กกต.โวผิดพลาดแค่0.01%

"กกต." สรุปภาพรวมเรียบร้อย ผิดพลาดไม่ถึง 0.01% ไร้กระทบเลือกตั้ง น้อมรับคำวิจารณ์นำไปปรับปรุงข้อบกพร่อง พบป่วนหลายจังหวัด กปน.พะเยาแอบหย่อนบัตร 7 ใบ   สารภาพรับเงินพรรค อึ้งน่านฉีกบัตรผิด 69 ใบ  โดนดำเนินคดี กกต.สั่งงดนับคะแนน บางหน่วยมีปัญหาติดป้ายข้อมูลผู้สมัคร ปลื้ม 17 องค์กรต่างประเทศพอใจ เผยจับซื้อเสียงเพิ่ม 3 จังหวัด  ตร.ดำเนินคดีผิด กม.เลือกตั้ง 7 คดี ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิผู้สมัคร สส.ไปแล้ว 59 ราย ยกคำร้องแค่ 1

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล  โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงคดีที่ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้งมีการรับคำร้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คดีเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องรวมทั้งหมด 60 เรื่อง โดยเเบ่งเป็นขอเพิกถอนสิทธิแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 29 เรื่อง และแบบบัญชีรายชื่อ 31 เรื่อง ศาลฎีกาฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่เเข่งกับเวลา เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิผู้สมัครเลือกตั้งทั้งหมด 59 เรื่อง ยกคำร้อง 1 เรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 07.45 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปและการออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตเลือกตั้งที่ 14 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย  พร้อมระบุว่า ตั้งเป้าว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิมากกว่าของเดิมที่ร้อยละ 75 หลังจากนั้นได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติในหน่วยดังกล่าวด้วย

ที่สำนักงาน กกต. นายแสวง บุญมี  เลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมการเปิดหีบเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ปี 2569 และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการจับกุมการซื้อเสียงที่จังหวัดราชบุรี   และนายธนากร เลี้ยงฤทัย อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง แจ้งความว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น กกต.พยายามดูแลปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนไม่ให้มีการซื้อเสียงได้  โดยร่วมกับตำรวจกว่าแสนนาย ที่ผ่านมาเราเน้นการป้องกัน มีการจับกุมผู้เตรียมการได้ 4-5 กรณี ซึ่งที่ราชบุรีมีหลักฐานเป็นโพยเงินและรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากนี้จะดำเนินการตามระเบียบสืบสวนฯ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนกรณีอื่นๆ มีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 ราย, เชียงราย 1 ราย และราชบุรี 1 ราย 

นายแสวงยังกล่าวถึงกรณีศาลฎีกาฯ สั่งถอนรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ซึ่งจะต้องมีการเอาผิดผู้สมัครและหัวหน้าพรรคที่เซ็นรับรองส่งสมัครหรือไม่ว่า เรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณี อยู่ที่ข้อเท็จจริง ถ้าเป็นความผิดส่วนตัวของผู้สมัคร บางคนต้องคำพิพากษา บางทีหัวหน้าพรรคก็ไม่รู้ กฎหมายกำหนดให้รับรองเฉพาะตัวผู้สมัคร ต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ ส่วนหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ กฎหมายพรรคการเมืองวางหลักไว้ว่า ต้องดูว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงต้องดูข้อเท็จจริงด้วย

น่านฉีกบัตรผิด 69 ใบ

ทางด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.  แถลงข่าวว่า พบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอาการเมาสุรา เมื่อมาใช้สิทธิแล้วมีการฉีกบัตรเลือกตั้งในบางจังหวัด จึงมอบให้กรรมการประจำหน่วยไปแจ้งความ ขณะบางพื้นที่ของ กทม. มีการปิดป้ายอย่างไม่ถูกต้อง ได้แจ้งให้แต่ละหน่วยดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย

 ส่วนกรณี อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีการแจ้งว่าหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตบัญชีรายชื่อของบางหน่วยหายไปนั้น สำนักงานได้มีการประสานทราบว่าทางจังหวัดได้มีการแยกบัญชีเป็นรายจังหวัด ซึ่งผู้มาใช้สิทธิอาจไม่ทราบและอาจมองไม่ครบถ้วน แต่จริงๆ ติดครบไว้ทุกจังหวัด

สำหรับกรณี จ.น่าน ที่มีรายงานว่า กปน.ฉีกบัตรผิดพลาด 69 ใบนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า   ได้รับรายงานว่าอาจจะฉีกบัตรโดยไม่ได้ดูด้านหน้าของบัตร แต่ไปฉีกทางด้านหลัง เรียนว่าไม่เฉพาะประชาชนฉีกบัตรแล้วถูกดำเนินคดี แต่ กปน. หากทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายต้องถูกดำเนินคดีด้วย ซึ่งสำนักงาน กกต.ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งในขั้นตอนนี้ยังมีการลงคะแนนต่อไปจนเสร็จสิ้น แต่ในกระบวนการนับคะแนนแล้วเจอบัตรลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น ทางกรรมการประจำหน่วยจะต้องประกาศงดการนับคะแนน และรายงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขต เพื่อเสนอ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ของหน่วยนี้ เพื่อให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม

ส่วนกรณีหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรหม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ไม่ได้ติดรายชื่อผู้สมัคร แต่ไปติดป้ายไวนิลที่หลังหน่วย ยืนยันว่าบริเวณหน้าหน่วยมีการติดบัญชีรายชื่อผู้สมัครครบถ้วน ส่วนป้ายไวนิลเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน สำหรับที่มีการระบุ กปน. จ.ปัตตานีประชาสัมพันธ์ให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ต้องใช้สิทธิประชามติก็ได้หากแถวรอคิวยาวนั้น ขอไปตรวจสอบก่อน แต่ในกรณีแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

ส่วนกรณีที่ระบุว่า ที่ จ.หนองบัวลำภูมีการขึ้นป้ายไวนิลข้อมูลผู้สมัครพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยสลับกันนั้น ตรวจสอบแล้วไม่ใช่ป้ายหน้าหน่วยเลือกตั้ง แต่เป็นป้ายรวมคะแนน  ซึ่งทางจังหวัดได้มีการแก้ไขแล้ว สำหรับกรณีมีผู้ร้องว่ามาใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต เมื่อตรวจสอบไปที่จังหวัดขอนแก่นก็โยนให้มาใช้สิทธิที่หลักสี่ กทม. แต่เมื่อมาที่ กทม.กลับไม่ได้ใช้สิทธินั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ตรวจสอบแล้วผู้มีสิทธิคนดังกล่าวจะต้องไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ ซึ่งขณะนี้ยังเหลือเวลาที่สามารถจะไปลงคะแนนได้ แต่หากไม่สามารถลงคะแนนได้ ก็ให้แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวถึงกรณีที่ จ.พะเยา มี กปน.แอบหย่อนบัตร 7 ใบลงหีบบัตรนั้นว่า ขอไปตรวจสอบก่อน ส่วนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแล้วมีการถ่ายภาพบัตรที่ตนเองลงคะแนน และนำมาโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าตนได้ลงคะแนนให้กับผู้ใดนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เป็นความผิดตามกฎหมาย ถ้าพบเห็นจะต้องดำเนินคดีต่อบุคคลเหล่านี้แน่นอน ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวว่า  ทุกรายที่โพสต์ เราจะตามไปดำเนินคดี

กปน.รับจ้างพรรค

มีรายงานว่า กกต.พะเยาแจ้งว่า ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองฯ จ.พะเยา มี กปน.แสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและนำบัตรเลือกตั้ง 7 ใบเข้าคูหาลงคะแนน ขณะกำลังจะหย่อนบัตรลงหีบบัตรเลือกตั้ง ประธานกรรมการประจำหน่วยพบเห็นจึงได้ทักท้วงและควบคุมตัว ขณะนี้ได้นำตัว กปน.คนดังกล่าวไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในท้องที่ พร้อมของกลางเป็นซองบรรจุเงิน กรณี กปน. จ.พะเยา แอบหย่อนบัตรเลือกตั้ง 7 ใบ ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพะเยาแล้ว เบื้องต้น กปน.ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากพรรคการเมืองให้ทำ  โดยอาจจะมีอีกหลายหน่วยที่ทำแบบนี้ ทางพะเยากำลังดำเนินการสืบสวนอยู่

ร.ต.อ.ชนินทร์ยังกล่าวถึงการป้องปรามและการจับกุมการซื้อเสียงว่า กกต.สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ จ.นครศรีธรรมราช 1 คน พร้อมเงินสด 2,000 บาท และ จ.ราชบุรี จับกลุ่มผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมเงินสด 83,000 บาท ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีกราย 1 คน รวมเป็น 6 คน พร้อมโพยรายชื่อและเงินสด 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในการสอบสวนขยายผล และยังมีอีกหลายจุดที่เราเฝ้ามอง คาดว่าจะได้มีการจับกุมเพิ่มเติม รวมถึงที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิด คาดว่าเร็วๆ นี้จะได้ข้อมูล

นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.ยังออกเอกสารชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในการติดเอกสาร แสดงรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต (รายบุคคล) บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 31 เขตตลิ่งชัน โดยระบุว่าไม่ได้ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครบนกระดานแสดงข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด แต่ใช้วิธีติดแผ่นไวนิลไว้ด้านหลังคูหาเลือกตั้ง อีกทั้งในแผ่นไวนิลดังกล่าวยังปรากฏข้อมูล “เขตเลือกตั้งไม่ถูกต้อง” และ “หมายเลขผู้สมัครสลับกัน” นั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สังเกตการณ์เลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย 17 ประเทศ ในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัดว่า ผู้แทนองค์กรทั้ง 17 ประเทศ ต่างพอใจกับการจัดการเลือกตั้งและลงประชามติของประเทศไทย ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อม การจัดหน่วยเลือกตั้ง-ประชามติ และการอำนวยความสะดวกประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิในวันนี้ ยังไม่มีผู้แทนประเทศหรือองค์กรใดมีข้อเสนอแนะให้สำนักงาน กกต.แก้ไขปรับปรุง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก

จากนั้นเวลา 18.00 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะ กกต.  เลขาธิการและรองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมหลังปิดหีบบัตรเลือกตั้ง

โดยนายณรงค์กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในการจัดการเลือกตั้งและการทำประชามติพร้อมกัน  โดยมีหน่วยเลือกตั้ง 99,483 หน่วย คณะกรรมการประจำหน่วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร และผู้ปฏิบัติงานในการเลือกตั้งทุกระดับ 1.5 ล้านคน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กกต.ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน รวมถึงผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ ยกระดับการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติให้เป็นระดับสากล พร้อมขอขอบคุณผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติทุกคน เพราะทุกคะแนนของทุกคนเป็นเสียงสะท้อนอำนาจประชาธิปไตยของประชาชน และเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย กกต.ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นธรรม

ส่วนจะมีการถอดบทเรียนความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่นั้น นายณรงค์กล่าวว่า ปัญหาวันที่ 1 ก.พ. พยายามชี้แจงหลายๆ ปัญหา และคิดว่าตอบสังคมได้ เราพร้อมน้อมรับคำวิจารณ์และนำมาปรับปรุงในส่วนที่บกพร่อง

พลาดแค่ 0.01%

"เราเน้นย้ำมาตลอดว่า การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ใช้ กปน.ซึ่งเป็นชาวบ้าน เป็นผู้อาสาเข้ามา 1.5 ล้านคน เราจึงพยายามเน้นย้ำ แต่คนจำนวนมาก มีโอกาสที่ผิดพลาด แต่ในส่วนที่ผิดพลาด อยากให้ขอคำนวณรู้ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ถึง 0.01% ด้วยซ้ำ และข้อผิดพลาดดังกล่าวไม่ทำให้ผลการเลือกตั้งเสียไป เราก็พยายามที่จะจัดการเลือกตั้งให้ออกมาดีที่สุด  วันนี้ด้วยข้อกังวลต่างๆ ที่ได้รับมา เราพยายามมาปรับ บางเรื่องต้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ" ประธาน กกต.ระบุ

ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวถึงการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้ว่า มีจำนวนพอสมควร  อยู่ระหว่างสอบสวน 111 คำร้อง โดยคำร้องอันดับ 1 จะเป็นเรื่องของการหลอกลวงขู่เข็ญ, อันดับ 2 สัญญาว่าจะให้ และอันดับ 3 สัญญาว่าจะให้แต่ให้ในฐานะส่วนรวม

นายแสวงกล่าวถึงกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดและยิงปะทะทหารชุด รปภ.ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ว่าจากรายงานฝ่ายความมั่นคง ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และไม่ได้กระทบกับการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นในเวลา 16.40 น. ไม่ส่งผลต่อการนับคะแนนและการรายงานผลหลังจากนี้

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) โดยขอบคุณตำรวจทุกนายที่ทำให้การรักษาความปลอดภัยและการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง  อาทิ การซื้อเสียงขายเสียง ซึ่งล่าสุดพบมี 7 คดี,  การทำลายบัตร, จำหน่าย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุรา เป็นต้น ซึ่งมีการแจ้งความในบางพื้นที่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยร่วมกับ กกต.จังหวัดและ กกต.กทม.

ที่ จ.สมุทรสาคร นายนิติพัฒน์ ชูกล้ากสิกรณ์  หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วของ กกต.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ชาวบ้านในชุมชนแถวสวนหลวง ถนนพุทธสาคร ร้องเรียนสื่อว่าพบชายต้องสงสัยเป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองคอยแจกเงินให้กับขาวบ้านเพื่อไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้า-วิ่งออกตามบ้านหลายๆ บ้านในชุมชน โดยถือแบงก์พันเป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้ง นายนิติพัฒน์ได้นำกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วรุดไปยังเป้าหมายที่ได้รับแจ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 พบชายต้องสงสัย อายุ 50 ปี จึงขอตรวจค้นที่ตัวและใต้เบาะรถจักรยานยนต์ พบธนบัตรแบงก์ร้อยและแบงก์พันเป็นจำนวนมาก  พร้อมเอกสารบางส่วน แต่ชายดังกล่าวอ้างว่ามีอาชีพขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งเข้าตามบ้านเพื่อเก็บเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจะเร่งตรวจสอบว่าเกี่ยวกับการซื้อเสียงเลือกตั้งหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีน้ำเงินแลนด์สไลด์ ภูมิใจไทยคว้า198ที่นั่ง/กล้าธรรมม้ามืด/ปชน.-พท.วืดเป้า

"พรรคสีน้ำเงิน" ชนะถล่มทลาย  กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่าง ปชน.ที่ได้แค่ 70  พท.ได้ 67 ขณะที่ กธ. 59 ส่วน ปชป. 11 พรรคส้มกวาด กทม. 33 เขต

'ชัยธวัช' ถามหาความรับผิดชอบ 'กกต.' จัดการเลือกตั้งผิดพลาดอื้อ

“ชัยธวัช” ซัด 'กกต.' ผิดพลาดตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ แต่ไม่เคยต้องรับผิดชอบอะไร เล็งจ่อฟ้องระนาวหากหลักฐานชัดเจน

'กกต.' ขอบคุณ ปชช. ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ น้อมรับข้อผิดพลาด บอกหลายเรื่องรอตรวจสอบ

‘ปธ.กกต.’ ขอบคุณปชช.ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ น้อมรับข้อผิดพลาด แต่คำนวณแล้วแค่0.01% ไม่กระทบผลการเลือกตั้ง ชี้ พร้อมตอบทุกคำถามแต่หลายเรื่องอยู่ ระหว่างตรวจสอบ