นํ้าเงินบุกเมืองกรุง! ‘อนุทิน’ยํ้าไม่มีเกรงใจอังเคิล‘ศุภจี’ปลุกเลือกความหวัง

"กกต." ยื่นหนังสือถึง "ธปท." ขอข้อมูลเส้นทางเงินผิดปกติ 450 ล้านช่วงเลือกตั้งตรวจสอบ "โฆษกแบงก์ชาติ" ยันพร้อมส่งหลักฐานให้ตามขั้นตอน "ภท." เปิดเวทีใหญ่กลางกรุง "อนุทิน" ขอยึด 4 คำสั่ง ปชช. ไม่เปิดด่าน ไม่เกรงใจอังเคิล ไม่แก้ ม.112 พาชาติมีเกียรติบนเวทีโลก  "ศุภจี" ลั่นทำหน้าที่ให้บ้านเมือง "เอกนิติ" ขึ้นปราศรัยครั้งแรกมั่นใจฟื้น ศก.ได้ "ดร.เชน" ยันเศรษฐีเงินล้านดึงคนเข้าระบบไม่ใช่แจกอย่างเดียว  "ภูมิธรรม" แฉเลือกตั้ง 69 มีซื้อเสียงมหาศาล  "ปชน." ปล่อยคาราวานรถแห่ 8 สาย 77 จว.ทั่วประเทศ "มาร์ค" โวยภาคใต้ซื้อเสียงรุนแรง "รังษี" ปูดจ่ายหนักหัวละ 5 พัน

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 30 มกราคม 2569 น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ในฐานะโฆษก ธปท. กล่าวถึงงกรณี ธปท.ส่งข้อมูลการเบิกถอนเงินสด 450 ล้านบาทในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการเบิกเงินสดน่าสงสัยให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า กกต.จะส่งหนังสือมาถึง ธปท. เพื่อขอให้ดำเนินการส่งข้อมูลระหว่างกัน โดยหลังจากนี้ ธปท.จะมีกระบวนการภายในการดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนในการส่งข้อมูลให้ กกต.ได้อย่างไม่มีปัญหา

"กกต.มีกฎหมายอยู่แล้วเรียกหรือขอข้อมูลได้เป็นอำนาจ กกต. ขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบจากการเลือกตั้งได้ แต่ก็ต้องลงนามเอ็มโอยูอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ กกต.พิจารณาและสืบสวนสอบสวนในแง่ทุจริตการเลือกตั้งหรือไม่   โดยนอกจากสองล็อตที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว เราจะต้องติดตามดูต่อ และจะส่งข้อมูลให้ต่อเนื่อง” โฆษก ธปท.กล่าว

ต่อมาสำนักงาน กกต.มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เข้ายื่นหนังสือต่อธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอทราบรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติ ในช่วงระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนของ ธปท.รับมอบหนังสือเรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยัน ธปท.จะส่งรายละเอียดให้ กกต.ทราบเร็วที่สุด

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. กกต.ได้มีการประชุมเรื่องนี้โดยขอข้อมูลจาก ธปท. เกี่ยวกับการการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติ จึงได้ส่งรองเลขาธิการ กกต.ไปประสานแล้ว ซึ่งทาง ธปท.ได้รับปากจะทยอยส่งข้อมูลให้โดยเร็ว เพื่อที่ กกต.จะได้นำข้อมูลมาประกอบสำนวนไต่สวนต่อไป

ส่วนความเคลื่อนไหวการหาเสียงเลือกตั้งในช่ววงโค้งสุดท้ายของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เวลา 16.20 น. จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ที่สวนลุมพินี นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วยดรีมทีมเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค และผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขต เพื่อสื่อสารนโยบายและสร้างความมั่นใจกับประชาชนชาว กทม.ในช่วงโค้งสำคัญของการเลือกตั้ง

ดรีมทีม ศก. 'ภท.' โชว์เมืองกรุง

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย อาทิ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ร่วมขึ้นเวที นำเสนอนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทยในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเย็นมีประชาชนชาว กทม.ที่เลิกงาน รวมถึงคนที่มาออกกำลังกายแวะเวียนมาฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่

เวลา 18.20 น. นางศุภจีขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งระบุว่า ตนปราศรัยไม่เป็นเลย จนกระทั่งการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่ใช่นักการเมือง แต่วันนี้ขอมาทำเพื่อบ้านเมือง ชีวิตหลังการเลือกตั้งประชาชนต้องอยู่ดีกินดี ทำให้วันนี้คนที่ไม่ใช่นักการเมืองต้องมายืนอยู่ตรงนี้ มาเพื่อบ้านเมืองทั้งที่ไม่ใช่เวทีที่ถนัด และมาที่นี่เพราะตนกลัว เนื่องจากประเทศของเรากำลังเจอความท้าทายรอบตัวมากมาย ทั้งภัยความมั่นคง สังคมที่มีความแตกแยก รวมถึงภัยเศรษฐกิจที่วันนี้โลกแบ่งขั้วอย่างน่ากลัวและรุนแรง

“หลายคนบอกว่าแต๋มเธอเป็นนางแบก ทำเพื่อพรรคภูมิใจไทย ทำเพื่อนายกฯ อนุทิน วันนี้ขอบอกทุกคนอย่างชัดๆ ว่าไม่ได้ทำให้พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ทำให้นายกฯ อนุทิน แต่ทำให้กับทุกคนที่อยู่ตรงหน้านี้ ทำให้บ้านเมืองของเรา ทำให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก แต่เราคือคนไทยจะต้องทำให้เขาได้ และต้องทำอย่างเต็มที่เต็มความสามารถให้ดีที่สุด” นางศุภจีกล่าว

นอกจากนี้ นางศุภจีกล่าวว่า การที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครในครอบครัว เพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์สนับสนุนเลย เพราะการที่เรามายืนกับนักการเมืองมันน่ากลัว ก่อนที่ตนจะเข้ามาก็กลัว เรื่องที่ไม่เคยพูดก็บอกว่าพูด เรื่องที่ไม่เคยเคลมก็บอกว่าเคลม เรื่องที่เราทำดีก็ไปบอกว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นี่หรือการเมืองที่อยากจะให้เป็น คนที่มีความตั้งใจจริงๆ จะยืนอยู่ตรงไหน แต่ตนสลัดทิ้งซึ่งความกลัวทุกอย่าง ต่อให้จะต้องถูกสาดโคลน ถูกโจมตีมากกว่านี้ ตนก็จะยืนอยู่ตรงนี้ เพราะคนที่นั่งอยู่หน้าเวทีนี้และคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้ นี่คือสิ่งที่ตนตั้งใจจะทำ

"ขอให้พิจารณาอนาคตของเรา ชีวิตหลังการเลือกตั้งอยู่ในมือของทุกท่าน ท่านต้องการให้ประเทศเดินไปแบบไหน ท่านต้องการให้ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้งโกรธแค้นเกลียดชัง หรือท่านต้องการให้ประเทศเดินหน้าอย่างมีความหวัง และท่านอยากจะเลือกให้ประเทศของเรา มีทีมที่มีความตั้งใจเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเจอปัญหาใดๆ ในการทำในสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ" นางศุภจีระบุ

เวลา 18.15 น. นายเอกนิติขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก กล่าวว่า นี่เป็นการปราศรัยครั้งแรกในชีวิต ตนไม่เคยคิดว่าจะมาปราศรัยการเมือง วันที่ตอบรับนายกฯ เข้ามารับตำแหน่งเพราะท่านให้โอกาส ให้อิสระนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมด

"ผมเห็นว่าถ้าเราไม่เข้ามาเศรษฐกิจไทยจะยิ่งแย่ เพราะประเทศไทยติดลบ ความตั้งใจสิ่งสุดท้ายของผมความฝันคืออยากเห็นรอยยิ้มของคนไทย  อยากเห็นคนไทยที่มีความสุข จากที่ทำงานมา 73 วัน นโยบายเราช่วยให้เศรษฐกิจไทยออกจากหล่ม ซึ่งพิสูจน์ว่าเราทำจริง ไม่ได้พูดอย่างเดียว และเราทำเป็น ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือนโยบาย 10 พลัส เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น มีหนี้ลดลง ซึ่งเรามา 73 วัน ยกไทยออกจากหล่มได้ ซึ่ง 73 ถ้ากลับก็เป็น 37 นโยบาย 10 พลัส มีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าเลือกภูมิใจไทย จะมีชีวิตที่ดีกว่า 10 เท่า" นายเอกนิติระบุ

เวลา 19.55 น. นายอนุทินขึ้นปราศรัยเริ่มต้นด้วยการถามประชาชนที่ฟังว่า เกิดเป็นคนไทยหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้พวกเราคือพรรค ภท. พร้อมระบุตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาเดินรับฟังเสียงประชาชนทั่วประเทศด้วยตัวเอง เมื่อนำมาประมวลรวมกันแล้วคำสั่งพี่น้องประชาชนมีอยู่ไม่มาก 1.การขอให้ตนรักษาแผ่นดินไว้ให้ได้ อย่าให้ศัตรูชาติไหลมารุกรานมาเอาแผ่นดินไทยได้อีก ตนรับปากว่าจะรักษาแผ่นดินไทยด้วยชีวิตของตน จะไม่เปิดด่านกัมพูชาจนกว่าคนไทยเจ้าของประเทศจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่มอบไว้

 “วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าตนกับหลานอังเคิลเดินมารักษาอธิปไตยของชาติคนละแนวทางกัน ถือว่าผมโชคดีตามที่หลายคนบอกว่าคิดว่าเท่เหรอที่เป็นหลานอังเคิล ผมไม่อยากเท่ เพราะไม่ใช่หลานอังเคิล จึงไม่มีวันที่จะยอมทำตามอังเคิลที่อยู่นอกประเทศ" นายอนุทินระบุ

หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า คำสั่งที่ 2 “ไอ้หนู ต้องปกป้องรักษาสถาบันของชาติ อย่าให้ใครคิดร้ายทำลาย" ซึ่งตนสามารถรับปากได้ว่าจะร่วมกันปกป้องสถาบันสำคัญของชาติด้วยชีวิต การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ และไม่มีวันสำเร็จ คำสั่งที่ 3 คุณอนุทินและไอ้หนู คุณต้องนำประเทศไทยกลับไปอยู่บนเวทีโลกอย่างมีเกียรติ สามเดือนที่ผ่านมาไอ้หนู ไอ้เอก พี่แต๋ม และพี่อ้วน (สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) เชื่อว่าพวกเขาทำให้เราได้ทำให้กับท่านเห็นแล้ว

ช่วงท้ายนายอนุทินยังได้แนะนำแกนนำของพรรคภูมิใจไทยว่า ในยุคนี้มีระบบสาธารณสุขยุคพัฒนา สมัยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ มีบุคลากรที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ปากกัดตีนถีบ ไม่ใช่ลูกหลานใครที่อุ้มขึ้นมา ซึ่งคนเหล่านี้จะมาทำงานให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าแบบไม่หยุดยั้ง ขอให้ประชาชนไว้ใจ กาหมายเลข 37 ทั้งประเทศไทย  ก่อนจะกล่าวแซวผู้ปราศรัยว่า มาแล้วอย่าร้องเพลงเธอปันใจให้กัน

'อ้วน' แฉซื้อเสียงมหาศาล

พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดกลางธารเกษตร อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ช่วยนายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 8 และนายยงยุทธ์ ยาวิชัย ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 9 หาเสียง

นายยศชนันปราศรัยตอนหนึ่งว่า เราอาจจะโดนโจมตีว่าเราจะหาเงินมาจากไหน แต่ไม่ต้องห่วง เราหาเงินเป็น โครงการที่จะนำเงินเข้ามาในประเทศ นำนักธุรกิจเข้าสู่ระบบ คือโครงการที่จะทำเรื่องการสร้างเศรษฐีเงินล้าน 9 คนทุกวัน หลายคนบอกเป็นเรื่องแจกเงิน แต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องดึงคนเข้าระบบ แต่การดึงคนเข้าระบบต้องมีแรงจูงใจ และนี่คือสิ่งที่เราเลือกให้ การจะหาเงินทำรถไฟทำถนนเป็นหน้าที่ของนักการเมือง ต้องหาเงินเข้ามาในประเทศ นี่คือสิ่งที่เราจะทำ

จากนั้นนายยศชนันและคณะเดินทางไปที่หอประชุมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ช่วยนายภานุ เจริญสุข ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่เขต 4 และ น.ส.อัจฉรารัตน์ นันทะเสน ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 5 พรรค พท.หาเสียง อย่างไรก็ดี ในวันนี้มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร่วมเวทีด้วย

ด้านนายจุลพันธ์กล่าวถึงกรณีช่วงหลังมีการพูดถึงคลิปอังเคิล จะส่งผลกับพรรค พท.หรือไม่ ว่า  “ไม่ครับ ดีครับ พูดมาจะได้ชี้แจง เพราะเรายืนยันเจตนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันนั้น ถ้ามีใจที่เป็นธรรม จะเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำในวันนั้นเพื่อยุติความรุนแรง ไม่อยากให้เกิดการปะทะและเสียชีวิต

ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เรามักได้เห็นปัญหาที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง นั่นคือการใช้เงินซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปแทรกแซง กลั่นแกล้ง หรือคุกคามผู้สมัครของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยไม่คำนึงถึงกติกาที่กำหนดไว้

"ขณะนี้พรรคได้รับการร้องเรียนในหลายพื้นที่ เช่น กาญจนบุรี ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี เป็นต้น ถึงพฤติการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ผู้บริหารของบางพรรคการเมือง ซึ่งมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ชักจูงและสั่งการเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทุกระดับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ให้เข้ามามีบทบาทเสมือนเป็นหัวคะแนน เอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครของพรรคตนเอง รวมทั้งข่มขู่คุกคามผู้สมัครของพรรคการเมืองอื่น โดยมีการแลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่" นายภูมิธรรมกล่าว

แกนนำพรรค พท.กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังได้รับรายงานถึงการใช้เงินซื้อเสียงจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขอเรียกร้องให้ กกต. เจ้าหน้าที่รัฐทุกส่วน ทุกระดับ รวมทั้งพรรคการเมือง ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พรรคประชาชน (ปชน.) ที่ลานกินซ่า อ.รังสิต จ.ปทุมธานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยแกนนำพรรค รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. ร่วมกันปล่อยคาราวานสายลูกน้ำเค็ม

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แบ่งคาราวานรถแห่ 8 สาย 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อบอกกับประชาชนว่า ถ้าเห็นด้วยกับพรรค ปชน. ต้องกาให้พรรคทั้ง 2 ใบ ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ซึ่งทุกวินาทีก่อนเข้าคูหาเราไม่ประมาท ผลโพลความนิยมนำ ตนเชื่อว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมายในทุกเขต ตอนนี้โจทย์ของเราคือต้องมี สส.ให้มากที่สุด ทุกเก้าอี้ในสภาหมายถึงความมั่นคงมากยิ่งขึ้นในการตั้งรัฐบาล

ส่วนนายธนาธรกล่าวว่า รถคาราวานสายลูกน้ำเค็ม มีแผนการเดินทางไปหาเสียงในเส้นทางภาคตะวันออก ซึ่งจะเดินทางผ่านทั้งสิ้น 47 เขต โดยทางพรรค ปชน.มุ่งหวังว่าจะสามารถรักษาเขตเดิมได้ครบทุกเขต และเพิ่มเติมเขตใหม่ให้ได้มากที่สุด

โวยใต้แจกดุ 'รังษี' ปูดหัวละ 5 พัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาราวานรถแห่ทั้ง 8 สายของพรรค ปชน. จะเดินทางไปทุกจังหวัด แบ่งเป็นสายเหนือฝั่งซ้าย เพลิงพระนาง เริ่มต้นที่พิจิตร จบที่เชียงใหม่ สายเหนือฝั่งขวา กลิ่นกาสะลอง เริ่มต้นที่เพชรบูรณ์ จบที่เชียงใหม่ สายอีสานริมโขง นายฮ้อยทมิฬ เริ่มต้นที่กาฬสินธุ์ จบที่ขอนแก่น สายอีสานใต้ คมแฝก เริ่มต้นที่ชัยภูมิ จบที่ขอนแก่น สายภาคกลาง มนต์รักลูกทุ่ง เริ่มต้นที่อุทัยธานี จบที่นนทบุรี สายตะวันออก ลูกน้ำเค็ม เริ่มต้นที่ปทุมธานี จบที่สมุทรปราการ สายใต้บน  ฝนใต้ เริ่มต้นที่เพชรบุรี จบที่สงขลา สายใต้ล่าง บินหลาดง เริ่มต้นที่ภูเก็ต จบที่สงขลา

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีมงานของพรรค ลงพื้นที่ตลาดสดมหาราช ต.ปากน้ำ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ จ.กระบี่ ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.ของพรรค ปชป.ใน จ.กระบี่ทั้ง 3 เขต คือเขต 1 นายวศิน สิริเกียรติกุล, เขต 2 นายกฤตพร บุษย์เพชร และเขต 3 นายสุกิติ พรหมทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายอภิสิทธิ์มาถึงได้มีประชาชนยืนรอมอบช่อดอกไม้และขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นรถปราศรัยใช้เวลาสั้นๆ เน้นย้ำถึงสายสัมพันธ์อันยาวนานกับชาวกระบี่ที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้ทางการเมืองร่วมกันมาหลายสิบปี

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองอีกครั้ง ต้องไล่คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ แล้วก็กลับมาผนึกกำลังกัน ช่วยสร้างการเมืองที่สุจริต ปชป.เคยเป็นกำลังในเรื่องนี้เคียงข้างกับพี่น้องชาวใต้มาแล้ว

"ตอนนี้กระแสการซื้อเสียงในภาคใต้ค่อนข้างรุนแรง แต่ ปชป.ก็เดินสายพูดกับทุกจังหวัดว่า อย่าไปจำนนต่อเรื่องของการซื้อเสียง อย่าไปจำนนต่อทุนเทา" นายอภิสิทธิ์ระบุ

พรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อำเภอสนามชัยเขต บริเวณตลาดสนามชัยเขต อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค กธ. ขึ้นเวทีหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 เขต

 พรรครักชาติ (รช.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค รช. พร้อมด้วยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อมคณะ เข้าร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรชนค่ายบางระจัน ประจำปี 2569 ที่ลานธรรมวัดโพธิ์เก้าต้น บริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ จ.สิงห์บุรี โดยนายเจษฎ์ได้รำดาบถวายต่อวีรชนด้วย 

พรรคเศรษฐกิจ (ศก.) พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า ขณะนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดผ่านเวทีดีเบตเพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือพบความเคลื่อนไหวเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งอย่างหนัก โดยได้รับรายงานข่าวว่ามีการซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 5,000 บาท ระบาดไปทุกภาคทั่วประเทศไทย ทั้งเหนือ อีสาน ใต้ และกรุงเทพมหานคร

"เม็ดเงินมหาศาลที่นำมาใช้ทุ่มซื้อเสียงในครั้งนี้อาจเป็นเงินที่มาจากธุรกิจสีเทาหรือกลุ่มสแกมเมอร์ที่มีเงินหมุนเวียนในไทยกว่า 2 แสนล้านบาท โดยรูปแบบการจ่ายเงินเป็นระบบแบ่งเป็นงวดๆ โดยจะจ่ายล่วงหน้าก่อน 2,000 บาท พร้อมยึดบัตรประชาชนไว้ และให้นำมารับคืนก่อนวันเลือกตั้งพร้อมรับเงินส่วนที่เหลืออีก 3,000 บาท" พล.อ.รังษีกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย