โพลชี้‘ปชน.-ภท.’เบียดหนัก

"นิด้าโพล" เผยยกสองเลือกตั้ง “ณัฐพงษ์” เหนียวแน่น “อนุทิน” ตามไล่บี้ “สวนดุสิตโพล” ปชน.กวาด สส.เขต ส่วน “ภท.” ได้มากกว่า “พท.” ด้าน “โพลสถาบันพระปกเกล้า” พบ “เสี่ยหนู” เรตติ้งเพิ่ม “เท้ง” ลด ส่วน “เอยูโพล” หัวหน้าพรรคส้มยังครองใจ Gen Z เมืองกรุง

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 ม.ค.  จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง

เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 29.08 ระบุว่าเป็นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน, อันดับ 2 ร้อยละ 22.24 ระบุว่าเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย,  อันดับ 3 ร้อยละ 12.52 ระบุว่าเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย, อันดับ 5 ร้อยละ 9.36 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 6 ร้อยละ 3.76 ระบุว่าเป็น พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจ, อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากพรรครวมไทยสร้างชาติ, อันดับ 8 ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย, อันดับ 9 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน

ขณะที่ ร้อยละ 5.80 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากพรรคทางเลือกใหม่, นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคเพื่อไทย, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากพรรคไทยก้าวใหม่, นายเจษฎ์ โทณะวณิก จากพรรครักชาติ นอกจากนี้ ร้อยละ 0.28 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 33.56 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน, อันดับ 2 ร้อยละ 22.76 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย,   อันดับ 3 ร้อยละ 16.92 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย, อันดับ 4 ร้อยละ 12.76 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 5 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็นพรรคเศรษฐกิจ, อันดับ 6 ร้อยละ 2.92 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ, อันดับ 7 ร้อยละ 1.84 ระบุว่าเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ, อันดับ 8 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็นพรรคกล้าธรรม, อันดับ 9 ร้อยละ 1.08 ระบุว่าเป็นพรรคไทยสร้างไทย, ร้อยละ 3.28 ระบุอื่นๆ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.20 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน, อันดับ 2 ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย, อันดับ 3 ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย, อันดับ 4 ร้อยละ 13.20 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 5 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็นพรรคเศรษฐกิจ, อันดับ 6 ร้อยละ 2.60 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ, อันดับ 7 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ, อันดับ 8 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็นพรรคกล้าธรรม, อันดับ 9 ร้อยละ 1.12 ระบุว่าเป็นพรรคไทยสร้างไทย, ร้อยละ 3.20 ระบุอื่นๆ

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 26,621 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น ตามภูมิภาคหลักของประเทศ กำหนดสัดส่วนตามโครงสร้างประชากรจริง เก็บข้อมูลแบบภาคสนาม 100% ระหว่างวันที่ 16-28 ม.ค. เมื่อถามว่าประชาชนจะเลือกพรรคการใดแบบบัญชีรายชื่อ พบว่า พรรคประชาชน ร้อยละ 35.99 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 22.13, ภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92 

ด้าน สส.แบบแบ่งเขต ประชาชนจะเลือกสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.46 รองลงมาคือ ภูมิใจไทย ร้อยละ 21.52, เพื่อไทย ร้อยละ 20.60 และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 35.07 รองลงมาคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 21.53 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.11

น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสะท้อนว่าพรรคประชาชนยังคงนำในช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ  อย่างไรก็ตาม ผลโพลเป็นความคิดเห็นของประชาชน ณ ขณะนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจออกมาใช้สิทธิของประชาชนในวันเลือกตั้ง หากประชาชนต้องการให้ผลเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดตามกระบวนการประชาธิปไตย เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ผลโพล แต่อยู่ที่คูหาเลือกตั้งของประชาชนทุกคน

ด้าน น.ส.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงภาพสะท้อนกระแสนิยมของประชาชนในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นการบ่งชี้อุณหภูมิทางการเมืองเพียงเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติการเมือง ในระบบรัฐสภาไทยยังถูกกำหนดด้วยกติกาเชิงสถาบัน การรวมเสียงในสภา และพลวัตของการต่อรองทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้เจตจำนงของประชาชนไม่อาจแปรเป็นอำนาจรัฐโดยตรงเสมอไป ดังนั้นคะแนนนิยมกับความจริงในการจัดตั้งรัฐบาลจึงอาจไม่สอดคล้องกัน

ขณะที่ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง เลือกตั้ง 69... ใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่ (สำรวจครั้งที่ 2) และทิศทางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 16-19 ม.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5

เรตติ้ง ‘อนุทิน’ เพิ่ม

ผลการสำรวจในคำถาม เมื่อคิดถึงคนที่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง ท่านนึกถึงใครเป็นคนแรก (ครั้งที่ 2) พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่ายังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 23.4 โดยลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 26.2 รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.9 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 16.9 และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ร้อยละ 15.2 ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 18.8

ตามด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.1 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 10.9 และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.8 ลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 10.2 ขณะที่ตัวเลือกอื่นๆ มีสัดส่วนต่ำกว่า 5% โดยกลุ่มที่เพิ่มขึ้นชัดเจน ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ร้อยละ 4.6 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 1.9 และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3.4 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 1.3

ส่วนผู้ที่มีสัดส่วนลดลง ได้แก่ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.8 ลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 4.4 และบุคคลอื่น (โปรดระบุชื่อ) ร้อยละ 0.9 ลดลงจากสัปดาห์ที่ 1 ที่ร้อยละ 1.2

ผลการสำรวจทาง Line Today 1 ในคำถาม เสียงในหัวอย่างแรกที่เข้ามาตอนคุณจะกาบัตรเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า กาเพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ คิดเป็นร้อยละ 52.6 รองลงมาคือ กาเพราะชอบนโยบายพรรค คิดเป็นร้อยละ 30.2 และกาเพราะชอบตัวบุคคล คิดเป็นร้อยละ 8.6 ขณะที่ยังไม่แน่ใจ มีสัดส่วนร้อยละ 6.2 และกาเพราะไม่อยากให้ฝั่งเดิมชนะ ร้อยละ 2.4

ผลการสำรวจในคำถาม เมื่อประเมินถึงความจำเป็นจากประเด็นเนื้อหาในรัฐธรรมนูญแล้ว ในวันออกเสียงประชามติท่านมีแนวโน้มจะตัดสินใจอย่างไร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีแนวโน้มเห็นชอบ สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คิดเป็นร้อยละ 53.0 ขณะที่ไม่เห็นชอบ คิดเป็นร้อยละ 23.4 และไม่แสดงความคิดเห็น คิดเป็นร้อยละ 23.6

ขณะที่ผลการสำรวจโพลสาธารณะ หัวข้อ เลือกตั้ง 69 ของ Gen Z ในเขตกรุงเทพมหานคร  รายงานนี้วิเคราะห์ผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคน Gen Z ที่มีต่อการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จัดทำโดยเอยูโพล สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 22-27 ม.ค. เก็บข้อมูลกับประชาชนช่วงอายุ 18-26 ปี ที่มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,207 ตัวอย่าง

ผลสำรวจพบว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่กลุ่มคนในช่วงอายุ 18-26 ปี ที่มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครอยากให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 มากที่สุด ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ร้อยละ 36.6, ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ได้ตัดสินใจ ร้อยละ 34.2, นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 5.1, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 2.9, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 2.8, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 1.7, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 1.6, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 1.3, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 1.0, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ร้อยละ 0.8

ผลสำรวจพบว่า เหตุผลสำคัญที่กลุ่มคนในช่วงอายุ 18-26 ปี ที่มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ใช้ในการเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีวิสัยทัศน์และมีความสามารถ ร้อยละ 24.8,  นโยบายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ร้อยละ 18.9, มีจุดยืนที่ชัดเจน ร้อยละ 15.4, ภาพลักษณ์ชื่อสัตย์ โปร่งใส ร้อยละ 13.8, เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ร้อยละ 10.2, ผลงาน/ประสบการณ์ที่ผ่านมา ร้อยละ 8.6,  ความชอบส่วนตัว ร้อยละ 5.8 และกระแสความนิยมในสังคม ร้อยละ 2.6

ส่วนพรรคการเมืองที่กลุ่มคนในช่วงอายุ 18- 26 ปี ที่มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร อยากเลือกในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด ได้แก่ พรรคประชาชน ร้อยละ 47.8, ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.8, พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 4.7,  พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 4.5, พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.2 และพรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 2.0.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โพลสถาบันพระปกเกล้า ‘อนุทิน’ ขยับแซง ’เท้ง‘ เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี

โพลสถาบันพระปกเกล้า เปิดผลสำรวจล่าสุดพบคะแนนความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีมีการสลับอันดับ “อนุทิน” ขยับขึ้นแซง “ณัฐพงศ์” ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ยังไม่เห็นบุค