"กกต." มีมติเรียกเอกสารจาก ธปท. เพื่อตรวจสอบการถอนเงินสดผิดปกติช่วงเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ส่งรองเลขาฯ กกต.ไปรับเอกสาร 30 ม.ค.นี้่ จ่อทำ MOU ขอข้อมูลโดยไม่ต้องมีหนังสือขอเป็นคราวๆ "เอกนิติ" แจงปม "แบงก์ชาติ" ตรวจเข้มถอนเงินสดเป็นส่วนหนึ่งของ Connect the Dots ปราบทุนเทา "อนุทิน" ชมผู้ว่าฯ ธปท.ตรวจเข้ม แนะอาจต้องจำกัดการเบิกพร้อมรายงานอย่างเข้มงวด "พล.อ.รังษี" แฉ "ทุนสแกมเมอร์" ซุกไทย 2 แสนล้าน ปลุกคนไทยตื่นรู้อย่าปล่อยให้ทุนเทายึดประเทศ "อ.เจษฎ์" หวั่นตรวจสอบความจริงไม่ได้บ้านเมืองวิบัติแน่
เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบความผิดปกติในการเบิกเงินสดช่วง 10 วันที่ผ่านมากว่า 250 ล้าน ที่เน้นการแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 บาท และ 500 บาท ซึ่งเข้าข่ายน่าสงสัย และได้ส่งเรื่องให้ ปปง.และ กกต.ตรวจสอบแล้วว่า วันนี้ตนได้คุยกับท่านผู้ว่าฯ แบงก์ชาติในหลักการกว้างๆ แล้ว จะได้คุยกันในรายละเอียดว่าจะร่วมมือกันทำงานให้ออกมาดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างไร เพราะเบื้องต้นแบงก์ชาติและ กกต.ไม่ได้ทำ MOU ไว้ จึงต้องหาวิธีการที่จะทำงานร่วมกันในระยะสั้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด ซึ่งท่านยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนงานของ กกต.อย่างเต็มที่
นายแสวงกล่าวว่า ในส่วนของ ปปง.เรามีการประสานงานกันอยู่แล้ว หากเขาพบความผิดปกติอะไรก็จะแจ้งมา ในส่วนของสำนักงานขณะนี้ตนได้สั่งให้ด้านสืบสวนสอบสวนเฝ้าระวัง และติดตามดูพื้นที่ที่เห็นว่ามีการแข่งขันกันรุนแรงและคาดว่าจะมีการกระจายของเม็ดเงินดังกล่าวแล้ว
ต่อมาเลขาธิการ กกต.เปิดเผยว่า ได้เสนอเรื่องการถอนเงินสดผิดปกติเป็นจำนวนมากให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา ว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการถอนเงินสดเป็นจำนวนมากแบบผิดปกติ และถอนเฉพาะที่เป็นแบงก์ 500 หรือแบงก์ 100 ในช่วงเวลาที่จัดให้มีการเลือกตั้ง มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็นการถอนไปเพื่อกระทำการอันเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง หรือกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
จึงขอให้ กกต.อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. ให้เรียกเอกสารจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาเพื่อประกอบการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ซึ่ง กกต.พิจารณาแล้วเห็นตามที่เสนอ โดยสำนักงานจะมอบหมายให้รองเลขาธิการด้านสืบสวนเดินทางพร้อมหนังสืบสวนเข้าไปรับข้อมูลจาก ธปท. ในวันที่ 30 ม.ค.
นอกจากนี้ กกต.ยังมีนโยบายหลังจากนี้ จะทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวโดยไม่ต้องมีหนังสือขอเป็นคราวๆ ไป เพื่อมาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมอบให้ สนง.ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ มาตรา 32 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย กกต.อาจขอให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้
(2) เมื่อปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งรายงานการทำธุรกรรมของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือผู้สมัครตามที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบ หรือให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีดังกล่าวตามที่คณะกรรมการร้องขอ
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Connect the Dots) ที่ผ่านมาได้มีการประสานความร่วมมือและข้อมูลกับทาง ธปท.อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นกับพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ต้องสงสัย โดยเฉพาะเรื่องการเบิกเงินสดเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความผิดปกติ และ ธปท.ได้เร่งดำเนินการเข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
“หลักการที่ใช้พิจารณาคือ เราจะดูพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่น่าสงสัยหรือผิดปกติ เช่น การเบิกเงินสดจำนวนมากๆ แบบนี้ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ไม่เป็นปกตินัก เมื่อ ธปท.พบ ก็ได้เข้าไปเร่งหาวิธีดำนเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นทันที” นายเอกนิติระบุ
นายกฯ แนะรายงานเข้มงวด
ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการ ธปท.ระบุว่า หลังจากนี้อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ธปท.จะแก้กฎหมายหรือเกณฑ์การเบิกถอนเงินสด หากมีการเบิกเกินจำนวนที่เหมาะสม เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท (อยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลข) ธนาคารจะต้องเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกว่า นำเงินดังกล่าวไปใช้ทำอะไร โดยหากพบข้อมูลต้องสงสัย ก็จะส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการต่อทันที ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าเป็นการเบิกเงินเพื่อทำธุรกิจตามปกติ หรือธุรกรรมส่วนบุคคล เช่น เป็นสินสอด สถาบันการเงินก็จะอำนวยความสะดวกให้ตามปกติ
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เป็นหน้าที่ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติและแบงก์ทุกแบงก์ ถ้ามีธุรกรรมทางการเงินที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เขามีหน้าที่ต้องรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนการดำเนินการตามภารกิจปกติทั่วไป เป็นหน้าที่ของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งตนก็ดูข่าว ท่านก็ทำถูกต้องทุกอย่างอยู่แล้ว ท่านก็บอกว่าถ้ามีอย่างนี้ก็จะแจ้งไปยังสำนักงาน ปปง.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครบถ้วนกระบวนความ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองไหมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินเข้ามา นายอนุทินกล่าวว่า พอดีตนไม่ได้ทำก็เลยไม่มอง และมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว ก็ถูกแล้ว ถ้าพบกับนายเอกนิติ ซึ่งปกติก็ไม่ได้โทร.หาผู้ว่าฯ แบงก์ชาติโดยตรง ก็จะกำชับไป และชื่นชมที่ออกมาจัดการและสังเกตความผิดปกติและออกมาชี้แจงไว้ก่อน แสดงว่าผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเอาจริง ฉะนั้นธุรกรรมเหล่านี้แบงก์ทุกสาขาตอนนี้ถ้าใครมาเบิกแบงก์ 100 แบงก์ 500 คราวนี้ไม่ต้องให้เบิกและต้องรายงานอย่างเข้มงวด ซึ่งมันก็ดีใช่หรือไม่ เป็นสิ่งที่ดี ทำให้การเมืองสามารถมีความโปร่งใสเพิ่มมากขึ้น
เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะขอข้อมูลจากผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเรื่องการเบิกเงินไปใช้ในเส้นทางที่ผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนี้ต้อง กกต. เพราะนายกฯ ไม่เกี่ยว นายกฯ ถือเป็นคู่แข่งคนหนึ่ง ฉะนั้นถ้าตนลงไปเกี่ยวข้องหรือทำอะไรเดี๋ยวจะหาว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่เกิดความเป็นธรรม ตนถึงบอกทำได้เต็มที่ คือโทร.ไปหา รมว.การคลัง และชื่นชมผู้ว่าฯ แบงก์ชาติที่ได้ออกมาเอาจริงเอาจังกับเรื่องของธุรกรรมทางการเงินในช่วงเลือกตั้งนี้
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนชื่อบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในหลายพื้นที่ ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง จะตรวจสอบความผิดปกตินี้หรือไม่ว่า ต้องมีอยู่แล้ว ตอนที่กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบก็ถูกกล่าวหาว่าตรวจสอบมากเกินไป และใช้เวลานาน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน พอมีชื่อผีเข้ามาในทะเบียนก็เรียกร้องว่าทำไมมหาดไทยไม่ตรวจสอบ ซึ่งเรามีไทม์ไลน์เรื่องนี้และมีรายชื่ออยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ชื่อผีที่เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านคนอื่นอยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เป็นการผูกเรื่องกันไปเองทั้งนั้น ตนทำงานในฐานะนายกฯ และ รมว.มหาดไทย แยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ ไม่มีคำว่าเลือกตั้งหรือหาคะแนน ไม่มีคำว่าพวกเราหรือพวกเขา ตนไม่มีนับญาติ ไม่ว่าจะกับคนไทยหรือคนต่างชาติ เวลาทำงานตามหน้าที่ และยังไม่พบเรื่องใดผิดปกติ ทุกคนทำตามหน้าที่และบทบาทของตัวเอง
'ทุนสแกมเมอร์ 'ยึดประเทศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.สนับสนุนการปราบปรามทุนเทาและธุรกรรมที่ผิดปกติมาโดยตลอด เพราะเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ตนดีใจที่แบงก์ชาติขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การจัดการกับเส้นทางการเงินคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปราบทุจริตเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ กกต.ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่ผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่า หากรอตรวจสอบเพียงแค่หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเรื่องยากในการหาพยานหลักฐาน กกต.จึงต้องกล้าใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้
นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวว่า ที่ท่านผู้ว่าฯ ธปท.ได้ยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่จะต้องเป็นผู้ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งกระบวนการตรวจสอบควรเดินหน้าอย่างจริงจัง เพื่อพิจารณาเงื่อนงำและข้อพิรุธที่อาจเกี่ยวพันกับการทุจริตหรือการแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง และขอเตือนว่า นักการเมืองทุกคน ทุกพรรค ต่างก็รู้ดี หากใครรู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ ขอให้หยุด ส่วนประชาชนที่รับเงินคงรู้ตัวเช่นเดียวกัน หากท่านรับแล้วยังไปเลือกเขาเท่ากับเป็นการทำลายประเทศชาติ
"ขอเรียกร้องให้ กกต.และผู้ตรวจการเลือกตั้งทั่วประเทศเร่งทำหน้าที่ตรวจสอบและสอดส่องอย่างเข้มข้น ไม่ควรต้องรอให้ผู้ว่าฯ ธปท.ออกมาตรวจสอบหรือเปิดเผยข้อมูลแทน ทุกฝ่ายต้องช่วยกันค้นหาความจริง ถ้าหาไม่เจอ บ้านเมืองเราวิบัติแน่นอน" นายเจษฎ์กล่าว
ขณะที่ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า สังคมต้องยอมรับความจริงว่ามี "ทุนสแกมเมอร์" ไหลทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล สิ่งเดียวที่จะช่วยประเทศได้คือการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นรู้ว่ากลุ่มคนที่นำเงินมาแจกในช่วงการเลือกตั้งนี้คือเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ หากประชาชนปล่อยให้คนกลุ่มนี้หลุดรอดเข้ามาได้สักครึ่งสภา เราจะได้ สส.สแกมเมอร์ และเมื่อสภาเต็มไปด้วยคนเหล่านี้ เสียงส่วนใหญ่ก็จะไปโหวตเลือกนายกฯ สแกมเมอร์ นำไปสู่การตั้งรัฐมนตรีสแกมเมอร์ ก็จะเข้าไปแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อให้ได้ข้าราชการที่รับใช้สแกมเมอร์ รวมถึงการโหวตเลือกประธานรัฐสภาที่เป็นพวกเดียวกันเท่ากับว่ากลุ่มทุนสีเทาเหล่านี้จะสามารถควบคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร
"มีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินสแกมเมอร์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองไทยมีสูงถึง 200,000 ล้านบาท คนพวกนี้ลงทุนเพียง 15,000 ล้านบาท เพื่อซื้อเสียงและยึดประเทศ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะคิดเป็นต้นทุนไม่ถึง 10% แต่สามารถเข้ามาปกป้องเงินสีเทาอีก 2 แสนล้านได้ทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนี้ประเทศจะรอดไหม ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับประชาชน อย่าปล่อยให้สแกมเมอร์มาคุมประเทศ" พล.อ.รังษีกล่าว
แคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจได้แนะแนวทางให้ประชาชนตอบโต้กระบวนการซื้อเสียงว่า หากใครนำเงินมาแจก ให้รับเงินไว้ได้ แต่เมื่อเข้าคูหา อย่ากาเลือกคนเหล่านี้ เพราะเจตนาของพวกเขาคือเข้ามาโกง คนพวกนี้ไม่มีทางรู้ว่าเรากาเบอร์อะไร ให้ถือคติง่ายๆ ว่าคนที่มาซื้อเสียงคือคนเลว การรับเงินแล้วไม่เลือกจะทำให้ผลกรรมไปตกที่ หัวคะแนนที่รับงานมา ถ้าเป้าไม่เข้าตามยอด หัวคะแนนก็จะถูกลงโทษ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สมน้ำหน้าแล้ว ประชาชนต้องฉลาดและร่วมกันสั่งสอนขบวนการเหล่านี้
"ขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลให้ถ่องแท้ว่าพรรคไหนมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจจริง และพรรคไหนที่มีกลุ่มทุนสีเทาหนุนหลัง หรือใช้เงินซื้อเสียง ขอให้ประชาชนอย่าเลือกพรรคนั้น แล้วประเทศจะรอดพ้นวิกฤตได้ด้วยมือของประชาชนเอง" พล.อ.รังษีกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาสาเหตุAT-6ตกนักบินดับ2
เครื่องบิน AT-6 Wolverine ฝูงบินโจมตีที่เพิ่งบรรจุเข้าประจำการกองบิน 41
งัดหลักฐานใหม่ ใบสั่งซื้อATKสธ. ถูกกว่ารพ.จะนะ
"อนุทิน” ลั่นปลด “หมอสุภัทร” ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย ยันไม่เคยสั่งการ
ถกRBCไทย-กัมพูชาล่ม ทบ.สยบลือปะทะรอบ3
ถก RBC ไทย-เขมร ล่ม! ไร้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่าง 2 แม่ทัพ เหตุวงเลขาฯ
‘ศุภจี’ปัดเป็นนางแบกพรรค ชูวิทย์โพลภท.แตะ180เสียง
10 วันสุดท้ายทุกพรรคลงพื้นที่หาเสียงคึกคัก "อนุทิน" ตำหนิผู้สมัคร ภท.บางคนชาวบ้านไม่รู้จัก
กกต. เรียกเอกสารจากแบงก์ชาติ ตรวจสอบข้อมูลเบิกเงินสดผิดปกติ
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยว่าได้เสนอเรื่องการถอนเงินสดผิดปกติเป็นจำนวนมาก ให้ที่ประชุม กกต. พิจารณา ว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการถอนเงินสดเป็นจำนวนมากแบบผิดปกติ และถอนเฉพาะที่เป็นแบ๊งค์ 500 หรือ แบ๊งค์ 100
เปิดทางจับมือทุกพรรค
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “กกต.” ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วออกหาข่าวซื้อเสียง

