จ่อรวบ10นักการเมืองสีเทา

เตรียมรวบ 10 ผู้สมัคร สส.-สส.  พันเว็บพนัน-สแกมเมอร์ สกัดเงินสีเทาแทรกการเลือกตั้ง "รองอธิบดีดีเอสไอ" เผยสัปดาห์หน้าเตรียมเชิญ “ธรรมนัส-นฤมล” สอบปากคำพยาน ปมโผล่ร่วมภาพสักขีพยานวันลงนาม MOU   กระทรวงดีอี-บริษัทเอกชน คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล "โรม" กังขาปมจับ "เฉิน จื้อ" ถูกจับส่งกลับจีนแต่ "เบน สมิธ" ยังลอยนวล

ที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุผิดหวังที่รัฐมนตรียุติธรรมยังไม่พบนักการเมืองหรือผู้สมัคร สส.เข้าไปพัวพันกับสแกมเมอร์หรือเว็บพนันว่า เหตุการณ์ในวันดังกล่าวเป็นวันที่ตนได้ไปมอบนโยบายที่ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งก็มีคำถามของผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งได้ถามตนว่า ในวันนี้ได้มีการพูดถึงผู้สมัครหรือ สส.ที่เกี่ยวพันกับยาเสพติดหรือไม่ ตนจึงตอบไปว่าไม่มี เพราะว่าตนมาเพียงมอบนโยบาย จึงอาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไป ก็เลยเหมือนเป็นการไปตัดเป็นประเด็นว่าตนได้ไปยืนยันว่าไม่มีผู้สมัคร สส.หรือ สส.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์หรือยาเสพติด ซึ่งการสืบสวนสอบสวนเรื่องเหล่านี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งตำรวจไซเบอร์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คาดว่าเร็วๆ นี้อาจจะมีการเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้สมัคร สส.หรืออดีต สส.ที่ไปเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์

"ผมมีฐานข้อมูลของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้หลายราย สำหรับฐานข้อมูลนักการเมือง อดีต สส.หรือ สส.ที่สืบสวนแล้วพบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ มีประมาณ 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้สมัคร สส.และบางส่วนก็เป็น สส.ในปัจจุบันอีกด้วย มีความเกี่ยวข้องทั้งเรื่องของเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ การสืบสวนเชิงลึกดังกล่าวจะเป็นการบูรณาการข้อมูลทั้งตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ ที่จะทำงานร่วมกัน ให้มีความคืบหน้าต่อสาธารณชน” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว

รมว.ยุติธรรมเปิดเผยถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงระหว่างการหาเสียงของพรรคการเมือง อาจมีการนำเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายจากเว็บพนันหรือคดียาเสพติดมาใช้ในการซื้อเสียงหรือรณรงค์หาเสียงว่า เป็นสิ่งกังวลใจและเป็นเรื่องสำคัญ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนต้องไปมอบนโยบายให้กับตำรวจไซเบอร์ เพราะว่าช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว และก็มีข่าวในลักษณะดังกล่าว จึงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 5 จุดในกรุงเทพฯ กรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (คดีพิเศษที่ 148/2568) ว่า คณะพนักสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตรวจยึดพยานเอกสารที่บ้านพักในหมู่บ้านย่านพระราม 2 ของผู้บริหารบริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด (ได้บางส่วน และในการตรวจค้นที่บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) เลขที่ 11/1 ซอยรามคำแหง 121 ก็ทำให้เจอกับเครื่องสแกนม่านตา 4 ชุดที่หลงเหลืออยู่ เพื่อใช้พิสูจน์ว่าตัวที่เขาเก็บสแกนม่านตาของคนไทยไว้ 1.2 ล้านคน ได้เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน และถ่ายโอนไปที่ไหนบ้าง เพราะอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในอนาคตได้ 

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ได้หารือกับผู้แทนของ ก.ล.ต. ในฐานะเป็นเจ้าของกฎหมาย พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 ที่ควบคุมดูแลเรื่องธุรกิจที่มีการใช้เหรียญดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ลงมติกล่าวโทษร่วมกันต่อไปว่าจะมีผู้กระทำความผิดเป็นใครบ้าง แต่ในตอนนี้ลักษณะคดีมันเกี่ยวกับเรื่องการสแกนม่านตา และประเทศไทยก็ยังไม่เคยมีกำหนดว่าการสแกนม่านตาเป็นความผิดตามกฎหมายใดหรือไม่ แต่ถ้ากฎหมายเทียบเคียงในเรื่องนี้ก็จะเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เพราะมีการสแกนม่านตา แล้วมีเหรียญดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดีเอสไอกับ ก.ล.ต.ก็จะได้พิจารณาร่วมกันถึงความผิดใน พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 คาดว่าภายในสัปดาห์จะมีความชัดเจน

จ่อเรียก 'ธรรมนัส-นฤมล' สอบ

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย และคณะพนักงานสอบสวนมีการพูดคุยกับกรรมการบริษัทบางแห่ง ก็มีการปฏิเสธเรื่องจัดเก็บข้อมูลที่ได้มาจากการสแกนม่านตาตลอด ปฏิเสธว่าไม่ได้จัดเก็บข้อมูล ได้ลบข้อมูลไปแล้ว แต่เราไม่เชื่อเช่นนั้น จึงต้องมาหาพยานหลักฐานไปชั่งน้ำหนักกับคำพูดของเขา และสำหรับบริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด แต่เดิมมีผู้ก่อตั้งเป็นชาวสิงคโปร์ ชื่อนายจอร์จ และจากนั้นก็มีการจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นมาเป็นของนาย อ. (นายโอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการคนปัจจุบัน) ซึ่งนาย อ. นี้ก็เป็นกรรมการของบริษัท เอ็ม วิชั่น  จำกัด (มหาชน) อีกด้วย จึงทำให้ทุกอย่างเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ เราจึงต้องเข้าตรวจค้นในวันนี้ว่าใครคือตัวการแท้จริง แต่เราก็ยังไม่ได้พบนาย อ.ในจุดบ้านพัก แต่ก็ได้นัดหมายสอบปากคำในฐานะพยานไว้เรียบร้อยแล้วภายในสัปดาห์หน้า โดยพนักงานสอบสวนได้กำหนดประเด็นคำถามไว้ว่า เจ้าตัวมีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง เพราะเรามีหลักฐานชัดเจนว่าเขาเกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลพอสมควร  เราพบได้จากทั้งเอกสารและการบัญชี

ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวด้วยว่า สำหรับที่มาที่ไปของเครื่องสแกนม่านตา พบว่าเอกสารมีการระบุว่า บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด เป็นผู้ประสานกับบริษัทยังต่างประเทศในการนำเข้า เครื่องสแกนม่านตา และการก่อตั้งบริษัทก็เกิดขึ้นภายหลังวันที่ 27 มี.ค.67 ที่มีภาพเหตุการณ์การลงนาม MOU ดังกล่าว แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีเลยว่าเครื่องสแกนม่านตาเกิดขึ้นภายหลังจากมีการเซ็น MOU เพราะต้องใช้เวลาในการสอบสวนสักระยะ

เมื่อถามว่า บริษัทเอกชนสิงคโปร์ที่มาเซ็น MOU ร่วมกับกระทรวงดีอีนั้น มีความเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ MOU นี้อาจมีการชักนำโดยนายเบน สมิธ หรือข้าราชการไทยรายใดหรือไม่ ร.ต.อ.สุรวุฒิกล่าวว่า ส่วนนี้ยังคงเป็นรายละเอียดลึกเกินไป แต่ทั่วไปแล้วเราเห็นในโครงสร้างผู้ถือหุ้น เห็นชัดว่ามาจากทางบริษัทสิงคโปร์เป็นฝ่ายเข้ามา และนอกจากนาย อ.แล้ว ก็ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรณีที่ปรากฏภาพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ตำแหน่งขณะนั้น) และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย (ตำแหน่งในขณะนั้น) ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU วันที่ 27 มี.ค.67 เราก็ต้องเชิญทั้งคู่มาสอบปากคำพยานเช่นกันว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันนั้นอย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่า การให้ข้อมูลปากคำในฐานะพยานของนายประเสริฐ จันทรรวงรอง (อดีต รมว.ดีอี) และนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงดีอี  มีความสอดคล้องกันหรือไม่ ร.ต.อ.สุรวุฒิระบุว่า  มีข้อมูลที่สัมพันธ์กันบางส่วน และอาจคลาดเคลื่อนข้อมูลกันบ้าง เพราะมันหลายปี แต่หลังจากนี้คงต้องขอเวลาไปขยายผลต่อ เพราะอธิบดีดีเอสไอและ รมว.ยุติธรรมอยากให้เราวางไทม์ไลน์การดำเนินการงานในแต่ละสัปดาห์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง เพราะเรื่องสแกนม่านตาเป็นเรื่องความมั่นคง น่าเป็นห่วง และเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวทางชีวภาพ ซึ่งคดีนี้ดีเอสไอก็บูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งนี้ กรณีที่มีคนไทย 1.2 ล้านคนได้เคยสเเกนม่านตาไปแล้ว เราก็ได้ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์จากพื้นที่เป้าหมายมาตรวจสอบดูด้วยว่าจะมีข้อมูลใดหรือไม่ และเราก็อยากให้คนที่เคยสแกนม่านตาได้เข้ามาให้ข้อมูลกับเราด้วย เพราะตอนนี้คนเข้ามาให้ข้อมูลน้อยมาก

ข้องใจจับ 'เฉิน จื้อ' ไม่จับ 'เบน สมิธ'

ด้านนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าและผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขณะที่เฉิน จื้อ ถูกจับและส่งตัวให้จีน แต่เบน สมิธ ซึ่งเป็นหัวขบวนของการฟอกเงินในไทยให้สแกมเมอร์กลับหลบหนีลอยนวล ไม่มีการออกหมายจับ ขอหมายแดง สรุปทางตำรวจจะปล่อยแบบนี้ใช่ไหม มีคนขอมาใช่ไหม ใครนะ? ใครที่บอกว่าผมไม่เอาข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แสดงว่าอาจจะเพิ่งมาติดตาม เพราะผมทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการความมั่นคงฯ ได้ทำทุกอย่าง ให้ข้อมูลถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว  กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาแถลงการจับกุมเฉิน จื้อ ผู้ต้องหาดำเนินกิจการศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ที่บังคับใช้แรงงานในกัมพูชา และทำการส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนแล้ว

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 7 ม.ค.2569 ว่า  เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวจีนซึ่งถูกสหรัฐฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินจากการดำเนินเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ (สแกมเมอร์) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ถูกจับกุมในกัมพูชาและส่งตัวกลับไปยังจีนแล้ว โดยอัยการสหรัฐระบุว่า  เฉินเป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินงานของค่ายแรงงานบังคับทั่วกัมพูชา ซึ่งเหยื่อแรงงานค้ามนุษย์ถูกกักขังในสถานที่คล้ายเรือนจำที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม นับตั้งแต่การฟ้องร้องของสหรัฐและการคว่ำบาตรโดยรัฐบาลวอชิงตันและลอนดอนในเดือนตุลาคม ทางการในยุโรป, สหรัฐอเมริกา และเอเชีย ได้มุ่งเป้าไปที่บริษัทของเฉินคือ ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ด้วยการยึดทรัพย์สินอย่างมากมาย

กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า ทางการกัมพูชาได้จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, ซู จีเหลียง และเฉา จีฮุย และส่งตัวกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว  ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ขอบเขตความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และตามคำขอจากทางการจีน หลังจากความร่วมมือในการสืบสวนร่วมกันเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งนี้ สัญชาติกัมพูชาของเฉินถูกเพิกถอนโดยพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025

เฉินเป็นผู้ก่อตั้งปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่ทางการระบุว่าทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าให้กับหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตามข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เขาอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 40 ปี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดในสหรัฐอเมริกาภายใต้ข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ประมาณ 127,271 เหรียญฯ ที่รัฐบาลวอชิงตันยึดได้ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในราคาปัจจุบัน

ข้อกล่าวหาของสหรัฐระบุเพิ่มเติมว่า ผู้กระทำความผิดถูกบังคับภายใต้การข่มขู่ด้วยความรุนแรง ให้ดำเนินการหลอกลวงที่เรียกว่าการฆ่าหมู ซึ่งเป็นแผนการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีที่สร้างความไว้วางใจกับเหยื่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะขโมยเงินของพวกเขาไป แผนการเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วโลก ทำให้เกิดความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ศูนย์หลอกลวงทั่วกัมพูชา, เมียนมา และภูมิภาค ใช้โฆษณาหางานปลอมเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ ซึ่งหลายคนเป็นชาวจีน ไปยังสถานที่ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งพวกเขาถูกบังคับให้ดำเนินการฉ้อโกงทางออนไลน์

มีรายงานว่า เฉินและผู้บริหารระดับสูงใช้อิทธิพลทางการเมืองและติดสินบนเจ้าหน้าที่ในหลายประเทศเพื่อปกป้องการดำเนินงานที่ผิดกฎหมายของพวกเขาในกัมพูชา เฉินเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต  และอดีตผู้นำฮุน เซน

กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนแถลงว่า   จากการสนับสนุนและความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กัมพูชา คณะทำงานที่กระทรวงส่งไปเมื่อวันที่ 7 ม.ค. สามารถนำตัวเฉิน จื้อ จากกรุงพนมเปญ   ประเทศกัมพูชา กลับไปยังประเทศจีนได้สำเร็จ   นอกจากนี้ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ แสดงภาพของเฉิน จื้อ ลงมาจากเครื่องบินในชุดคล้ายนักโทษสีน้ำเงิน สวมผ้าสีดำคลุมหัวเอาไว้ ก่อนจะถูกถอดออก เผยให้เห็นสีหน้าที่ค่อนข้างเครียด และนำไปสอบสวนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘น้ำเงิน’เช็กบิล‘ส้ม’ ปั่นเฟกนิวส์ผิดกม.เลือกตั้ง ‘ชวน’ปลุกคนใต้สั่งสอนภท.

“กกต.” ประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียง มอบ "แสวง" เป็นประธาน “นายกฯ หนู”

ปปช.ยื้อคดีสินบน/โจ๊กไม่หนี

“ไตรรงค์” แจงชัดสอบ “ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติ เตรียมงัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย ย้ำปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน “ทนายบิ๊กโจ๊ก” บุก ป.ป.ช.