ถกRBCไทย-กัมพูชาล่ม ทบ.สยบลือปะทะรอบ3

ถก RBC ไทย-เขมร ล่ม! ไร้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่าง 2 แม่ทัพ เหตุวงเลขาฯ  ยังตกลงกันไม่ได้ "สีหศักดิ์" ชี้ไม่ใช่ความล้มเหลว  ยันหันหน้าคุยกันเป็นก้าวหน้าสำคัญ บอกกัมพูชาเวทีอาเซียนเร่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ จ่อลงพื้นที่ฟังเสียงคนชายแดน ทบ.สยบลือปะทะรอบใหม่ เผย 3 ก.พ. จัดพิธีสดุดี 46 วีรชน            

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ตามที่คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 5 ประเทศกัมพูชา จัดการประชุมกองเลขานุการ ณ ที่ทำการจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 27-28 ม.ค.2569 เพื่อลดความตึงเครียดและรักษาสันติภาพตามแนวชายแดนในพื้นที่ให้สอดคล้องตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568

ข้อสรุปปรากฏว่า คณะกองเลขานุการฯ ซึ่งมีเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เป็นประธานกองเลขานุการฯ ฝ่ายไทย และรองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 เป็นประธานกองเลขานุการฯ ฝ่ายกัมพูชา ยังไม่สามารถจัดทำบันทึกข้อตกลงให้บรรลุตามความมุ่งหมายของทั้งสองฝ่ายได้ เนื่องจากยังมีประเด็นที่จะต้องมีการหารือเพิ่มเติม จึงยังไม่มีการลงนามระหว่างแม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ในวันที่ 29 ม.ค. ตามที่กำหนดไว้ได้ โดยคณะกองเลขานุการฯ  จะกำหนดการหารือเพื่อจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงให้บรรลุตามความมุ่งหมายอย่างแท้จริงของทั้งสองฝ่ายในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ การปฏิบัติในปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 1 ยังคงปฏิบัติภารกิจรักษาอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยวางกำลังดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบให้มีความสงบเรียบร้อย และประชาชนมีความปลอดภัยอย่างสูงสุดเช่นเดิม โดยยึดถือตามถ้อยแถลงร่วมของการประชุม GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568

ที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการถึงกรณีดังกล่าวว่า แม้การประชุม RBC ยังไม่สามารถลงนามในข้อตกลงได้ แต่ไม่ควรตีความว่าการเจรจาล้มเหลว ถือเป็นเรื่องธรรมดาในกระบวนการเจรจาที่บางเรื่องยังตกลงกันไม่ได้ ก็เก็บไว้คุยต่อ ดีกว่าไปปะทะสู้รบซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสีย ดังนั้นการที่ทั้งสองฝ่ายยังคงนั่งโต๊ะเจรจาและพูดคุยกันต่อไปนั้น ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ

สำหรับเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ ไทยได้เน้นย้ำกับฝ่ายกัมพูชาถึงความสำคัญของการสื่อสารโดยตรงผ่านกลไก RBC และความจำเป็นในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน โดยเฉพาะการระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่อาจถูกตีความว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ทั้งสองฝ่ายต้องมีความละเอียดอ่อนในการใช้ถ้อยคำและการแสดงท่าที เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด

ส่วนการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชานั้น ต้องคำนึงถึงความรู้สึกและความต้องการของประชาชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง กระทรวงการต่างประเทศกำลังวางแผนการลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับประชาชนและภาคเอกชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความคาดหวังของพวกเขา ซึ่งจะช่วยให้นโยบายการทูตสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยต้องสร้างบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน การสื่อสารที่โปร่งใสและการเคารพในอธิปไตยของกันและกัน ไม่ใช่แค่การลงนามในกระดาษ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสัมพันธ์ในอนาคต ซึ่งไทยมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายต่อกัมพูชาด้วยความรอบคอบและความอดทน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ พร้อมทั้งรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน

ที่กองบัญชาการทหารบก (ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีปรากฏข่าวว่ามีเสียงปืนดังที่บริเวณเขาพระวิหาร 7 นัด เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีดังกล่าว โดยบริเวณพื้นที่ชายแดน เสียงในลักษณะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น จากการซ้อมใช้อาวุธ ส่วนที่มีข่าวลือเรื่องการปะทะบริเวณชายแดนรอบใหม่ โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งนั้น  ยืนยันว่า กองทัพบกมีความพร้อม ไม่ได้หย่อนกำลัง ยังคงเฝ้าระวังตรวจตรา และทำหน้าที่เสริมความมั่นคง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการปะทะหรือไม่ แต่ย้ำว่าจากข้อมูลด้านการข่าวยังถือว่าไม่น่ากังวล เนื่องจากการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาขณะนี้ยังอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวหรือรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างที่ผ่านมา

สำหรับกรณีที่มีการขุดคูสนามเพลาะหรือคูเลต  และการสนับสนุนอาวุธจากต่างประเทศ ตามที่ปราฏเป็นข่าวนั้น ยังไม่มีข้อมูลปรากฏว่าเป็นการเสริมกำลังเพื่อเตรียมการรบ ทั้งนี้ ตั้งแต่ก่อนเกิดการปะทะกันครั้งก่อน ฝ่ายกัมพูชามักมีลักษณะที่จะชอบขุดคูเลตอยู่แล้ว แม้บรรยากาศจะไม่ได้มีความตึงเครียดก็ตาม จึงคาดว่าเป็นการสร้างภาพในประเทศ เป็นประเพณีปฏิบัติของกัมพูชาที่ชอบถ่ายภาพโชว์ เพื่อสื่อสารถึงประชาชนกัมพูชาได้ทราบว่าทหารกัมพูชายังคงดำเนินการต่างๆ อยู่ ไม่ได้นิ่งเฉย ยังมีศักยภาพทางทหารพร้อมต่อกรกับประเทศไทย แต่ยืนยันว่าหากปฏิบัติการต่างๆ เกินกว่าระดับที่ไทยตั้งเป้าไว้ จะต้องมีการพูดคุย และฝ่ายทหารมีวิธีในการมองปฏิบัติการต่างๆ ว่ามีความน่ากังวลเพียงใด

นอกจากนี้ ไม่ได้แสดงความกังวลต่อกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาร้องเรียนไปยังองค์การระหว่างประเทศว่าไทยรุกรานกัมพูชา ว่าจะถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดการปะทะครั้งใหม่ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมชอบร้องเรียนเช่นนี้อยู่แล้ว เนื่องจากประเทศกัมพูชาอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคและการสนับสนุนจากนานาชาติ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการโต้แย้งประเด็นต่างๆ ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปร้องเรียนในเวทีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

พล.ต.วินธัยเปิดเผยด้วยว่า วันที่ 3 ก.พ.นี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก  ได้กำหนดจัดกิจกรรมสดุดีวีรชนผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากสองยุทธการสำคัญ ได้แก่ ยุทธการยุทธหัตถี และยุทธการศตวรรษ โดยเลือกวันดังกล่าวซึ่งตรงกับวันทหารผ่านศึก เนื่องจากเป็นวันที่มีความหมาย และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเชิญครอบครัวผู้เสียสละเข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ

โดยช่วงเช้าจะจัดนิทรรศการรำลึกถึงภารกิจทางทหารของทั้งสองยุทธการ พร้อมกล่าวสดุดีผู้เสียชีวิตรวม 46 นาย เปิดให้ประชาชนทั่วไป ข้าราชการ และผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจตั้งแต่เวลา 09.00 น. ช่วงบ่ายจะมีพิธีสงฆ์ในเวลา 15.00 น. จากนั้นจะมีพิธีจารึกชื่อผู้เสียชีวิตบนแผ่นป้าย ณ กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก ก่อนเข้าสู่พิธีสดุดีอย่างเป็นทางการ บริเวณลานหน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยไฮไลต์สำคัญคือการมอบสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจและความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง