‘บิ๊กตู่’สั่งเร่งช่วยภาคใต้ อุตุฯเตือน12จว.ฝนถล่ม

กรมอุตุฯ เตือน 12 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทะเลคลื่นลมมีกำลังค่อนข้างแรง นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือ ปชช.จากน้ำท่วมภาคใต้ แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงยะลา ปัตตานี นราธิวาส ปภ.รายงานเกิดอุทกภัยใน 5 จังหวัด และวาตภัยใน 3 จังหวัด ประสานดูแลเร่งช่วยเหลือแล้ว

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 10 เรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565)” ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณช่องแคบมะละกา ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง  ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็นในตอนเช้า

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 25-26 ก.พ.65 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) รวม 18 อําเภอ 76 ตําบล 277 หมู่บ้าน ได้มีการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หยุดการระบายน้ำเขื่อนบางลางเป็นการชั่วคราวจนกว่ามวลน้ำหลากจะระบายลงสู่ทะเลเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำกลางคลองมูโนะ อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังออกพื้นที่ และมีการพร่องน้ำในแม่น้ำบางนารา โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำบางนาราตอนบน ตอนล่าง และประตูระบายน้ำน้ำแบ่ง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

สํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (สนง.ปภ.จ.) อําเภอ หน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครและมูลนิธิ เข้าสํารวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจัดจิตอาสาพระราชทาน นํากําลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยดําเนินการผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ณ อําเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กองทัพเรือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ลงพื้นที่สํารวจสถานการณ์น้ำท่วม อําเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ ยังมีการเตือนภัยในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ. คือ จังหวัดยะลา บริเวณอําเภอบันนังสตา อําเภอยะหา และอําเภอรามัน,  จังหวัดปัตตานี บริเวณอําเภอสายบุรี อําเภอยะรัง อําเภอหนองจิก และเมืองปัตตานี, จังหวัดนราธิวาส บริเวณอําเภอแว้ง อําเภอสุคิริน อําเภอศรีสาคร อําเภอสุไหงปาดี อําเภอตากใบ อําเภอรือเสาะ อําเภอจะแนะ และอําเภอสุไหงโก-ลก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า เมื่อวันที่ 24-26 ก.พ. ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี รวม 18 อำเภอ 85 ตำบล 277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,802 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลง นอกจากนี้ ยังได้เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี รวม 13 อำเภอ 54 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 740 หลัง ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์น้ำท่วม จ.พัทลุง จากฝนตกหนัก น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ไหลลงสู่ที่ราบลุ่มต่ำ บวกกับน้ำฝนเกิดน้ำท่วม 5 อำเภอ เมืองฯ, เขาชัยสน, กงหรา, ควนขนุน และตะโหมด ส่งผลพื้นที่ ต.ชะม่วง ต.ควนขนุน และ ต.บ้านสวน น้ำที่ไหลเชี่ยวลำคลองได้ล้นออกหลายจุด ที่บริเวณหมู่ที่ 7 ต.ควนขนุน เข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร ระดับน้ำสูง 30-40 ซม. เป็นจุดที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดได้รับผลกระทบจำนวน 70 ครัวเรือน

นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายและน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณแนวชายฝั่งทะเลบ้านหน้าสตน หมู่ 6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบบ้านเรือนเสียหายบางส่วนจากคลื่นลม 100 หลัง ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้นำกระเบื้องแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อซ่อมแซมให้ได้อยู่ตามปกติแล้ว พร้อมทั้งนำเครื่องจักรกลมาทำแนวกั้นคลื่นป้องกันการกัดเซาะตลิ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแล้ว

ที่ จ.สงขลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา ได้รับรายงานว่ามีน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย 4อำเภอคือ สะบ้าย้อย, รัตภูมิ, บางกล่ำ และนาหม่อม รวมทั้งยังมีอีกหลายพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากวาตภัย เช่น ระโนด, สทิงพระ, สิงหนคร, เทพา และ อ.เมืองฯ บ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง นอกจากนี้พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาก็เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมแล้วเช่นกัน    

นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากการที่ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมไหลเข้าท่วมถนนสายเกาะปุด-นาบินหลา และบ้านเรือนของชาวบ้านหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 10 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง เบื้องต้นมีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย ได้รับความเดือดร้อนแล้ว 12 หลัง

จากสถานการณ์ที่มีลมมรสุมพัดถล่มภาคใต้จนเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องใน หลายพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา ช่วงระหว่างวันที่ 23-26 ก.พ.65 ที่ผ่านมา ที่ฝนกระหน่ำอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายบุรีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง แม่น้ำสายบุรี ในพื้นที่ ต.บาลอ ต.กายูบอเกาะ ต.อาซ่อง อ.ท่าธง, ต.ตะโละหะลอ ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา มวลน้ำไหลเข้าท่วมถนนสายหลัก-สายรองภายในหมู่บ้าน-บ้านเรือนชาวบ้านและพื้นที่สวนยางพารา ผลไม้ชาวบ้านต้องอพยพสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้บนถนนหลวง ทั้งนี้ มีชาวบ้านต้องการน้ำดื่ม อาหารแห้ง เป็นเบื้องต้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน   

ไทยตอนบนอากาศเย็นมีฝน เกษตรกรเตรียมป้องกันความเสียหาย

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งในภาคเหนือ