ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน

“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย" ทำงานมีเอกภาพ เป็นเนื้อเดียวกัน ยอมรับพรรคต้องดึงคนมีความรู้ความสามารถมาเสริม  ย้อน "พรรคส้ม" ฟังคำพูด "ปลัดตุ๋ม" พร้อมลาออกหากพัวพันสีเทา ลงพื้นที่ตลาดวังหลังอ้อน  "ตอนนั้นให้ลุงตู่ ตอนนี้ให้น้องหนู" ด้าน “ยศชนัน” คืนถิ่นมหิดล โอดไม่แฟร์ถูกมองหน้ามีแค่กาสิโน ยันไม่ฝืนดันต่อหากสังคมไม่เอา "เท้ง" ขึ้นเชียงใหม่มั่นใจ ปชน.กวาดทั้ง 10 เขต "ธนาธร"  ลุยสารคามลั่นต้องตั้งรัฐบาลประชาชนให้สำเร็จ  "ชัยวุฒิ-เจษฎ์" บุกเมืองจันท์ โชว์ "รำดาบ" กราบพระเจ้าตาก ซัดแรงการเมืองยุค "ประโยชน์นิยม"  รมต.หน้าเดิมผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม   กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่โพสต์แนะนายสุทธิชัย หยุ่น และ อ.วีระ ธีรภัทร ที่มีการวิเคราะห์ผ่านรายการหนึ่งว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ต้องแบกพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทินหันไปถามนายสีหศักดิ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า "หนักไหมครับพี่อ้วน แบกพรรคภูมิใจไทย"

ก่อนที่นายสีหศักดิ์จะตอบว่า นโยบายตรงกัน และนโยบายที่วางร่วมกันกับพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้หนักอะไร และคิดว่าสิ่งที่ทำมานั้นมาถูกทางและได้รับการตอบรับจากประชาชน มีผลงานเป็นรูปธรรม

ขณะที่นายอนุทินกล่าวเสริมว่า ที่ชี้แจงสวนไปในเฟซบุ๊กเพราะว่ามีการให้ความเห็นที่ไม่ใช่ความจริง มีการระบุว่านางศุภจี นายเอกนิติ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ภท. แต่พรรค ภท.นำมาเป็นนายแบกนางแบก และบอกลักษณะประมาณว่า  ภท.ไม่มีปัญญาทำ ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่มีปัญญาทำ จึงต้องไปหาคนที่มีปัญญา คนที่ถูกต้อง คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ

ส่วนนายสีหศักดิ์ ยิ่งกว่าเป็นสมาชิกพรรค  เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ภท. ยิ่งกว่าชัดจนไม่รู้จะชัดยังไง และความชัดเจนนั้นก็มีตั้งแต่วันที่ทั้ง 3 คนขึ้นเวทีเปิดนโยบายกับ ภท.วันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตนก็เกรงว่าหากมีการให้ข้อมูลผิดพลาดต่อประชาชน และยิ่งใกล้เลือกตั้งแล้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคก็มีความจำเป็นต้องชี้แจงแถลงไขให้เกิดความชัดเจน

ทั้งนี้ นายอนุทินเข้าไปคอมเมนต์คลิปรายการ “คุยให้คิด” โดยพิธีกรในวงการสื่อ อาทิ สุทธิชัย หยุ่น, อ.วีระ ธีรภัทรานนท์ ฯลฯ ที่กำลังวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวละครในพรรคสีน้ำเงิน เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า นี่คืออีกกรณีหนึ่งที่คุณสุทธิชัยและอาจารย์วีระไม่มีข้อมูลที่เพียงพอแล้วก็ออกมาสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งคุณเอกนิติและคุณศุภจีเป็นสมาชิก ภท.ครับ เป็นทีมเศรษฐกิจของ ภท.ในด้านการเงินการคลังและการค้าขาย คุณสีหศักดิ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ภท. เป็นผู้ที่หัวหน้า ภท.ประกาศต่อประชาชนว่าทั้งสามท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอนหาก ภท.เป็นพรรครัฐบาล

"ดังนั้นบุคคลคุณภาพเหล่านี้ไม่ใช่คนนอกพรรคตามที่คุณทั้งสองพยายามสื่อสาร ต้องฝากให้คุณติดตามข่าวสารให้ใกล้ชิดกว่านี้ ทั้งสามท่านออกเดินหาเสียง ไปออกรายการและชี้แจงนโยบายของพรรคทั้งทางการงานและการเมืองหลายรอบแล้ว รูปภาพของทั้งสามท่านก็ติดในนามพรรคได้ ไปหาดูกันนะครับ ด้วยความเคารพและปรารถนาดีเสมอ จากหัวหน้า ภท. ผู้ที่ไปเชิญทั้งสามท่านนี้มาร่วมงานด้วยตัวเอง ไม่มีปัญหา เป็นเนื้อเดียวกัน และมีความเป็นเอกภาพในการทำงานรับใช้บ้านเมืองและประชาชน"

ขณะที่นายวีระโพสต์คอมเมนต์ผ่านโพสต์ของนายอนุทินว่า ขออภัยในความผิดพลาดครับ  เรียนตามตรงว่าผมไม่ทราบว่าคุณเอกนิติและคุณศุภจีเป็นสมาชิก ภท. ทราบแต่เพียงทางพรรคสอบถามไปทาง กกต.เรื่องการเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคก็ได้  เลยทำให้เข้าใจว่าสองท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ขออภัยคุณอนุทินหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคุณเอกนิติกับคุณศุภจีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมา ณ ที่นี้ด้วย

ย้อนพรรคส้ม หน.ต้องลาออก

นายอนุทินกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รายงานหรือไม่ว่าจะมีการขยายผลเครือข่ายนักการเมืองเชื่อมโยงสแกมเมอร์หลังมีการจับกุมผู้สมัคร สส. จ.ตาก พรรคประชาชน (ปชน.) ว่า   บอกแล้วว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่รู้สึกยินดียินร้ายว่าใครจะโดนจับหรือไม่โดนจับ ตนรู้สึกยินดีที่ประชาชนได้เห็นว่าสแกมเมอร์ สิ่งที่ทําผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ เว็บพนันเถื่อนถูกจับ ซึ่งตนรู้สึกยินดี เพราะทําให้เห็นว่าหน่วยงานด้านการปราบอาชญากรรมปฏิบัติตามนโยบายของตนอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ปชน. ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบและจัดการในคนรัฐบาลที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ตอนนี้จะเรียกร้องไปยังผู้บริหาร ปชน.ให้รับผิดชอบบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ให้ไปดูที่นายจตุพร  บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พูดในเวทีดีเบตโทรทัศน์ช่องหนึ่งเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในเวทีดีเบต นายจตุพรได้ตอบคำถามนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า ปชน. ที่ถามว่าถ้าหลังจากนี้มีคนในพรรคเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทาจะทําอย่างไร โดยนายจตุพรตอบว่า  "ถ้าเป็นผม หัวหน้าพรรคต้องลาออก เพราะเป็นคนที่คัดเลือกเข้ามา"

เมื่อเวลา 10.15 น. นายอนุทินพร้อมด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำ ภท. ในฐานะหัวหน้าทีม กทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ภท. ในฐานะแกนนำ ภท., นายสีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ, นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สมาชิก ภท. ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพื่อช่วยนายธนพล ชื่นพาณิชยกุล ผู้สมัคร สส.กทม.เขตทวีวัฒนา-เขตตลิ่งชัน เบอร์ 2 ภท. หาเสียงในวันหยุด

เมื่อนายอนุทินเดินทางมาถึงได้มีกลุ่มผู้สูงอายุเข้ามาขอถ่ายภาพและขอจับมือ ซึ่งนายอนุทินได้ยกมือขึ้นลูบศีรษะตัวเองพร้อมบอกว่า “ให้ประชาชนคุ้มกะลาหัวหน่อย” จากนั้นนายอนุทินเดินเข้าตลาดพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด และเดินชิมขนมและอาหารตามร้านต่างๆ ภายในตลาด ซึ่งเมื่อเดินไปถึงร้านหนึ่งแม่ค้าบอกว่า “ไม่เปิดด่านชายแดนจริงๆ ใช่ไหม”  นายอนุทินตอบว่า “จริงครับ ไม่เปิดครับ” พร้อมชี้ไปทางนายสีหศักดิ์

ก่อนเดินผ่านร้านขายของแม่ค้าได้ตะโกนทวงคนละครึ่งพลัส นายอนุทินตอบกลับว่า  “อย่าลืม 37 นะครับ” ซึ่งแม่ค้ากล่าวตอบว่า “ไม่ลืมแน่นอน” จากนั้นแวะร้านผัดไทยและโชว์ลีลาผัดไทย ก่อนชิมและปรุงเพิ่ม มีประชาชนที่เดินจับจ่ายซื้อของภายในตลาดบอกว่าชอบโครงการคนละครึ่งมาก อย่าลืมคนแก่นะ ทำให้นายอนุทินชี้มาที่ตัวเองแล้วบอกว่า "นี่ก็คนแก่เหมือนกัน"  ก่อนที่ชาวบ้านจะรีบประสานเสียงตอบกลับว่า  "ยังไม่แก่นะคะ" ซึ่งในจังหวะนี้นายเอกนัฏเดินเข้ามาบอกชาวบ้านว่า "ชอบคนละครึ่ง แต่คะแนนไม่เอาคนละครึ่งนะ" ชาวบ้านจึงตอบว่า "คะแนนเต็ม คะแนนเต็มร้อยเลย" พร้อมประสานเสียงกันว่า "ภูมิใจไทย 37 ภูมิใจไทย 37"  ก่อนนายอนุทินเดินข้ามมาอีกฝั่งหนึ่งของตลาด ซึ่งได้มีชาวบ้านนำผ้าขาวม้ามาคาดเอวให้ด้วย

จากนั้นเวลา 11.23 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่อบอุ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ต้องขอบคุณประชาชน รู้สึกได้ว่าเขามั่นใจที่จะให้ ภท.ทำงานรับใช้ในการบริหารบ้านเมือง สำหรับพื้นที่ กทม.เราคาดหวัง ไม่ใช่เฉพาะ กทม. แต่หวังทุกพื้นที่ให้เลือกทั้งแบบ สส.เขตและ สส.แบบบัญชีรายชื่อ

เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งอาจมีการสาดโคลนกันเพิ่มขึ้น เตรียมรับมืออย่างไร  นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสาดโคลนด้วยการใช้วาทกรรม ก็เอาที่สบายใจไม่เกี่ยวกับ ภท.

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายอนุทินพร้อมแกนนำ ภท.ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง เพื่อช่วยนายหมวดตรีศุภิกา พัฒน์ธนันภู (พลอย) ผู้สมัคร สส.เขตบางกอกน้อย, เขตบางกอกใหญ่, เขตภาษีเจริญ, เขตตลิ่งชัน, เขตธนบุรี หาเสียง มี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยาร่วมด้วย โดยมีประชาชนรุมล้อมขอถ่ายภาพ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ต่างขอให้นายอนุทินสานต่อโครงการคนละครึ่ง นายอนุทินจึงบอกว่า ขอให้รอ โครงการคนละครึ่งจะกลับมา

จังหวะหนึ่งมีเด็กหญิงเข้ามาขอถ่ายภาพกับนายอนุทิน โดยนายอนุทินตบไหล่และใช้มือลูบหัวแล้วพูดว่า "ตั้งใจเรียนนะคะ" จากนั้นนายอนุทินเดินไปยังร้านขายขนมไทย โดยได้แนะนำนายสีหศักดิ์ว่าเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่เอาไปสู้กับเขมร พร้อมสอบถามแม่ค้าว่า ให้เปิดด่านหรือไม่ ซึ่งแม่ค้าบอกว่า ไม่เปิด

ขณะที่นายอนุทินแวะร้านขายของชาวบ้านบอกว่า "ตอนนั้นให้ลุงตู่" นายอนุทินบอกว่า "ตอนนี้ให้น้องหนู" ในช่วงเดินตลาดประชาชนบอกว่า ขอให้จัดการเขมรให้เรียบ โดยนายสีหศักดิ์บอกว่า “ครับๆ”

'ยศชนัน' โอดกาสิโนตามหลอน

ด้าน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร  สส.บัญชีรายชื่อและแกนนำ ภท. ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง ช่วยผู้สมัครของ ภท.หาเสียง ประกอบด้วย น.อ.ดร.อธิคุณ คงมี (ผู้การจุน) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 1 เบอร์ 4, นายวรท เทอดวีระพงศ์ (ปลัดเม่น) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 2 เบอร์ 1  และนายเขมพล อุ้ยตยะกุล (มุนินทร์) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 3 เบอร์ 3 หาเสียง โดยช่วงเช้า น.ส.ซาบีดาได้ไปเดินตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง และพบปะผู้นำศาสนาที่มัสยิดตัวเมืองพัทลุง จากนั้นช่วงสายเดินทางไปต่อที่ตลาดใต้โหนด อำเภอควนขนุน ส่วนช่วงบ่ายได้ไปที่เทศบาลควนเสาธง อ.ตะโหมด ก่อนจะปิดท้ายที่ตลาดเย็นแม่ขรี

น.ส.ซาบีดาได้ขอคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคทุกเขต และย้ำว่า ภท.ภายใต้การนำของนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมุสลิมขับเคลื่อนเรื่องกิจการฮัจญ์ ที่ราคาสูงเข้าไม่ถึง ผลักดันจนทำให้วันนี้ราคาถูกลง ตั้งแต่ ภท.เข้าไปทำงานในกระทรวงมหาดไทย ใช้เวลาเกือบ 3 ปี สามารถลดราคาให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้เกือบ 300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังผลักดันให้มีการขึ้นเงินค่าตอบแทนครูโรงเรียนตาดีกาอีกด้วย

ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “นโยบายด้านการศึกษา ยกระดับวิจัย และนวัตกรรมไทย” โดยมีนักศึกษา ม.มหิดลร่วมรับฟัง ภายหลังการโชว์วิสัยทัศน์ นายยศชนันเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ถามคำถาม ช่วงหนึ่งนักศึกษาถามถึงเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ พท.พยายามผลักดันมาตลอด นายยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้คนจะโจมตีว่าเอากาสิโนหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีใครเอาอยู่แล้ว ซึ่งเราพยายามพูดมาตลอดว่าอะไรที่เป็นการพนันออนไลน์ เราไม่เอาอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นที่ พท.พูดเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ก็มองแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว ทั้งที่เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น

"เมื่อคนบอกว่าไม่สบายใจ แนวโน้มคนไม่เห็นด้วย เราก็ไม่ทำ และไม่ดึงดันที่จะทำด้วย เพราะเราสามารถทำเรื่องอื่นเพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามาได้ และหากมองกลับกัน ถ้าวันนี้ไม่มีเม็ดเงินเข้ามา GDP ก็ไม่เดินหน้า ดังนั้นต้องมีโปรเจกต์ใหม่เข้ามา อย่างเช่นเรื่องของ wellness center ซึ่งหากไม่สบายใจเราก็ไม่ทำ จึงอยากย้ำว่าเรื่องเทา คอร์รัปชันและการพนัน อย่างไรก็ไม่เอา เพราะผมโดนเจาะถามเรื่องนี้มาตลอด ซึ่งก็ไม่แฟร์กับผมเหมือนกันว่าทำไมเวลาเห็นหน้าเราแล้วนึกถึงกาสิโน"

จากนั้นนายยศชนันและคณะเดินงานมหิดลเกษตรแฟร์ พบปะนักศึกษา ก่อนที่ช่วงบ่ายจนถึงเย็นจะเดินทางไปหาเสียงต่อที่ จ.กาญจนบุรี

ด้านนายณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดหางดง จ.เชียงใหม่ ช่วยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 8 เบอร์ 4 หาเสียง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวหางดง โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า มั่นใจว่าจะกวาดที่นั่ง สส.เชียงใหม่ได้ครบทั้ง 10 เขต หลังจากครั้งที่แล้วสามารถคว้าเก้าอี้มาได้ถึง 7 ที่นั่ง โดยอีก 3 ที่นั่ง มองว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตัวผู้สมัครของ ปชน.ต่างลงพื้นที่หาเสียงและแสดงถึงความจริงใจที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวเชียงใหม่ ส่วนกรณีผู้สมัครของ ปชน.หลายคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ ยืนยันว่าพรรคมีนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินการกับเรื่องนี้ และบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

'ธนาธร' ลั่นตั้งรบ.ให้ได้

จากนั้นนายณัฐพงษ์ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปในย่านหางดง ก่อนจะเดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดเจดีย์แม่ครัว อ.สันทราย เพื่อช่วย น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 4 เบอร์ 6

ช่วงหนึ่งนายณัฐพงษ์กล่าวว่า "การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความหวังของทุกคนจริงๆ เป็นภารกิจที่พวกเราทุกคนต้องร่วมสร้างรัฐบาลประชาชน ไปด้วยผลโพลนิด้าออกมาล่าสุด ชาวเชียงใหม่พร้อมแล้วที่จะกาให้กับพรรคประชาชน”

ช่วงบ่าย เวลา 16.00 น. นายณัฐพงษ์ไปร่วมเวทีปราศรัยกับกลุ่มชาติพันธุ์คือคนเท่ากัน ที่ลานกิจกรรมหน้าวัดลัฏฐิวัน หรือวัดพระนอนขอนตาล เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มดังกล่าว

ที่ จ.มหาสารคาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ปชน. ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.มหาสารคามในหลายพื้นที่ โดยกิจกรรมหาเสียงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองมหาสารคาม ร่วมกับนายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 เบอร์ 1 โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยบนรถแห่หาเสียง พบปะทักทายกับประชาชนที่สัญจรไปมาและมาจับจ่ายใช้สอย พร้อมกับเปิดการปราศรัยตามจุดต่างๆ

จากนั้นในช่วงสาย นายธนาธรร่วมกิจกรรมหาเสียงกับนายวันชนะ ชัยรุ่งเรือง ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 4 เบอร์ 2 โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยที่บ้านหนองแวง ต.บรบือ อ.บรบือ      ช่วงหนึ่งของการปราศรัยนายธนาธรกล่าวว่า "วันนี้โพลทุกสำนักบ่งชี้ไปทิศทางเดียวกันว่า ปชน.กำลังเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนสูงที่สุด แต่นั่นยังไม่พอ รอบนี้ปันใจไม่ได้ รอบนี้เป้าหมายไม่ใช่เป็นพรรคอันดับหนึ่งอย่างเดียว แต่คือการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เอาคนเดิมมาขับเคลื่อนไม่ได้ จำเป็นต้องใช้พลังและความคิดสร้างสรรค์ใหม่เท่านั้น ใช้บัตรเลือกตั้งของท่านเลือกอนาคตให้ลูกหลานของท่าน"

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่สวนหลวง ร.9 พร้อมกับผู้สมัคร กทม. 3 เขต ตั้งแต่เวลา 06.30-09.00 น. พร้อมกับผู้สมัคร สส.กทม. 3 เขต ประกอบด้วย ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 21 เบอร์ 14 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล, เขต 22 เบอร์ 5 นายปรินต์ ทองปุ และผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 เบอร์ 17 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์  โดยพบปะประชาชนและร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย  มีประชาชนและนักวิ่งเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายอภิสิทธิ์ระบุว่า ตนได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่อยากให้พรรคเข้ามาเป็นที่พึ่งและความหวัง โดยเฉพาะในประเด็นการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากประชาชนมอบความไว้วางใจให้ ปชป. เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการเข้าร่วมรัฐบาลคือ "ความซื่อสัตย์สุจริต" โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดหลักการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ต้องทำงานอย่างเป็นอิสระ ไม่ยอมให้ใครมาครอบงำ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นรัฐบาลที่สร้างความสมานฉันท์ ไม่สร้างความแตกแยกในสังคม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ร่วมกับนายราเมศ รัตนะเชวง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้ลงพื้นที่เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ “น้องก๊อด” หมายเลข 8 ที่ตลาดโพธิ์สุวรรณ นวลจันทร์ 56 โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคไม่มีที่นั่งใน กทม. แม้แต่ที่นั่งเดียวมา 2 ครั้งติดต่อกันแล้ว แต่คราวนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะสามารถปักธงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องชาวกรุงมาร่วมกันสร้างการเมืองสุจริตกับ  ปชป. ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคทั้ง 33 เขตใน กทม. รวมทั้งบัญชีรายชื่อพรรคเบอร์ 27 ให้มากที่สุด

ผสมพันธุ์ข้ามขั้่วกันหมดแล้ว

ที่ จ.จันทบุรี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ  และทีมบริหารพรรค ลงพื้นที่ตลาดรุ่งถาวร อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ช่วยนายอดุลย์ ศรีภูมิสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 3 เบอร์ 9 หาเสียง โดยนายชัยวุฒิกล่าวว่า คนถามถึงนโยบายประชานิยมแบบเก่า ดิจิทัลวอลเล็ต เงินหมื่นยังไม่ได้เลย เงินคนละครึ่งก็ยังไม่ได้ อยากได้เงินกัน แต่วันนี้ประชานิยมไม่ต้องพูดถึงแล้ว ประชาชนกำลังถูกหลอกด้วยตัวเลข แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้รับผลประโยชน์จริง ขอเรียกว่า ยุคประโยชน์นิยม ผสมพันธุ์ข้ามขั้วคือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการเมืองไทย ปัจจุบันนักการเมืองทุกพรรคไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของประโยชน์นิยม

นายชัยวุฒิวิเคราะห์ทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งว่า "เชื่อว่ามีการเจรจาตกลงผลประโยชน์ หรือดีลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เขาผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว และเขาดีลคุยกันหมดแล้ว รัฐมนตรีที่เคยเป็น ก็จะเคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ"

จากนั้นนายชัยวุฒิพร้อมด้วยนายเจษฎ์ได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจันทบุรี ณ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคลและเอาฤกษ์เอาชัยในการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 โดยนายเจษฎ์ได้กราบสักการะ ด้วยการรำดาบไทยคู่ที่เรียกว่า "รำดาบคู่กระบวนต่อสู้ ถวายสมเด็จพระเจ้าตากสิน" อย่างทะมัดทะแมง ดุดัน และเข้มแข็ง เพื่อถวายหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจำลองภายในศาล

ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่เดินหาเสียงในย่านเศรษฐกิจ จ.อุบลราชธานี พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน เพื่อขอคะแนนเสียงให้ครูอ๊อฟ วิศรุต สวัสดิ์วร ผู้สมัคร สส.เขต 1 หมายเลข 4 ทสท. ท่ามกลางบรรยากาศการพูดคุยถึงปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยประชาชนสะท้อนตรงกันว่าค่าครองชีพสูง รายได้ลดลง

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ประกาศจุดยืนให้การปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งจะสนับสนุนการให้อำนาจประชาชน 50,000 ราย สามารถถอดถอนนักการเมืองที่โกงชาติ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ, รัฐมนตรี, สส., สว. และองค์กรอิสระ, ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต ถ้าโกง คนเหล่านี้ต้องหลุดจากตำแหน่งโดยน้ำมือของประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง