ปชช.3%อ่านรธน.จบ อึ้ง48%เข้าใจเล็กน้อย

สวนดุสิตโพลเผยมีแค่ 3% ที่เคยอ่านรัฐธรรมนูญจนจบ ซ้ำร้าย 48% เข้าใจแค่เล็กน้อย กกต.ประเดิมให้ภาคประชาสังคมแสดงความคิดเห็นแก้-ไม่แก้ รธน.แล้ว

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องคนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,269 คน โดยเมื่อถามว่าประชาชนเคยอ่านหรือศึกษารัฐธรรมนูญ 2560  หรือไม่ พบว่า 53.15% เคยอ่านบางส่วน, 43.76% ไม่เคยอ่านเลย และ 3.09% เคยอ่านจนจบ และเมื่อถามต่อว่าคิดว่าเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 มากน้อยเพียงใด พบว่า

47.82% เข้าใจเล็กน้อย รู้เพียงคร่าวๆ, 24.77% ไม่เข้าใจเลย, 21.86% เข้าใจพอสมควร รู้ภาพรวม และ 5.55% เข้าใจดีมาก สามารถอธิบายให้ผู้อื่นฟังได้           

เมื่อถามว่า คิดว่าข้อดีของรัฐธรรมนูญ 2560  คืออะไร พบว่า 37.99% มีกลไกตรวจสอบนักการเมืองเข้มแข็ง, 36.89% กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาว, 25.34% ช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และ 35.13% ไม่เห็นจุดเด่นที่ชัดเจน ส่วนข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ 2560 คืออะไร พบว่า 41.65% เปิดช่องให้กลไกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจสูง, 33.98% ทำให้การเมืองติดขัด/ขาดเสถียรภาพ, 31.42% กระทบการแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ และ 27.15% ไม่เห็นข้อจำกัดที่ชัดเจน            

ถามอีกว่า ประชาชนต้องการข้อมูลใดเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตัดสินใจโหวตประชามติ พบว่า 50.29% บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในรัฐธรรมนูญ, 41.25% ทำไมจึงต้องการให้แก้ไข, 40.11% ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ และ 39.36% รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนอย่างไร ถามอีกว่าคิดว่ารัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด พบว่า 38.70% ค่อนข้างเกี่ยวข้อง, 26.22% เกี่ยวข้องมาก, 24.24% เกี่ยวข้องน้อย และ 10.84% ไม่เกี่ยวข้องเลย              

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีแสดงความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ในการทำประชามติรัฐธรรมนูญ  โดยเวทีแรกเป็นการแสดงความคิดเห็นของภาคองค์กรประชาสังคมและประชาชน ซึ่ง กกต.เปิดให้ลงทะเบียนผู้ที่ประสงค์จะแสดงความคิดเห็น และมีการจับสลากตัวแทนของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีตัวแทนแสดงความคิดเห็น 2 คน ประกอบด้วย นายบารมี ชัยรัตน์ ตัวแทนภาคเกษตรกร และนายรัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล นักศึกษาปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยคือ นายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ มาเป็นตัวแทน ส่วนอีก 1 คนขอถอนตัว  โดยมีการถ่ายทอดไลฟ์ผ่านทางเพจสำนักงาน  กกต. และเพจกองทุนเพื่อการพัฒนาการเมือง  โดยจะนำเทปบันทึกรายการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT อีกครั้ง

สำหรับการแสดงความคิดเห็นส่วนพรรคการเมืองจะมีขึ้นในวันที่ 27 ม.ค. โดยมี 10 พรรคการเมือง แบ่งเป็นพรรคที่เห็นด้วย 5 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย, พรรคแผ่นดินธรรม, พรรคเป็นธรรม,  พรรคพลวัต และพรรคโอกาสใหม่ ขณะที่พรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วย ประกอบด้วย พรรคอนาคตไทย, พรรครักชาติ, พรรคประชาไท, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคใหม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!

รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก