
“อนุทิน” โต้ภาพเอไอ หลังถูกเพจดังแฉนั่งกินข้าวคู่ “เบน สมิธ” ชี้ภาพเก่าทำไมดูแก่ สาธุ หลังผลโพลให้ ภท.ได้ สส.เกิน 180 ที่นั่ง ขอรอชัดเจนก่อนฟอร์มรัฐบาล ย้ำเงื่อนไขจับขั้ว ไม่แก้หมวด 1-2 ไม่แตะ ม.112 พ่วงไม่เอากาสิโน "หัวหน้าเท้ง" ชิ่งหนีคำถาม "เครื่องบินสุริยะ" อ้างขอดูรายละเอียดก่อน ขณะที่ "โรม" ข้องใจซื้อหรือต่างตอบแทน
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทินนั่งรับประทานอาหารคู่กับนายเบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียงว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็น รมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรก ตามรูปที่เห็นครั้งแรกที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมณ์อะไร และผู้หญิงคนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้าแม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นภาพ AI จริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี เอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหา เพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ
"ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ"
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยบนเวทีว่ามีทฤษฎีสมคบคิดให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีลงจากตำแหน่ง แล้วให้นายอนุทินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า เราอย่าไปให้ความสนใจความคิดของแต่ละคน คงไม่ไหว ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยดำเนินการทางการเมืองทุกอย่างตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก ตนก็ได้รับการขานชื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ ยังไงก็ตามก็ต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจที่เสนอชื่อและขานชื่อให้ตนมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ขอดูผลเลือกตั้งก่อน
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ออกมาว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เกิน 180 ที่นั่งว่า สาธุ เมื่อถามว่าล่าสุดมีกระแสข่าวส้ม แดง ฟ้า จะจับมือสู้กับน้ำเงินในการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ตอบว่า เห็นแต่น้ำเงินสู้กับส้ม แดง ฟ้า เมื่อ 2 วันก่อน น้ำเงินคนเดียว
ถามย้ำว่า แสดงว่าจะสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทินเผยว่า ยึดเจตนารมณ์ของตนเอง ต้องรอให้รู้ผลการเลือกตั้งก่อน เพราะการตัดสินใจนั้นมาจากพี่น้องประชาชนอย่างเดียว ฉะนั้นเราจะไปพูดอะไรก่อนไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยฟังพี่น้องประชาชนเสมอ เราต้องให้ความเกรงใจ เคารพต่อเสียงพี่น้องประชาชน ก็ขอยึดเจตนารมณ์นั้นต่อไป
ซักว่าที่ประกาศบนเวทีในการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง นั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบกับรัฐมนตรีกระทรวง ได้มีการเปรยเรื่องนี้กับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยชี้แจงว่า ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่ง ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีคณะรัฐมนตรีได้ 36 คนรวมนายกรัฐมนตรี แต่จะมีกี่ตำแหน่งก็ได้ ไม่ได้ผิดกฎหมายและไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ เพียงแค่รัฐมนตรีอย่าเกิน 36 คน
เมื่อถามว่า ที่บอกว่าหลังการเลือกตั้งเวลาประมาณ 20.00-21.00 น.แล้ว จะรู้ผลแล้วมีการฟอร์มรัฐบาลและเชิญพรรคร่วมรัฐบาลหารือเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า รอให้มีความชัดเจนก่อน ใจเย็นๆ
ถามว่า หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคิดว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ในการจับขั้วรัฐบาลเพื่อที่จะเดินหน้าทำงานได้เร็วที่สุด เขาตอบว่า มันต้องมีขั้นตอนที่ 1 ก่อน คือการรับรองสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะใครที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้รับการขานชื่อในสภาผู้แทนราษฎร การประสานพูดคุยอะไรต่างๆ ยังมีเวลา มันไม่ยาก ตนพูดมาตลอดว่าหลังการเลือกตั้งแล้วทุกคนก็แทบจะเดาได้ว่าจะออกแนวทางไหน ก็ให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วเราจะเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนมาดำเนินการให้ถูกใจมากที่สุด
เงื่อนไขตั้งรัฐบาลอนุทิน
ซักว่าการจับขั้วรัฐบาลในครั้งนี้หากได้เป็นแกนนำจะมีอะไรที่เป็นมิติใหม่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า เราต้องดูที่จำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ซึ่งมีปัจจัยเรื่องจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรค สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยปฏิบัติมาโดยตลอดคือเราฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก
เมื่อถามว่า มีเงื่อนไขอะไรในการจับขั้วรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า เงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทยคือ เคารพซึ่งกันและกัน นโยบายต้องไม่เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ผิดศีลธรรมอันดีของสังคมและวัฒนธรรมของไทย เช่น นโยบายกาสิโน และอย่าแตะต้องหมวด 1 หมวด 2 และการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกรอบที่เล็กมาก เราจะไม่พูดว่าจะจับหรือไม่จับกับใคร เพราะพรรคการเมืองทุกอย่างจะต้องออกมาจากคณะกรรมการบริหารพรรค
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย 1 ชั่วโมงก่อนหาเสียงไม่ได้ว่า มั่นใจ 100% ว่าตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอนครั้งนี้ แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน ขอให้ตัดสินใจให้เด็ดขาด พร้อมยืนยันว่าตัวเลข 200 เก้าอี้ มั่นใจว่าได้ถึงแน่นอน
ส่วนกรณีประเด็นร้อนการซื้อเครื่องบินต่อจากนายเบน สมิธ ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเป็นทุนเทาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ปฏิเสธตอบคำถาม โดยระบุว่า ขอดูรายละเอียดก่อน ก่อนจะรีบขึ้นรถแห่ไปยังห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการหาเสียงทันที
ทั้งนี้ มีการแฉว่านักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรีซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ ซึ่งถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินในคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มูลค่าราว 800 ล้านบาท แต่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพียง 30 ล้านบาท
ขายเครื่องบินหรือต่างตอบแทน
จากนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าได้ซื้อเครื่องบินลำดังกล่าวจริง แต่ถือครองในสัดส่วนมูลค่าเพียง 30 ล้านบาท ส่วนมูลค่าที่เหลือเป็นการถือครองร่วมโดยกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วน
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน เผยว่า ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของใครกันแน่ เนื่องจากมีความกังวลว่าการจ่ายเงินไปที่ธนาคารบีไอซีอาจจะไม่ใช่เครื่องบินของนายเบนจามิน แต่อาจเป็นของนายยิม เลียก ซึ่งในขณะนี้โดนหมายจับและถูกยึดอายัดทรัพย์
สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อคือธุรกรรมการโอนมีลักษณะอย่างไร เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าธนาคารบีไอซีเป็นธนาคารฟอกเงิน ต้องตรวจสอบว่ามีการโอนกันจริงหรือไม่ หากมีการโอนจริงเป็นไปด้วยวัตถุประสงค์อะไร ใช่การจ่ายค่าเครื่องบินจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้จ่าย
“อาจจะต้องไปดูว่าเครื่องบินลำนี้เป็นสิ่งที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ มีหลายประเด็นที่ต้องวินิจฉัย แต่เรื่องนี้สามารถยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า นายเบน สมิธ จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับบิ๊ก ส. แน่ๆ” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า การชี้แจงที่ระบุว่าส่วนตัวซื้อในราคา 30 ล้าน และมูลค่าที่เหลือเป็นการถือครองร่วมโดยกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วนนั้นฟังขึ้นหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราไม่ได้มองในเรื่องการแก้ตัว แต่ฟังดูแล้วอาจจะประหลาด เรื่องที่สำคัญคือมีข้อมูลจากนายทอม ไรต์ ว่านายเบน สมิธ มีการให้เครื่องบินกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เราไม่ทราบคือมีการปฏิบัติเช่นนี้กับบุคคลอื่นด้วยหรือไม่ เราเป็นห่วงเรื่องของนอมินี ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ซึ่งอาจเป็นการจูงใจเพื่อผลประโยชน์บางอย่างที่สุดท้ายทำให้ประเทศสูญเสียผลประโยชน์
“สิ่งที่เราไม่รู้คือการไปซื้อขายเครื่องบินกัน มีการซื้อขายจริงหรือเป็นการตอบแทนบางอย่าง"
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ตรวจสอบไม่ยาก อย่างแรกที่ต้องตรวจสอบคือการโอนเงินเข้าธนาคารบีไอซีจ่ายกันอย่างไร ต้องเรียกเส้นทางการเงินมาดู ในส่วนนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องเป็นผู้ตรวจสอบ หากสุดท้ายทรัพย์สินเหล่านี้ได้มาจากการกระทำความผิด คงต้องดูว่าเราสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระดมตร.1.2แสน คุมหน่วยเลือกตั้ง
สตช.ระดม ตร. 1.2 แสนนายดูแลความปลอดภัย แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาตรการรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน
กกต.จับคนซื้อเสียง
กกต.คุมเข้มโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ระดมตำรวจ-อส.ตั้งด่านทั่วประเทศ เตรียมขยายผลซื้อเสียงเชียงราย-สุราษฎร์ธานี เจอโพยพร้อมเงิน 6 หมื่น
สรุปคำสั่งศาล สอย49ผู้สมัคร
กกต.เปิดคำสั่งศาล สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขต 18 คน กล้าธรรมโดนไป 6 และบัญชีรายชื่อ 31 ราย ขอ ปชช.ตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ เน้นย้ำ
'อนุทิน' แจงภาพคู่เบน สมิธ ปี 48 สร้างจาก AI ภาพจริงต้องดูหนุ่มกว่านี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จ
'โรม' จี้ ป.ป.ง. สอบบิ๊กเพื่อไทยซื้อเครื่องบินหรู ที่มาคลุมเครือ ยังไม่ชัดเป็นของใคร
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ
ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา หลังปม 'สุริยะ' ซื้อเครื่องบินต่อจาก 'เบน สมิธ'
รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมือง มองข้ามช็อตหลังการเลือกตั้งว่า เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

