กมธ. พัฒนาการเมือง สว. เตรียม จำลองเลือกตั้ง 4 มี.ค. นี้ ร่อน หนังสือเชิญ "วิษณุ-บวรศักดิ์-จรัญ-เจษฎ์" พร้อมทูต 7 ประเทศ ร่วมสังเกตการณ์ ด้าน "สมชัย" หวัง พิสูจน์มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรคือจุดอ่อน ตั้งเป้า ผลถูก 100% แต่หวั่น อาสากลัวไม่มาร่วมจำลอง ขณะ "อ.เรือบิน" ยัน ไม่มีเจตนาให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
2 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าว เตรียมจัดจำลองการเลือกตั้ง ว่า ในวันพุธที่ 4 มี.ค. นี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองเราจะให้มีการจำลองการเลือกตั้ง เพื่อเสาะหาข้อเท็จจริงในส่วนของบัตรเลือกตั้ง ว่าถ้ามีบาร์โค้ด สามารถสืบกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะมาจำลองกัน จากความสนใจของสาธารณชนในปัจจุบันที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ จะได้รับการพิสูจน์เพื่อความโปร่งใส และมีข้อคิดเห็น ว่าถ้าสามารถสืบกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้แล้ว จะมีวิธีการอย่างไรต่อไปกับกระบวนการเหล่านี้
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการก็ได้ประสานงานกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะเป็นผู้สาธิตกระบวนการการจำลองการเลือกตั้ง แล้วจะมีการเชิญผู้สังเกตการณ์จากหลายสาขาวิชาชีพมาร่วมด้วย และอาจร่วมในการเดาผลการเลือกตั้งจำลองครั้งนี้ ว่าการเลือกตั้งในระบบบาร์โค้ดแบบนี้ ถ้าจะมีการแฮกให้ได้ผลออกมาสามารถทำได้หรือไม่ ทางกรรมาธิการได้ออกหนังสือเชิญไปยังผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ ทูตทั้ง 7 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และยังมีการเชิญนักวิชาการที่ให้ความเห็นในประเด็นเหล่านี้ ทั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี , นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ , นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ซึ่งเราได้ทำหนังสือเชิญไปหมดแล้ว รวมถึงกลุ่มประชาชนที่ถูก กกต. ดำเนินคดี
นายนรเศรษฐ์ ยังกล่าวว่า ความตั้งใจของเรา ก็เพื่อให้ความจริงได้ถูกพิสูจน์ในเชิงวิชาการวิทยาศาสตร์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าตัวบาร์โค้ดที่เป็นข้อถกเถียงว่ารับหรือไม่รับจะเป็นความลับจริงหรือไม่เมื่ออยู่บนบัตรเลือกตั้งแล้วจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมสังเกตการณ์กันในวันพุธที่ 4 มี.ค.นี้ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ซึ่งเราได้ส่งหนังสือเชิญไปยังคณะกรรมการการเลือก (กกต.) ตั้งทุกคน รวมถึงเลขาธิการ กกต. ให้มาร่วมสังเกตการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกรณีนี้
นายนรเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า การทดลองการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้มีประเด็นการเมืองใดเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กรรมาธิการมีเจตนาที่จะเปิดพื้นที่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดมีความเสี่ยง อย่างไรหากการเลือกตั้งครั้งต่อไปยังมีบาร์โค้ดอยู่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือความเสรีในการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชน เพื่อ กกต. จะนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการทดลองไปพิจารณาและปรับปรุงการการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเชิญชวนทุกคนร่วมสังเกตการณ์ถอดรหัส
ด้านนายสมชัย กล่าวว่า ขอบคุณวุฒิสภาที่เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ของสภาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกระบวนการเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งมีปัญหาอย่างไร แต่ทำให้เห็นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ใส่บาร์โค้ด และสามารถสแกนตรวจสอบย้อนไปถึงต้นขั้วได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกันเป็นซีเรียลนัมเบอร์ มองว่าเป็นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อันตราย แม้ไม่มีต้นขั้ว หรือบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เลขลำดับ หรือเอาบัตรที่ลงคะแนนแล้วออกมาก็ตาม ในจังหวะของการนับคะแนนก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเลือกใคร หากเป็นแบบนี้จริงการเลือกตั้งจะไม่เสรี ประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์มีสิทธิ์ตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่าท่านเลือกใคร โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งหรือหมู่บ้านที่มีคนไปใช้สิทธิ์ค่อนข้างน้อย ซึ่งการออกแบบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ดังนั้นการพิสูจน์ของเราคือการจัดทำบัตรเลือกตั้งอะไรบางอย่าง ให้สื่อมวลชนเข้าไปเป็นตัวแทน 10 คน เข้าไปเลือก และเมื่อถึงขั้นตอนการนับคะแนน จะมีทีมวิเคราะห์ ที่มาจากประชาชน แต่ตนไม่ทราบว่าจะมาครบหรือไม่ เพราะมีความเกรงกลัวกับการจัดสถานการณ์การเลือกตั้ง
นายสมชัย กล่าวต่อว่า โดยจะให้ทีมวิเคราะห์ดูจากการนับคะแนน ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง ให้ถอดรหัสเอง แต่ไม่ได้บอกว่าให้ถอดรหัสอย่างไร เพื่อดูว่าแต่ละทีมถอดรหัสได้ถูกต้องหรือไม่ว่าตัวแทนที่เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกอะไร และสุดท้ายจะมีการเฉลยว่ากระบวนการถอดรหัสทำอย่างไร โดยเราตั้งเป้าหมายว่าจะถูกต้อง 100% ดังนั้นนี่คือจุดอ่อนที่โอกาสข้างหน้ากกต. ต้องไม่ทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรต้องมีบาร์โค้ดที่ออกแบบเป็นตัวเลข สืบหาต้นตอได้
ขณะที่นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 1 ในบุคคลที่ถูก กกต.ฟ้องดำเนินคดี กล่าวเสริมว่า จากความตั้งใจในการตรวจสอบโฟกัสที่กระบวนการ เมื่อเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งเป็นความลับ ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร ซึ่งหากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีคนทราบก่อนและนำไปทุจริต ก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
นายธรรม์ธีร์ กล่าวว่า การตรวจสอบพยามให้เห็นถึงความเสี่ยงการทุจริตเลือกตั้ง และยืนยันว่าการดำเนินการตรวจสอบ ไม่ได้ตั้งธงว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร ชี้ว่าเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอให้ทุกคนเปิดใจตรวจสอบและร่วมพิจารณาว่าจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตเที่ยงธรรม และช่วยรักษาเสียงของประชาชนด้วยความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
ทั้งนี้ นายนรเศรษฐ์ พร้อมคณะได้นำสื่อมวลชน ไป ดูสถานที่การจำลองการเลือกตั้ง โดยมีการตั้งคูหาและบัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งมีบาร์โค้ดอยู่บนบัตร และใช้ชื่อของก๋วยเตี๋ยวเป็นตัวเลือกในการกาบัตรเลือกตั้งแบบจำลอง ซึ่งมีทั้งหมด 6 เบอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลฎีกา ปัดตกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดี สว. เดินหน้าตรวจพยานตามนัด
ศาลฎีกา ยกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติ สว. ดักทางอ้างอภินิหารกฎหมายยื่นศาล รธน. วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ ยันเดินหน้าไต่สวนพยาน 21 ธ.ค. ตามนัด
“กกต.”คว้ามือ"ศาลรธน." แก้ลำโดนสาวลึก"ฮั้วสว."
ศึกชิงแดนอำนาจระหว่าง องค์กรอิสระ กับ องค์กรตุลาการ เป็นจุดที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก หลังจาก กกต.มีความคืบหน้าในการส่งดำเนินคดีอาญาขบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 77 ราย ซึ่งมี สว.ชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วยถึง 26 ราย
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'
สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ
ขวาง‘ศาลฎีกา’รื้อฮั้วสว. กกต.ส่งศาลรธน.ตีความ
กกต.ยื่นศาล รธน.ชี้ขาดศาลฎีกามีสิทธิรื้อคำวินิจฉัยปมคุณสมบัติ สว.หรือไม่
สว.สำรอง เดือด! ซัด กกต. ไม่เห็นหัวประชาชน ลงมติยื่นศาล รธน. หักอำนาจศาลฎีกา
สว.สำรองบุก กกต. จี้คว่ำมติส่งศาล รธน. ชี้ขาดปมฮั้วเลือก สว. ฉะยื้อคดี 2 ปีหวังฟอกขาวพวกพ้อง-ริบอำนาจศาลฎีกา ซัดเดือดถ้าไม่เห็นหัว ปชช. ให้ไปตัดกางเกงขาสั้นใส่แทนสีกากี
ระอุ! กกต. มีมติยื่นศาล รธน. วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ ชี้ศาลฎีกาไม่มีสิทธิรื้อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว.
ที่ประชุม กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภ

