอะไรเสียหายหรอก รับผิดชอบสิ่งที่พูดกัน สังคมก็จะหันมายิ้มให้กัน Digital Footprint มีให้เห็นกันครับ

พท.จ่อเปิดนโยบาย

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกฯ พรรค กล่าวถึงการหาเสียงครบ 1 สัปดาห์ว่า เรามีการวางแผนไปจนถึงจบการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องการดีเบตเวทีต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เรามีการกำหนดผู้ปราศรัย ซึ่งตนและนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ จะได้ลงทุกพื้นที่พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน และมีกำหนดที่จะเปิดนโยบายสำคัญอีก 2 ช่วง ที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

เมื่อถามถึงความนิยมของแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่หลายโพลมองว่าจะมาเป็นอันดับ 3 นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน พอดูจากผลโพลก็พบว่าพรรคเริ่มที่จะจ่อขึ้นมาแล้ว จากที่ไม่มีชื่อของนายยศชนัน แต่เมื่อเปิดชื่อออกมา 15 วัน ความนิยมขึ้นมาแล้ว และจากการทำงาน โอกาสที่พรรคจะเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคเป็นตัวเต็ง แต่ก็พลิกแซงในโค้งสุดท้าย ดังนั้นอย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตาย หรือประชาชนมีความแน่นอน เพราะประชาชนมีโอกาสและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ

เมื่อถามว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยมีกลยุทธ์อย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า วันนี้การตอบรับแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชนเป็นไปด้วยดี จึงไม่ได้ห่วงประเด็นนี้ และนโยบายเรายังออกไม่หมด และจะมีนโยบายทีเด็ดทีขาดที่จะนำมาให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ ซึ่งจะออกนโยบายอีก 2 ระลอก แต่คงไม่ช้าถึงขนาดที่ออกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยคาดว่าในต้นปีนี้จะออกมา 1 นโยบาย ขอให้ประชาชนรอติดตาม

เมื่อถามถึงผู้สมัครในพื้นที่อื่นๆ ได้มีการรายงานปัญหาอุปสรรคหรือข้อพิรุธเข้ามาหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวยอมรับว่า มีปัญหาพอสมควร และเรื่องที่น่ากังวลคือการทุจริตคอร์รัปชัน การทำลายป้ายหาเสียง มีการส่งข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ เช่นการเก็บบัตรประชาชนตามพื้นที่ต่างจังหวัด และอีกเรื่องคือ มีตัวเลขในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เยอะผิดปกติในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตราย

ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พรรคจะเดินหน้าสานต่อโครงการบัตรประชารัฐ โดยเตรียมยกระดับเป็นบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตรา เพิ่มค่าทวีคูณ ปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากเดิม 300 บาท เป็น 700 บาทต่อเดือน

ปชป.หวังทวงเก้าอี้ กทม.

ณ ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จ.สงขลา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.สงขลา ครบทั้ง 9 เขต ภายใต้สโลแกน "ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น" โดยนอกจากการเปิดตัวผู้สมัครแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมลำโพงชาวบ้าน เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่โดยตรง โดยนายอภิสิทธิ์และทีมผู้สมัครได้ร่วมล้อมวงคุยกับพี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง

ส่วน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครพรรคเขตหนองจอก และมีนบุรี โดยนายสกลธีระบุว่า ไม่ใช่เป็นการลงพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ของพรรค ปชป. ทีมกรุงเทพฯ ฟ้าใหม่ได้ออกเดินหาเสียงมาอย่างต่อเนื่องหลังวันสมัคร โดยหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทุกท่านพร้อมลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ทุกคนหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาผงาดได้จริง

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงพรรคการเมืองใช้กระแสชาตินิยมมาหาเสียงในพื้นที่ กทม.ว่า เชื่อว่าไม่มีใครไม่รักชาติ แต่วันนี้ปัญหาไม่ได้มีเพียงเรื่องชายแดนเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาวิกฤตด้านอื่นอีกมาก ดังนั้นความรักชาติของเรายังมีอีกหลายเรื่องที่เราจะเข้าไปแก้ปัญหา ซึ่งในพื้นที่ กทม.เรื่องที่วิกฤตหนักสุดคือเรื่องน้ำท่วม

“อยากให้มาสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่จะอยากจะแก้ปัญหาคนกรุงเทพฯ จริงๆ โดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติ น้ำท่วม และแผ่นดินไหว จึงอยากให้ประชาชนเปิดหัวใจให้กับพรรคไทยก้าวใหม่ที่จะมาดูแลเรื่องภัยพิบัติ และเรามั่นใจว่าเราเป็นพรรคแรกที่ทุ่มเทหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติให้คนกรุงเทพฯ”

ส่วนทีมพรรครักชาติ นำโดย รศ. ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก  แคนดิเดตนายกฯ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดประชานิเวศน์ 1 พื้นที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ช่วย น.ส.สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ (วีวี่) ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 8 โดยเน้นย้ำจุดยืนการเมืองที่โปร่งใสและปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งตลอดการเดินในช่วงเช้า มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปที่มาจ่ายตลาดเข้ามาร่วมพูดคุย สะท้อนปัญหาที่ต้องการให้นักการเมืองรุ่นใหม่ช่วยแก้ไขจำนวนมาก ทั้งเรื่องค่าครองชีพที่สูง ปัญหาการจราจร ระบบขนส่งสาธารณะ และการจัดการพื้นที่

รศ. ดร.เจษฎ์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เดินตลาดและตรอกซอกซอย ทำให้ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่อยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาด และผู้แทนที่เข้ามาพัฒนาบ้านเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้ามาเพื่อกอบโกย ทั้งนี้พรรคจะนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงแผนนโยบายให้ตอบโจทย์ และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในแต่ละท้องที่

นายชัยวุฒิกล่าวว่า อยากให้ประชาชนมองข้ามขนาดของพรรคการเมือง แต่มองที่อุดมการณ์เป็นหลัก หากพรรคใหญ่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การเลือกพรรคเล็กที่มีอุดมการณ์ตรงกันจะช่วยให้มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น

“พรรคเล็กที่มีอุดมการณ์จะไม่เข้าไปเป็นขี้ข้าของรัฐบาล แต่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในการตรวจสอบ ติดตามเรื่องต่างๆ รวมถึงการออกกฎหมายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง” นายชัยวุฒิกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อีสานโพล เปิดคะแนนนิยม 'ภูมิใจไทย' พุ่งพรวด อยากเห็น 'น้ำเงิน-แดง' ตั้งรัฐบาลมากสุด

อีสานโพลเผย คนอีสานอยากเห็นรัฐบาลผสมร่วม "ภท.-พท." มากกว่า "ภท.-ปชน." แต่ยังคงตัดสินใจเลือก ปชน. เช่นเดิม

'ชาญวิทย์' หนุน 'เท้ง' ไม่เห็นด้วยสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ไร้ประโยชน์ ปลูกไมตรีกันไว้ดีกว่า

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กำแพงเมืองจีนก็กันคนเถื่อนไม่ได้กำแพงเบอร์ลินก็พังไปแล้ว รั้วเม็กซิโกของมะกันก็ล้มเหลว

เลือกตั้ง สส.ตราด เริ่มเดือด! ผู้สมัคร 7 พรรคลุยหาเสียง พบป้าย ปชน. แชมป์เก่าถูกกรีดยับ

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง สส.ตราด มีผู้สมัครจำนวน 7 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายพิชานนท์ อิงประสาร พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 1,นายธีรภาพ ทิบุญมี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 2 ,นายทินวัฒน์ เจียมอุย พรรพลังประชารัฐ ได้หมายเลข 3,นายกิตติธัช ไชยอรรถ พรรคกล้าธรรม หมายเลข 4 นายสักเดช สว่างไสว พรรคเพื่อไทย

นายกฯหนู ชี้ 'ธนาธร' พูดถูก ขอโอกาส ปชน. ทดลองงาน 4 ปี ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเลือกอีก

นายกฯหนู ปัดให้ความเห็นแคมเปญ​ "เท้ง"​ เป็นนายกฯที่ดีกว่า​ ยันไม่เคยอวยตัวเอง บอก "ธนาธร" พูดถูก ไม่ได้รอบนี้ 4 ปีไม่ต้องเลือก ย้ำไม่มีแนวคิดดึงลูกชายช่วยหาเสียง​