ใต้ส่อเค้าระอุ! แขวน‘ป้ายผ้า’ จ่อก่อเหตุป่วน

ผู้ก่อเหตุลอบแขวนป้ายผ้า-พ่นสีข้อความทั้งนราธิวาส-ยะลา เชื่อป่วนก่อนเลือกตั้ง  “สว.ไชยยงค์” ซัดการข่าวภาค 4 ไร้การปรับปรุง  ปูดมี 32 บีอาร์เอ็นลอบเข้าพื้นที่แล้ว ให้จับตาก่อเหตุบึ้มใหญ่ “กสม.” ตื่นคดีตากใบ ชงรัฐแก้กฎหมายไม่ให้มีอายุความเหมือนคดีทุจริต

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2569 พล.ต.ต.ประยงค์  โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากตำรวจในพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่าพบการแขวนป้ายผ้าที่เขียนข้อความด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษในพื้นที่ 9 อำเภอ จำนวน 17 จุด โดยป้ายผ้ามีข้อความระบุถึงการเรียกร้องสิทธิและการแบ่งแยกดินแดน โดยนำไปแขวนไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น พงหญ้ารกทึบริมทาง กิ่งไม้ริมทาง และบนสายไฟฟ้าที่ผ่านถนน รวมทั้งใช้สีสเปรย์พ่นข้อความบนผิวถนนด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ กระจายกำลังกันติดตั้งป้ายผ้าดังกล่าว โดยมีเป้าหมายสร้างความปั่นป่วนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง  สส. ในวันที่ 8 ก.พ.นี้

จ.ยะลา ก็พบป้ายผ้าถูกแขวนในพื้นที่ อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา รวมถึงบริเวณตรงข้ามตลาดผลไม้ ถนนสาย 409 หมู่ 1 บ้านปีซัด ต.ลำใหม่ อ.เมืองฯ จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบป้ายผ้าก่อกวนในช่วงเช้าตรู่ รวมทั้งหมด 3 จุด

ขณะเดียวกัน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์  เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อพบปะให้กำลังใจกำลังพล พร้อมติดตามความคืบหน้าและแนวทางการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของแต่ละหน่วย โดยมี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลให้การต้อนรับ

พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า ผบ.ทบ.ได้ฝากความห่วงใยกำลังพล พร้อมเน้นย้ำในการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง  รวมถึงการเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยเข้มงวดในช่วงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

“การสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการวางวัตถุต้องสงสัย ขณะนี้ในส่วนของการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าจะติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้เช่นเดียวกับในคดีอื่นๆ แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนในการดูแลความปลอดภัย หากพบบุคคลต้องสงสัยหรือสิ่งผิดปกติ แจ้งเจ้าหน้าที่หรือโทร.สายด่วน 1341 ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

ด้านนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. ในฐานะเลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ กล่าวว่า มีรายงานจากสายข่าวว่ากองกำลังติดอาวุธระดับปฏิบัติการบีอาร์เอ็น 32 คน ได้ข้ามฝั่งจากประเทศเพื่อนบ้านพร้อมอุปกรณ์การประกอบระเบิดแสวงเครื่องจำนวนหนึ่ง เข้ามาในพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อประชุมแนวร่วมในพื้นที่เตรียมการก่อเหตุ โดยมีระเบิดไปป์บอมบ์จำนวนหนึ่งที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางเรือประมง มีการนำขึ้นฝั่งใน อ.เมืองฯ จ.นราธิวาสเช่นกัน

“ระเบิดแสวงเครื่องที่นำเข้ามา อาจใช้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่สามจังหวัดและสี่อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อป่วนการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 ก.พ.  เช่นเดียวที่บีอาร์เอ็นเคยวางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง อบต. รวมทั้งในเดือน ก.พ.มีวันที่เป็นวันสัญลักษณ์ที่บีอาร์เอ็นจ้องก่อเหตุ คือวันที่ 6 ก.พ. ที่เป็นวันนัดพูดคุยสันติภาพ วันที่ 13 ก.พ. วันนักรบแห่งชาติปัตตานี รวมทั้งเดือน ก.พ.เป็นการเข้าสู่เดือนรอมฎอน ซึ่งในทุกปีเดือนรอมฎอนจะมีความรุนแรงมากกว่าปกติ เพราะมีการปลุกระดมให้แนวร่วมเข่นฆ่าศัตรูในเดือนรอมฎอน จะได้บุญ 10 เท่า”

นายไชยยงค์กล่าวว่า ที่ผ่านมางานการข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าล้มเหลวมาโดยตลอด ไม่เคยมีข่าวความเคลื่อนไหวของแนวร่วม  เช่น การวางระเบิดห้องน้ำในปั๊ม ปตท.และในห้องน้ำ บขส. ซึ่งเป็นการตรวจพบของประชาชนที่ไปใช้บริการ ไม่ใช่ข่าวสารของหน่วยข่าว และการที่แนวร่วมเข้ามาเช่าบ้านประกอบระเบิดจนระเบิดเกิดขึ้นที่ยะลา การข่าวก็ไม่มีการรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของบีอาร์เอ็นแต่อย่างใด   ทุกอย่างของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นเรื่องวัวหายล้อมคอกทั้งสิ้น หากงานการข่าวไม่มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ เชื่อว่าไฟใต้จะไม่มีการยุติ และความสูญเสียก็จะเกิดขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด

วันเดียวกัน นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เผยถึงคดีสลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบเมื่อปี 2547 ที่คดีขาดอายุความว่า กสม.มีมติให้มีข้อเสนอแนะในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีตากใบ พร้อมกำหนดมาตรการทางกฎหมายหรือแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะเช่นนี้อีก และให้เปิดเผยผลดำเนินการต่อสาธารณชนโดยเร็ว และให้กำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตากใบในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม

“กสม.ยังมีข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ให้ ครม.มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับอายุความ โดยให้อายุความในคดีอาญาซึ่งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เช่นคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย คดีความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญาที่เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด เมื่อศาลรับฟ้องหรืออัยการมีคำสั่งฟ้องแล้ว ให้อายุความสะดุดหยุดอยู่ หรือไม่มีอายุความดังเช่นคดีทุจริต เพื่อรับประกันว่าจะไม่เกิดกรณีที่ไม่สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปดำเนินคดีจนขาดอายุความเช่นนี้อีก”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

แฉแผน‘โจรใต้’โยนผิดจนท.

ฉก.นราธิวาสถอดรหัสยิงรถ สส.กมลศักดิ์ กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้ ซัด “บีอาร์เอ็น” โยนบาปเจ้าหน้าที่รัฐ กลัวเสียฐานมวลชน ลงมือกับทนายขวัญใจชาวบ้าน

ถอดรหัส ยิงถล่ม 'สส.กมลศักดิ์' ซัดโจร 'บีอาร์เอ็น' กลัวเสียฐานมวลชน โยนบาปเจ้าหน้าที่รัฐ

ถอดรหัสยิงรถ สส.กมลศักดิ์ กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้ ซัด “บีอาร์เอ็น” โยนบาปเจ้าหน้ารัฐกลัวเสียฐานมวลชน ลงมือกับทนายขวัญใจชาวบ้าน

รอมฎอนเดือด! 'กอ.รมน.' ประณามโจรใต้บึ้มบ้านปชช.

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 01.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 1 ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส

รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ หนึ่งเดียว จากพรรคโอกาสใหม่ ล้มบ้านใหญ่ เดินเข้าสภาฯ

หนึ่งใน สส.-นักการเมืองหน้าใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็คือ "รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคโอกาสใหม่" นักการเมืองหญิง-สส.หนึ่งเดียวจากพรรคโอกาสใหม่