ครม.คลัสเตอร์เดียว ‘อนุทิน’ลั่นไม่แบ่งพรรค อุบจับขั้ว-รอตัวเลขนิ่ง

“อนุทิน” ลั่นยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ หลังคะแนน "ภูมิใจไทย" ถล่มทลาย ยันแก้รัฐธรรมนูญทำทันทีตามประชามติ เผยรัฐบาลใหม่เป็นคลัสเตอร์เดียวไม่แบ่งพรรค อุบจับขั้วรอตัวเลขนิ่ง กั๊กทำ MOA พรรคร่วม "หัวหน้าส้ม" ไม่ส่องกระจก โยนบาปเกี๊ยะเซียะพื้นที่เป็นปัจจัยทำพ่ายแพ้ “กล้าธรรม” โวผลลุยพื้นที่จริงจังจึงทำได้ตามเป้า หวังนั่ง กษ.ต่อเนื่อง “เพื่อไทย” ยังไม่หายมึน รับยังไม่ได้ถูกทาบทาม “ปชป.” ยันไม่ร่วม กธ. “มาร์ค พิตบูล” ขอโทษเลือกรังษีได้เส้นด้าย

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.พ. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดยช่วงหนึ่งมีการถามว่า คะแนนครั้งนี้ถือว่าถล่มทลายเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ และเมื่อถามต่อว่า คิดว่าเลือกตั้งครั้งนี้ที่ถล่มทลายเกือบ 200 ที่นั่ง เป็นเพราะอะไร นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเพราะสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำให้เห็น เหมือนพลิกความเชื่อของประชาชนส่วนใหญ่ที่ว่า พรรคนี้ยังไงก็ต้องเป็นรัฐบาล เขาถีบ เขาจะไล่ไสส่งยังไง ไม่มีทางหรอก โยนอะไรให้มันก็กินหมด พรรคนี้ไม่มีอุดมการณ์ ไม่มีจุดยืน ไม่มีหลัก ไม่มีความสามารถ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นหลายอย่างแล้ว

เมื่อถามว่า ที่เขาบอกว่าพรรค ภท.ไม่เคยตั้งใจจะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้อย่าแตะหมวด 1 หมวด 2 อย่าแตะ 112 ถ้าแตะไม่ต้องคุยกัน ที่เหลือใช้กระบวนการรัฐสภา ประชามติที่เห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็จะดำเนินการตามมติของประชาชน

ถามย้ำว่า จะดำเนินการด่วนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่มติของประชาชนไม่ด่วนได้หรือ เสียงของประชาชนไม่ฟังไม่ทำตามได้หรือ ต้องเร่งรัด ยืนยันจะไม่มีการชะลอหรือหยุดเอาไว้ เพราะเป็นมติของประชาชน ชะลอก็ไม่ได้ มีความชัดเจน นี่คือเสียงของประชาชน ตนก็ต้องทำให้ดู  คำว่าสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนยังใช้ได้อยู่

ถามว่า มีการวิเคราะห์กระแสรักชาติแรงมาก นายอนุทินกล่าวว่า นี่ไงสิ่งที่เรียกว่าหักปากกาเซียนก็ตรงนี้ ที่วิเคราะห์กันว่าพรรคโหนกระแส เราไม่ได้โหน แต่พรรค ภท.เราอยู่ตรงแนวชายแดนที่พวกนักวิเคราะห์ทั้งหลายไม่เคยไป พวกตนอยู่ตรงนั้นรู้ดีว่าเขาต้องการอะไร เขาขออย่าเปิดด่าน อย่ายอมเขมร มันมีแต่คำอย่างนี้ นักวิเคราะห์ด้อยค่าพรรค ภท. บางคนพูดว่าโหนกระแส พูดแรงมากว่าตลาดวายไปแล้ว นี่คือความโง่ความเซ่อของ ภท.ยังยึดอยู่กับความเชื่อเดิมๆ

“พวกเขาประเมินด้วยอคติ ประเมินผิด พวกเขาอาจเข้าข้างฝ่ายใดไปแล้ว นี่คือคนที่ไม่มีความเป็นกลาง พอตัดสินใจทำอะไรน่ากลัวมาก เพราะถ้าคนเหล่านี้ไปบริหารบ้านเมือง หรือมีส่วนตัดสินใจให้กับประเทศจะมีความเสี่ยงมหาศาล ถ้าอยากเป็นผู้เล่นมาเล่นเลย อย่าทำเป็นกึ่งนักวิชาการ แต่มาชี้นำและด้อยค่าดูถูก อย่างน้อยผมนั่งตรงนี้ไม่เคยดูถูกดูแคลนใคร ใครว่าใครด่าผมจดและกลับไปแก้ไข เราต้องอยู่ด้วยบรรยากาศที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

นายอนุทินกล่าวอีกว่า เที่ยวนี้ถ้าตั้งรัฐบาลได้ การทำงานไม่ใช่ตรงนี้นายกฯ จะไม่เซ็นเพราะคนทำงานอยู่คนละพรรค ถ้าคลัสเตอร์เรื่องน้ำต้องทำงานทีมเดียวกันจนถึงนายกฯ คลัสเตอร์เรื่องมั่นคงก็ต้องทีมเดียวกันจนถึงนายกฯ

เมื่อถามว่า เรียกว่าแนวปฏิรูปหรือไม่ คือบริหารเป็นคลัสเตอร์ของงานไม่ต้องสนใจว่าพรรคไหน นายอนุทิน กล่าวว่า มันถึงเวลาแล้ว และสิ่งที่ประชาชนจะมีจะได้หลังจากที่ตัดสินใจให้มาบริหารประเทศแล้ว คือนายกฯ ของท่านจะไม่มีคำว่ากลัวใครจะได้คะแนนเสียง เพราะสุดท้ายนายกฯ เป็นคนเซ็นเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรงไหนเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ไม่มีพรรคไม่มีจังหวัด มีแต่คนไทยมีแต่ประเทศไทย

รอตัวเลขนิ่งก่อน

เมื่อถามถึงพรรคร่วมรัฐบาล ภูมิใจไทย เพื่อไทย(พท.) กล้าธรรม(กธ.)  3 พรรค นายอนุทินกล่าวว่า เราควรต้องมีรัฐบาลที่เข้มแข็งทำงานได้ และต้องรอการนิ่งของตัวเลขทั้งหมดก่อน

               นายอนุทินตอบคำถามที่ว่า ความสำเร็จภายหลังชนะการเลือกตั้งเกิดจากกระแสชาตินิยม การทำงานเรื่องชายแดนหรือไม่ว่า การชนะการเลือกตั้งมาจากประชาชนที่ให้ความมั่นใจในแนวทางการทำงานของพรรค ภท. ส่วนกระแสชาตินิยมจะเป็นจุดหลัก หรือจุดขายหรือไม่ขอกลับไปประเมินก่อน

ถามถึงการจัดตั้งรัฐบาลจะเห็นได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. วันนี้ประเทศไทยยังคงมีรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบไม่มีขาดช่วง

ในเวลา 12.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 12.09 น.ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ เสร็จแล้ว นายอนุทินเผยว่า ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ เป็นสิริมงคลทุกวัน

เมื่อถามว่า มาไหว้รอบนี้เพราะสิ่งที่ขอพรประสบความสำเร็จใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มากราบขอบพระคุณสิ่งที่ขอไว้ท่านได้ให้มากกว่าสิ่งที่ขอ

ถามว่า แสดงว่าประเทศมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราก็เชื่อไว้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องคอยเตือนสติเราให้ทำแต่สิ่งที่ดี

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เห็นโพสต์ภาพไปหาพ่อแม่ ท่านได้ให้พรอะไร นายอนุทินกล่าวว่า ไปกราบท่านทุกอาทิตย์อยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า ชนะเลือกตั้งแล้วพ่อแม่ได้พูดอะไรบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คนเป็นพ่อแม่เราก็ต้องไปกราบขอพร ขอบคุณที่ท่านให้เราเกิดมา ให้เรามีการศึกษา มีการสั่งสอนเราให้มีจิตสำนึกในการรับใช้บ้านเมือง

จากนั้นนายกฯ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปไหว้นรสิงห์จำลอง ที่ล่าสุดมีการนำต้นไผ่มงคลมาประดับเสริมไว้ที่บริเวณดังกล่าวด้วย

นายอนุทินยังตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงความภาคภูมิใจในการจะมาเป็นนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งว่า ภาคภูมิใจที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนให้ความไว้ใจ และให้ความมั่นใจในตัวของตนและพรรคภูมิใจไทย นี่คือสิ่งที่ภาคภูมิใจมาก

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจับขั้วรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนี้มีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองโทรศัพท์มาแสดงความยินดีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีครับ

เมื่อถามว่า จะดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ เพราะเพื่อไทยบอกว่าไปได้หมดทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ทุกอย่าง อยู่ในความคิด และอยู่ในกระบวนการ อย่างไรก็ตามต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคด้วย ซึ่งยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะต้องมี  MOA หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามว่า ดูเหมือน ภท.กับ พท.จะเล่นกันแรง อย่างช่วงหลังที่คดีต่างๆ มีความคืบหน้า บอกว่าเหมือนเป็นการเผาสะพานมิตรภาพระหว่างสองพรรค สะพานจะกลับมาเชื่อมกันได้อีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สะพานมิตรภาพไทย-ลาวมีตั้ง 5 แห่ง เดี๋ยวก็มีแห่งที่ 6 แล้ว เมื่อถามว่า สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำหลังจากที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์ คิดว่าจะทำอะไร นายอนุทินหัวเราะก่อนกล่าวว่า ขอให้ได้เป็นเรียบร้อยก่อน จากนั้นนายอนุทินเดินขึ้นบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อไปยังห้องทำงานพร้อมกับทำสัญลักษณ์พลัสโชว์สื่อมวลชน

ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวถึงผลการเลือกตั้งว่า อาจมีประชาชนบางส่วนที่รู้สึกผิดหวัง เพราะผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่การทำงานการเมือง ตราบใดที่เรายังคงเชื่อมั่นในพลังเสียงของประชาชน เชื่อมั่นว่าประเทศมีทางออก พรรค ปชน.และตนก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนผลักดันวาระในประเด็นอื่นต่อไป ไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกท้อรู้สึกถอย อยากให้ทุกคนมีความหวังและมีส่วนร่วมกับการเมืองเต็มที่

ส้มโทษเกี๊ยะเซียะ

ถามว่า มีรายงานว่าพรรค ภท.ทาบทามพรรค ปชน.ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์กล่าวว่า น่าจะเป็นข่าวลือ หรือไม่ได้เป็นบุคคลที่อาจเป็นตัวแทนของพรรค ปชน.อย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่ได้รับการทาบทามหรือรับการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจุดยืนยังเป็นเหมือนเดิม ตอนนี้ให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ตราบใดที่พรรค ภท.ยังเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรค ปชน.เข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้

เมื่อถามถึงสาเหตุการแพ้เลือกตั้งเป็นเพราะอะไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ผลแพ้ชนะเลือกตั้งบางทีอยู่ที่บริบทของการต่อสู้ ต้องดูด้วยว่าคู่แข่งของเราแข่งกันเองหรือไม่ หรือหลบให้กันหรือไม่ แต่ขอย้ำอีกหนึ่งครั้งว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมา เราเคารพเป็นเสียงของประชาชน และพรรคพร้อมจะวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน

 “ครั้งนี้ในภาพรวมได้ถอดบทเรียน และเชื่อว่าการจะเอาชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า การทำงานเชิงเครือข่าย เชิงพื้นที่ที่ไม่ได้ยึดโยงระดับการเมืองอุปถัมภ์ในอดีต แต่เน้นการเข้าหาประชาชน ยืนยันว่าเราให้ความสำคัญและจะเดินหน้าต่อ”

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรค ปชน.แพ้ เพราะโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การแพ้ชนะเลือกตั้งมีหลากหลายเหตุผล หลากหลายพื้นที่ บางพื้นที่อาจจะไม่ได้เป็นพื้นที่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมแบ่งพื้นที่กันเอง อาจเป็นเรื่องเครือข่ายพื้นที่อื่นก็มี เพราะฉะนั้นอยากจะบอกว่าน้อมรับทุกเหตุผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่คงจะไม่ได้บอกว่าเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราแพ้ชนะ พรรคประชาชนพร้อมที่จะถอดบทเรียนทุกอย่าง และทำให้เราปรับปรุงในการชนะเลือกตั้งครั้งหน้าได้ดีมากขึ้นกว่านี้

เมื่อถามว่า นายอนุทินขอบคุณพรรค ปชน.ที่ทำให้ชนะการเลือกตั้งและมาไกลได้ขนาดนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “จริงๆ ไม่ต้องขอบคุณแต่อย่างใด เพราะคุณอนุทินก็ไม่ได้ทำตามคำสัญญาที่ตกลงกันตาม MOA ไม่ได้ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ผ่านตามที่ได้พูดคุยกัน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องขอบคุณแต่อย่างใด หวังว่าจะทำตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกอย่าง"

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค เคยประกาศลาออกหากพรรคประชาชนได้ สส.ไม่ถึง 200 เก้าอี้ว่า เชื่อว่านายศรายุทธิ์พร้อมจะทำตามสิ่งที่รับปากไว้ แต่ช่วงนี้เวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของพรรคที่ต้องบริหารจัดการหลังเลือกตั้ง จึงขอให้เราผ่านช่วงเวลานี้ไปก่อน ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นตำแหน่งสำคัญ ที่ทำให้เปลี่ยนผ่านไปอย่างราบรื่น มั่นใจว่านายศรายุทธิ์จะทำตามที่ได้กล่าวไว้

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที ประชาชน แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง"

ส่วนบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีแกนนำทยอยเดินทางเข้าที่ทำการพรรค ซึ่งคาดว่าเป็นการประเมินสถานการณ์การเมืองหลังจบการเลือกตั้ง โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ระบุว่า เป็นการมาพูดคุยหารือกันเฉยๆ

เมื่อถามว่า มีการติดต่อให้ร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่มีการคุย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า หากได้รับข้อมูลชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่ได้คุยอะไรกัน

พท.ยังไม่เคาะร่วม รบ.

เมื่อถามว่า รอดูสัญญาณอะไรหรือไม่หลังนายอนุทินไม่ปิดทาง นายชูศักดิ์กล่าวว่า เราได้วิเคราะห์การเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไร และมีความเห็นว่าก็ต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ ซึ่งได้วิเคราะห์สาเหตุว่าเกิดจากอะไรบ้าง และวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย แต่ไม่ได้ตัดสินใจอะไร ต้องฟังเหตุฟังผลกันก่อน

เมื่อถามย้ำว่า คิดหรือยังว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน นายชูศักดิ์กล่าวว่า เรามีความเห็นหลากหลาย ถ้าเข้าไปร่วมแล้วมีผลดีหรือผลเสียเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนจะต้องรอฟังเสียงกองเชียร์หรือไม่นั้น ก็ต้องฟังหลายฝ่ายเพราะเป็นเรื่องใหญ่

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า "ยังเชื่อเสมอว่า การทำงานให้พี่น้องประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทบาทเดียว ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสถานะใด ความรับผิดชอบของเราต้องความไว้วางใจคือการทำงานไปตลอดชีวิต ไม่ว่าผลลัพธ์ทางการเมืองจะออกมาอย่างไร ยืนยันว่าการทำงานเพื่อประชาชนจะไม่หยุดลง เพียงเพราะบทบาทเปลี่ยนไป"

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. กล่าวถึงผลการเลือกตั้งว่า ภาพรวมพึงพอใจ  จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ที่นั่ง แต่ได้ 58 ที่นั่ง ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ความสำเร็จในครั้งนี้ถือว่าเป็นตามยุทธศาสตร์ที่พรรคได้หาเสียง โดยเน้นลงพื้นที่จริง เข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน

ส่วนเรื่องการทาบทามจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย เพราะเมื่อคืนหลังเสร็จสิ้นจากภารกิจที่พรรคก็ปิดโทรศัพท์พักผ่อน และยังไม่ได้รับสายใคร เรื่องนี้ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย

 ถามถึงความพร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า รัฐบาลที่แล้วก็อยู่ด้วยกันมา หากครั้งนี้ได้เป็นรัฐบาล และได้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ก็จะง่ายต่อการสานต่อนโยบายเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต้องพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม ปัจจุบันยังเร็วเกินไปและทุกฝ่ายยังตั้งอยู่ในฐานที่มั่นของตนเอง

ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า ผิดความคาดหวังไปไม่มาก แค่ 3-4 เขตเท่านั้นที่ไม่ชนะ เช่น ตรัง  เขต 1 และเขต 2 สมุทรสาคร และสงขลา ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับ และจากนี้ไปต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กทม.หลายคนบอกว่า หลังการเลือกตั้งนี้คือจุดเริ่มต้น

ปชป.ยันไม่ร่วม กธ.

“วันที่ 11 ก.พ.จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมาหารือ และพิจารณาทบทวนว่ามีช่องโหว่จุดไหน นอกจากนั้นแล้วในวันที่ 12 ก.พ.จะนัดอดีตผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคหารือร่วมกันในทิศทางการทำงาน ว่าผู้ใดจะอยู่ทำงานร่วมกับพรรคต่อไป อยากทำงานแบบไหน”นายชัยวุฒิระบุ

เมื่อถามถึงจุดยืนของ ปชป.ยังเหมือนเดิมหรือไม่ ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม นายชัยวุฒิยืนยันว่า เหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพรรค กธ.เท่านั้น ยังมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มี กธ., ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง ซึ่งพรรค ปชป.ไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านมีความพร้อมทำหน้าที่

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป.ที่รับผิดชอบการทำยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรค ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ผลคะแนนที่ภาคใต้ยืนยันว่า การเมืองสุจริตเป็นจริงได้ นี่คือจุดเริ่มต้น"

ที่ รร.ปริ้นซ์ตัน นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) คณะกรรมการบริหาร และผู้สมัครของพรรค แถลงการณ์ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคกว่า 1 ล้านเสียง โดยการแถลงข่าวครั้งนี้ไม่มี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคร่วมแถลง โดยในคอมเมนต์ของผู้รับชม live ทางเพจของพรรค ถามหาและให้กำลังใจ พล.อ.รังษี พร้อมระบุว่าเลือกพรรคเศรษฐกิจเพราะ พล.อ.รังษี

นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิตบูล หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์พรรค ศก. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้พรรคเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าคนลงคะแนนให้เราเป็นล้านก็เพราะ พล.อ.รังษีล้วนๆ และที่หลายคนไม่กล้าลงคะแนนให้เราก็เพราะการตัดสินใจของ พล.อ.รังษีด้วย ท้ายที่สุดต้องกราบขออภัยต่อผู้ลงคะแนนให้พรรคเศรษฐกิจทุกท่านที่เลือกรังษีได้เส้นด้ายจริงๆ."

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' แบะท่าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกไม่มีข้อจำกัด เป็นไปได้ทุกอย่าง

"จุลพันธ์" เผยยังไม่ถูก "ภูมิใจไทย" ทาบตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย รับเสียใจเล็กน้อยแต่ตั้งหลักได้ เตรียมถอดบทเรียน ลั่นสูญพันธุ์อย่างไร เกือบ 80 ก็พรรคใหญ่

ผ่ายุทธศาสตร์รวมบ้านใหญ่ ปัจจัยส่ง ‘ภูมิใจไทย’ เข้าวิน การเมืองพื้นที่ voter เปลี่ยนพฤติกรรม

นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ความสำเร็จ “พรรคภูมิใจไทย” คว้าชัยเลือกตั้งปี 69 พบยุทธศาสตร์ “รวมบ้านใหญ่-บ้านใหม่” อย่างมีประสิทธิภาพ คุมคะแนนเสียงไม่แตกแถว พบ voter ให้ความสำคัญกับการโหวตเชิงความมั่นคง– เครือข่ายอุปถัมภ์ท้องถิ่น รวมถึงความเข้มข้นของกระแสเชิงอารมณ์ลดลง เปลี่ยนเป็นให้น้ำหนักกับการบริหารปัญหาเฉพาะหน้า - เครือข่ายทางการเมืองที่ทำงานได้จริง

แกนนำเพื่อไทย ทยอยเข้าพรรคประเมินสถานการณ์ ไม่ตอบร่วมรัฐบาล

บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยภายหลังจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งหลายเขตของพรรคเพื่อไทยพลาดไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่านและแพร่