น้ำเงินปลุกเลือกข้าง โค้งท้ายขวาง‘เขามาแน่’ ‘มาร์ค’นำโด่งเมืองคอน

แม่ทัพ กทม.พรรคภูมิใจไทยตีปี๊บ  “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ย้ำตอนนี้มีแค่ฝั่งซ้ายและขวา สารพัดสีต้องมาอยู่ฝ่ายน้ำเงิน อย่าให้เสียงแตก "ศุภจี" ปราศรัยครั้งแรก อ้อนคนอุบลฯ เลือก ภท.เยอะๆ ดูแลราคาสินค้าเกษตร “ยศชนัน” ผุดไอเดียรายวัน ออกคูปอง 10,000 บาทให้ 1 ล้าน คนเรียนทักษะยาว 4 ปี “เท้ง” นำทีมถกสภาอุตฯ  ขายฝันนโยบายตั้งแต่ 100 วันยัน 4 ปี “อภิสิทธิ์” ย้ำแคมเปญล้างประเทศ นิด้าโพลเผยคนคอนเทใจให้ ปชป.ท่วมท้น “ดร.เชน-พท.” แทบรั้งท้าย

เมื่อวันอังคารที่ 27 ม.ค.2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สส.และประชามติในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า ปัจจุบันสถานการณ์ตามแนวชายแดนถือว่าเป็นปกติ  สามารถจัดการเลือกตั้งได้พร้อมกันในวันที่ 8  ก.พ.นี้ แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริงตามบริเวณแนวชายแดนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว เพราะได้ออกข้อกำหนดและแผนไว้ก่อนหน้านี้ ว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างไร

เมื่อถามว่า พื้นที่ไหนจะต้องมีการจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก นายณรงค์กล่าวว่า กกต.ดูทุกพื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงก็ได้มอบนโยบายให้จับตาเป็นพิเศษ โดยใช้เครือข่ายผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อหาข่าวในจุดต่างๆ  โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ถามว่า ในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่สีแดงหรือไม่  นายณรงค์กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นเป็นพื้นที่สีแดง แต่เป็นพื้นที่ที่แข่งขันสูงแค่นั้นเอง โดยพบในหลายจังหวัดนอกจากภาคตะวันออก ส่วนข้อร้องเรียนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือเตรียมซื้อสิทธิขายเสียงนั้น ก็มีรายงานเข้ามา ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยมีเรื่องผิดกฎหมายต่างๆ เช่นในพื้นที่ จ.จันทบุรี พบว่ามีการจัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการนำธนบัตรแนบกับบัตรหาเสียง โดย กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่าเป็นประชาชนทั่วไป เป็นการถ่ายคลิปเล่นๆ บนโซเชียลทำนองสร้างคอนเทนต์ขึ้นมา ซึ่ง กกต.ก็ได้เตือน เพราะถือว่าประชาชนอาจไม่รู้กฎหมาย

 “ส่วนที่แจ้งว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก กกต.ก็ได้เรียกมาให้ข้อมูลกับ กกต.ว่าเอาข่าวมาจากไหน แต่ส่วนมากเรียกมาแล้วเขาก็จะบอกว่าฟังมาอีกทีหนึ่ง มันก็ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น” นายณรงค์กล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการจัดเวทีปราศรัยใหญ่พื้นที่ กทม.ครั้งแรก ในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. เวลา 17.30-20.00 น. ที่สวนลุมพินี ว่าจะนำโดยหัวหน้ามุมน้ำเงิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พร้อมดรีมทีมเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ ซึ่งจะขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองเป็นครั้งแรกใน กทม. ที่อาจไม่เหมือนกับเวทีอื่น

เมื่อถามว่า ประชาชนควรเลือกในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อไม่ให้เสียงแตกหรือไม่ น.ส.ศุภมาสกล่าวว่า ตนเองและนายอนุทินได้พูดมาหลายเวทีแล้ว รอบนี้จริงๆ มีแค่สองฝั่ง ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา ก็มีแค่ฝั่งเราคือมุมน้ำเงิน กับอีกมุมหนึ่งเท่านั้น อย่างที่บอกไม่เลือกเราเขามาแน่ ฉะนั้นขอร้องพี่น้องทุกคน ถ้าอยู่ฝั่งเรา ซึ่งประกอบไปด้วยหลายสีด้วยกัน เลือกสีอื่นไปคะแนนแตกเสียงหาย คะแนนทิ้งน้ำแน่นอน

วอนอย่าเสียงแตก

 “ขอให้ทุกท่านที่อยู่ฝั่งเราอย่าให้เสียงแตก  มาเลือกภูมิใจไทยเพื่อให้ได้อยู่ฝั่งน้ำเงิน เพราะหัวหน้ามุมน้ำเงินคืออนุทิน ถ้าท่านไม่ชอบเรามาก แต่ก็ไม่ชอบอีกฝั่งหนึ่งอีกมุมหนึ่งมากกว่า ก็ขอให้ท่านมาช่วยเลือกเรา ไม่งั้นเสียงแตกแน่นอน สุดท้ายคือฝั่งเราแพ้ อีกฝั่งหนึ่งเป็นตาอยู่ก็เอาไปกิน ย้ำว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ ฉะนั้นขอโอกาสเชิงมุมน้ำเงินเพื่อให้เป็นแชมป์ต่อสู้กับอีกมุมนึง”

เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ยังมั่นใจใช่ไหมว่ากระแสสีน้ำเงินจะชนะสีส้ม น.ส.ศุภมาสกล่าวว่า ต้องอยู่ที่ประชาชนมอง แต่เราในฐานะพรรคการเมืองก็นำเสนอนโยบายและตัวบุคคล รวมถึงผลงานและวิธีคิดทุกมิติอย่างดีที่สุดแล้ว และเชื่อว่าครั้งนี้เราน่าจะได้รับความไว้วางใจกับประชาชน  มั่นใจว่าในพื้นที่ กทม.จะได้เก้าอี้ สส. ส่วนจะได้เท่าไหร่ก็อยู่ที่ประชาชน

ด้านนายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่ประเมินว่าพรรค ภท.จะได้ที่นั่ง สส. 200 ที่นั่งว่า เราต้องทำให้ดีที่สุด

ถามถึงกรณี น.ส.ศุภมาศประกาศไม่เลือกเรา เขามาแน่ อย่าให้คะแนนทิ้งน้ำตอนนี้มีแค่ 2 ฝั่งซ้ายกับขวาทางรอดคือน้ำเงิน มีความชัดเจนขนาดนั้นหรือไม่ นายอนุทินยิ้มก่อนตอบว่า เวลาที่ไปพาดพิงถึงคนอื่น คิดว่าหุบปากดีกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่มีแล้ว เราต้องสร้างความสามัคคี ซึ่งเรามีสิ่งที่จะต้องไปต่อสู้ไปป้องกันจากประเทศอื่นอีกมาก ตอนนี้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งคือ ขณะที่การเมืองอยู่ระหว่างการแข่งขันเพื่อมาเป็นผู้แทนราษฎร หากผู้แทนราษฎรทะเลาะกันก็เหมือนราษฎรทะเลาะกัน และไม่เกิดผลดีอะไรกับประเทศไทยเลย

เมื่อถามว่า พรรค ภท.ต้องตั้งทีมตรวจสอบใครหาเสียงสาดโคลนทำให้พรรคเสียหายด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หายใจยาวๆ นิ่งๆ เดินเข้าหาประชาชน อีก 2 สัปดาห์ พรรคไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ไม่ต้องการความขัดแย้ง หาเสียงก็พูดแต่เรื่องนโยบายของพรรค ไม่เคยพูดถึงพรรคอื่น บางพรรคหาเสียงด่าพรรคภูมิใจไทย 50 นาที พูดถึงพรรคตัวเอง 10 นาที อย่างนี้ประชาชนได้อะไร เราหาเสียงเพื่อขายนโยบายของพรรคให้กับประชาชน ไม่ใช่เพื่อไปด่าพรรคให้ประชาชนฟัง เราไม่เคยทำอย่างนั้น เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาคิดอย่างนั้น

เมื่อถามว่า ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้พรรค ภท.ใช้งบประมาณน้อย กังวลเรื่องอะไรหรือไม่  นายอนุทินยิ้มและหัวเราะก่อนตอบว่า เราใช้เงินเป็น อย่าไปพูดว่าใช้เงินน้อย เวลาใช้เงินมากก็ว่า  ใช้เงินน้อยก็ว่า ซึ่งควรจะบอกว่าใช้เงินเป็น ใช้เงินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จะได้มีเงินสำรองเอาไว้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ หากมีเหตุการณ์อะไรหรือมีสิ่งคับขันจะได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร และพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ต่อมาในช่วงเย็น นายอนุทินพร้อมนางศุภจีและคณะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่ จ.อุบลราชธานี     จุดแรกที่ตลาดเทศบาลพิบูลมังสาหาร ซึ่งในการลงพื้นที่ประชาชนและเด็กๆ ให้ความสนใจมาขอถ่ายภาพกับนางศุภจี พร้อมบอกว่า เป็นขวัญใจเลย จนช่วงหนึ่งนายอนุทินถึงกับแซวว่า ดังมากเลย

ต่อมา ที่ลานที่ว่าการอําเภอศรีเมืองใหม่ นางศุภจีขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงเป็นครั้งแรก  โดยกล่าวว่า "คิดฮอดพี่น้อง คิดฮอดหลายๆ  กราบสวัสดีทุกท่าน วันนี้ดีใจมากที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ต่อหน้าพี่ๆ น้องๆ จังหวัดอุบลราชธานี ถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเรา ปีนี้ข้าวหอมมะลิราคาดีหรือไม่ อยากให้ดีต่อไปหรือไม่ งั้นขออนุญาตกลับมาทํางานให้อีกสักรอบ พี่น้องขายข้าวหมดแล้ว ก่อนที่ข้าวราคาดีขึ้น เดี๋ยวจะช่วยพยุงกลไกตลาดราคา จะให้ สส.เข้าไปช่วยดูในชุมชน ขาดเหลืออะไรให้ช่วยทําตลาดบอกมา จะได้ช่วยทําให้ราคาข้าวสูงแบบนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ และได้เอามันสําปะหลังของเราไปแปรรูปขายให้กับซาอุดีอาระเบีย ปีนี้เขาก็ตั้งใจจะซื้อเราเพิ่มมากขึ้น เพื่อทําให้ราคามันสําปะหลังมีราคาสูง ตอนนี้ราคาวัวต่ำใช่หรือไม่  เพราะว่าไม่ได้อยู่กับกระทรวงพาณิชย์ ต้องขอเลือกท่านนายกฯ เลือกภูมิใจไทยเยอะๆ จะได้ดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ด้วย อ้อยก็ไม่ได้อยู่กับกระทรวงพาณิชย์ แต่อยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยกันเลือกภูมิใจไทย และเลือกนายกฯ อนุทินเบอร์ 37 เราจะช่วยกันเต็มที่ ทําให้ราคาสินค้าเกษตรของเรามั่นคง"

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า เสียงตอบรับดี แต่คะแนนจะดีหรือไม่ต้องรอ 8 ก.พ.นี้ ส่วนเรื่องจะจับมือกับใครนั้น ตอนนี้มองแต่ตัวเอง ไม่ได้มองคนอื่นเลย แต่มีหลักการที่ชัดเจนว่าพรรคใดมีเจตนารมณ์แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด

สำหรับกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.พะเยา และมีประชาชนแห่มาต้อนรับ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญ ส่วนที่ข่าวคนพะเยาอยากจะเปลี่ยน ไปแค่วันเดียวจะรู้อะไร อย่าหลอกตัวเอง อย่าพูดถึงจังหวัดพะเยาเลย พูดถึงจังหวัดอื่นดีกว่า

ที่สนามกีฬาเทศบาลทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ  พร้อมคณะ มาร่วมเวทีหาเสียงด้วย โดยนายยศชนันปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเราพร้อมแจกคูปองให้กับพ่อแม่พี่น้องได้มีความรู้ใหม่ๆ อายุเท่าไหร่ก็เรียนได้ โดยคูปองมูลค่า 10,000 บาท เราจะให้คนไทยมีทักษะใหม่ๆ 1 ล้านคนยาวไป 4 ปี เรียนได้งบ จบได้งาน ส่วนนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ไม่ใช่นโยบายแจกเงิน  แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจในการหารายได้ ซึ่งรัฐบาลจะกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและประชาชน

 “วันที่ 8 ก.พ. เป็นวันที่เปลี่ยนความฝันของพี่น้องเป็นความจริง ผมเข้าสภาคนเดียวไม่ได้ ขอเหมาสระบุรีทั้ง 4 เขต พรรคเพื่อไทยครั้งนี้เราดูแลทุกคนเท่าเทียมกัน” นายยศชนันกล่าว

ปชน.ขายฝัน สอท.

ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรค ปชน. นำทีมบริหารรัฐบาลประชาชนและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เข้าพบและหารือแนวนโยบายกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยนายณัฐพงษ์ระบุว่า พร้อมนำเสนอแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมใน 3 ระยะ ตั้งแต่ 100 วันแรก หนึ่งปีแรก และตลอดหนึ่งสมัย โดยแผนระยะที่ 1 ภายใน 100 วันแรก จะอุดรูรั่วเศรษฐกิจ และเร่งสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยทันที รวมถึงเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ

สำหรับแผนงานภายในงบประมาณปีแรกจะเดินหน้าปลดล็อกกฎระเบียบล้าสมัย ที่เป็นต้นทุนซ่อนเร้นของเศรษฐกิจไทยให้เสร็จภายใน 18 เดือน รวมถึงมาตรการต่างๆ อาทิ คูปอง SMEs คืน VAT สูงสุด 50,000 บาทต่อราย คูปองเกษตร 12 ทันโลก โครงการรถเมล์ไฟฟ้า 15 หัวเมือง และโครงการน้ำประปาสะอาด เป็นต้น ส่วนแผนงาน ภายใน 1 สมัย 4 ปี จะทำให้การลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กลายเป็นยุทธศาสตร์สร้างอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดตัวคลิปหาเสียงสไตล์อนิเมะภายใต้แคมเปญล้างประเทศ ต้องใช้น้ำสะอาด เพื่อแสดงจุดยืนของพรรคที่เชื่อว่าการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนปัญหาทุนเทา จะต้องตั้งต้นด้วยการเมืองที่สุจริต เปรียบเหมือนการทำความสะอาดบ้านที่ต้องใช้น้ำสะอาด จึงจะชำระล้างสิ่งสกปรกให้หมดไปได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรค ปชป. กล่าวว่า ขอคนไทยร่วมมือกำหนดอนาคตของประเทศด้วยการเติมกำลังให้พรรค ปชป.ให้เป็นตัวแทนเข้าไปสร้างการเมืองที่สุจริต ใครกลัวทุนเทา ใครกลัวทุจริตคอร์รัปชัน ใครกลัวนโยบายที่สร้างความแตกแยก อะไรต่างๆ เหล่านี้ ให้เลือกเราเข้าไปดูแล ว่าไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ให้เรามีเสียงมากพอที่จะเป็นตัวคุมเกม ขอให้เชื่อมั่นว่า ปชป.จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย

นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะยังนั่งรถเมล์สาย 27 มาลงแยกอารีย์ เพื่อเดินพบปะประชาชน ก่อนขึ้นรถเมล์สาย 27 อีกครั้งมาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแถลงนโยบายรถไฟฟ้ามาหานะคุณ  ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยระบุว่า ลดค่าเดินทาง ตั๋วร่วมรถไฟฟ้ารถเมล์เริ่มจาก 5 บาทถึง 30 บาท

ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ลงพื้นที่ จ.พังงาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยระบุว่า การเมืองสุจริตเป็นเรื่องสำคัญ และส่งผลต่ออนาคตประเทศและประชาธิปไตยของไทย ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการเลือกตั้งสุจริต แต่ยังประสบปัญหาอุปสรรคมาก ยังต้องฝ่าทั้งด่านประชานิยม ลด แลก แจก แถม แต่ถึงเวลาทำไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้ทำ แต่หลอกเอาคะแนนเสียงประชาชนไปแล้ว ประชาชนจึงต้องไม่ลืมบทเรียนเหล่านั้น

พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงนโยบายประชานิยมของพรรค พท.ว่า การใช้นโยบายประชานิยมในขณะนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยมีภาระหนี้มหาศาล สถานการณ์ประเทศเปรียบเสมือนคนป่วยหนักที่นอนอยู่ในห้อง ICU หากถอดออกซิเจนเมื่อไหร่หัวใจก็พร้อมหยุดเต้นทันที

 “การแจกเงินไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ที่ผ่านมาแจก 10,000 หรือ 2,000 บาท เงินก็หมุนไปแป๊บเดียวแล้วหายไปกับสายลม จีดีพียังต่ำเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือประชาชนติดกับดักหนี้ ไม่สามารถโงหัวขึ้นได้ วันนี้เราแจกกันมา 20 ปีแล้ว ประเทศมีแต่ทรุดตัวลง” พล.อ.รังษีกล่าว และว่า นโยบายเศรษฐีเงินล้านของพรรค พท. นโยบายนี้ไม่ได้ก้าวพลาด แต่เป็นนโยบายที่ไม่ก้าวหน้า เป็นการกระทำแบบเดิมๆ

คนนครศรีฯ เชียร์ ปชป.

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจเรื่อง เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน จ.นครศรีธรรมราช รวม 1,067 หน่วยตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงบุคคลที่คนนครศรีธรรมราชจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ วันนี้ พบว่า 51.45% ระบุว่าเป็นนายอภิสิทธิ์, 16.40% นายอนุทิน, 14.34% นายณัฐพงษ์, 10.50% ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, 1.78% พล.อ.รังษี และ 5.34% ระบุอื่นๆ

สำหรับพรรคการเมืองที่คนนครศรีฯ มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า 51.08% พรรค ปชป., 16.87% พรรค ภท., 15.18% พรรค ปชน., 8.43% ยังไม่ตัดสินใจ และ 2.25% พรรค พท. และเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนนครศรีฯ มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 53.70% พรรค ปชป., 16.31% พรรค ภท., 15.93% พรรค ปชน.,  6.95% ยังไม่ตัดสินใจ และ 1.87% พรรค พท.

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ปชป. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ตัวเลขที่พุ่งทะลุเกินกึ่งหนึ่งนี้ ได้แสดงถึงความได้เปรียบในเชิงคะแนนเสียง และยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงความมั่นใจของพี่น้องชาวนครศรีฯ ที่มีต่อแนวทางการทำงานภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์และอุดมการณ์ของพรรค ปชป.อีกครั้ง

 “ในการลงพื้นที่หาเสียงของนายอภิสิทธิ์ในหลายแห่ง ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ และล่าสุดไปจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี ได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าอภิสิทธิ์ฟีเวอร์หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง โดยบรรยากาศในทุกจุดที่ขบวนของพรรคไปถึงเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น ซึ่งพรรคได้เตรียมลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้อีกหลายจังหวัดในช่วงต้นเดือน ก.พ. ก่อนปิดท้ายด้วยการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 6 ก.พ.ที่ One Bangkok”

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้สมัคร สส., อดีต สส. และเครือข่ายนักการเมืองกว่า 10 รายชื่อที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ว่า ล่าสุดได้ออกหมายจับนายปฐนัญ จันดอน หรือ สจ.เนย์ กับภรรยา ซึ่งได้หนีออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2569 ส่วน สจ.อีก 1 รายได้หนีออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน โดยยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ซึ่งเราจะสืบสวนเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวพัน ขณะนี้มีข้อมูลก้อนใหญ่อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์เพื่อหาข้อมูลหลักฐานดำเนินการกับกลุ่มเครือข่ายนี้ทั้งหมดต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใดหรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบ

พท.แจงด่วนปม สจ.เนย์

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่ามี 10 ราย ตอนนี้หมดหรือยัง รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า อยู่ระหว่างการสืบสวน และยังมีอยู่ เรื่อยๆ บางอย่าง ถ้ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนถึงขนาดออกหมายจับได้ ก็ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ เป็นเรื่องของข้อมูล เรามีหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ ก็เปิดเผยชื่อไม่ได้ เพราะจะนำมาสู่การฟ้องร้องได้ ส่วนจะมีใครเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ด้านพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการออกหมายจับนายปฐนัญ จันดอน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน โดยระบุว่า พรรคได้ตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลดังกล่าวเคยเป็นสมาชิกพรรคจริง ซึ่งพรรคพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครจากข้อเท็จจริง ณ วันที่สมัคร เมื่อไม่ปรากฏคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค และให้การรับรองตนเองแล้ว บุคคลดังกล่าวจึงมีสิทธิในการเป็นสมาชิกพรรค รวมทั้งสามารถสวมใส่เสื้อหรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับพรรคได้ เนื่องจากเป็นผู้มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคจริงในขณะนั้น

สำหรับสถานะปัจจุบัน ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า บุคคลดังกล่าวได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก่อนหน้านี้ โดยไม่ได้รับแจ้งเหตุผลในการลาออก และบุคคลดังกล่าวไม่มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคอีกต่อไป พรรคขอยืนยันจุดยืนว่า ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความถูกต้อง โปร่งใส และความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากกรณีลักษณะนี้เกิดขึ้นกับบุคคลที่ยังมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค พรรคจะไม่เพิกเฉย โดยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น รอบด้าน และตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสังคม ไม่ปกป้องหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใด พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายอย่างแน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง