'สมชัย' ซัดกลับ! 5 พฤติกรรม 'กกต.' เซาะกร่อนทำลายตัวเอง

2 มี.ค. 2569 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต.

การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต. นอกจากพฤติกรรมของ กกต. เอง

1.จัดการเลือกตั้งแบบไม่มีประสิทธิภาพ อ่อนหัด ไม่เป็นมืออาชีพ ทั้งๆ ที่มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งมาเกือบ 30 ปี นับแต่ความวุ่นวายในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต การจ่าหน้าซองและรหัสเขตเลือกตั้งที่สับสน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจว่า บัตรจะถูกกลับถูกเขตหรือไม่ การเลือกตั้งวันจริง มีการทำหน้าที่แบบไม่น่าเชื่อว่าผ่านการอบรมมาจริง เช่น การแจกจ่ายบัตรโดยฉีกกลางบัตร การนับคะแนนแบบถูกๆ ผิดๆ ขาดความโปร่งใส การรายงานผลที่ล่าช้าและมีตัวเลขผิดพลาดมากมาย ไปจนถึงการไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือจากประชาชนต่อการทำงานโดยรวม

2.พฤติกรรมการวางอำนาจ ไม่ยอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตนเอง มีข้อแก้ตัวและผ่อนปรนกับการทำผิดของตน แต่เอาจริงเอาจังในการจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง ตัวอย่างเช่น เมื่อ กกต. เขต ทำผิดระเบียบในการยุบรวมหีบโดยไม่มีการปิดผนึกหีบ ไม่มีการรัดสาย cable tie ก็แก้ตัวว่า ขนส่งระยะสั้น แค่ 500 เมตร โดยรีบเร่ง เมื่อพิมพ์บัตรเลือกใหม่ที่ผิดระเบียบ ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว ก็อ้างแบบไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีการพิมพ์จริง

3.ความไม่นิ่ง ความไม่น่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ให้ประชาชน วันหนึ่งอย่างหนึ่ง อีกวันอย่างหนึ่ง อาจเป็นเพราะขาดความรู้ หรือเจตนาโกหกประชาชนแต่ถูกจับได้ เช่น การชี้แจงเรื่องบาร์โค้ด วันแรก รองเลขาธิการ ชี้แจงอย่างแข็งขันน่าเชื่อถือว่า เป็นการตรวจสอบย้อนกลับไปยังล็อตการผลิต การจัดส่ง และหน่วยเลือกตั้ง วันถัดมาก็ถูกผู้สื่อข่าวซักจนจนมุม ยอมรับว่าบาร์โค้ดท้ายบัตร มีเลขตรงกับเลขในต้นขั้วบัตรที่สืบย้อนไปยังผู้เลือกได้ เป็นต้น

4.พฤติกรรมไม่กล้าสบหน้าประชาชน มีปัญหาไม่กล้าออกมาชี้แจงกับสื่อ ใช้วิธีแจกข่าว เป็นการสื่อสารทางเดียวเพราะเกรงว่า จะถูกสื่อซักแล้วตอบไม่ได้ ส่งกี่คนกี่คนออกมาชี้แจงก็ตกม้าตาย เลยงดการตั้งโต๊ะแถลงข่าวแจกเป็นเอกสาร ส่วนเรื่องไหนอยากโต้ ก็ใช้วิธีปล่อยข่าวว่าแหล่งข่าวใน กกต. บอกมา ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า เป็นองค์กรที่ขาดความโปร่งใส ไม่น่าไว้วางใจ ขาดความน่าเชื่อถือ

5.พฤติกรรมเซาะกร่อนบ่อนทำลายจึงเกิดจากเนื้อในของ กกต. เอง ที่ทำให้ กกต. ในปัจจุบันไปองค์กรอิสระที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์สูงสุด และหากยังดื้อดึงมีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไป เป็นที่น่าห่วงว่า เมื่อมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจมีคำถามว่า เรายังต้องมี กกต. อีกหรือไม่ หรือจะให้หน่วยราชการ เช่น มหาดไทย เป็นคนจัด ที่เขายังมีหิริโอตัปปะ ความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิดเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยมีองค์กรภาคประชาชนที่มีอำนาจในการตรวจสอบคู่ขนาน แบบองค์กรกลางในอดีตจะดีกว่าหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พริษฐ์' ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ตอกย้ำคดีโกง สว. ต้องไม่ถูกตัดตอนแค่ 77 คน

"พริษฐ์" ลั่นคดีโกง สว. ไม่จบแค่ 77 คน ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์เปิดทาง "ประชาชนทุกคนคือผู้เสียหาย" ฟ้อง กกต. ม.157 ได้เอง จี้สอบลึกถึงบงการสีน้ำเงิน-ตัดตอนไม่ได้

แสวง-7 เสือ กกต. มีหนาว! ประธานศาลอุทธรณ์พลิกคำสั่ง ไฟเขียวศาลคดีทุจริตฯ รับฟ้อง 'ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ' คดีฮั้ว สว.

ระอุ! ศึกกกต.-ศาลยุติธรรม 7 เสือ กกต.-แสวง แย่แล้ว เสี่ยงคุก ประธานศาลอุทธรณ์พลิกศาลชั้นต้น ออกคำสั่งวันนี้ให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้องคดีผู้สมัครสว.ฟ้องกตก.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคดีฮั้วสว. หลังก่อนหน้านี้ กกต.เปิดศึกศาลสูง ยื่นศาลรธน.ตีความอำนาจศาลฎีกาฯ

รัฐบาลยินดี 'บอร์ดประกันสังคม' ชุดใหม่ ย้ำกระทรวงแรงงานพร้อมร่วมทำงานเต็มที่

'รองโฆษกรัฐบาล' แสดงความยินดี 'บอร์ดประกันสังคม' ชุดใหม่ ย้ำกระทรวงแรงงานพร้อมทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ผู้ประกันตน

ศาลฎีกา ปัดตกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดี สว. เดินหน้าตรวจพยานตามนัด

ศาลฎีกา ยกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติ สว. ดักทางอ้างอภินิหารกฎหมายยื่นศาล รธน. วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ ยันเดินหน้าไต่สวนพยาน 21 ธ.ค. ตามนัด