"เอกนิติ" การันตี "คนละครึ่งพลัส" มาแน่ แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน เดินหน้าออกแบบรายละเอียดโครงการ หวังให้มีความต่อเนื่อง ลุยเข็นต่อ "Thailand FastPass" ดันเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาท พร้อมลุ้นงบปี 70 ดีเลย์ไม่เกิน 2-3 เดือน "ประธาน ส.อ.ท." หวังรัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจต่อ เร่งปราบคอร์รัปชัน หนุนรวมเสียงเกิน 300 จัดตั้งรัฐบาล สร้างเสถียรภาพการเมือง
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ให้สัมภาษณ์
ถึงนโยบายเศรษฐกิจภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ยืนยันรัฐบาลใหม่จะมีการเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างแน่นอน แต่ต้องรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อยก่อน โดยระหว่างนี้ยังมีเวลาในการออกแบบรายละเอียดของโครงการ ซึ่งจะเน้นความต่อเนื่องในการเพิ่มทักษะให้ทั้งร้านค้าและประชาชนผ่านการใช้เทคโนโลยีเอไอ
"ช่วงนี้ก็มีเวลาในการออกแบบโครงการ ในการเตรียมความพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์หรือวงเงินใช้จ่าย เรามีต้นแบบ มีวิธีคิดวิธีทำแล้ว พอมีรัฐบาลเรียบร้อยเราก็จะสามารถขับเคลื่อนโครงการได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนกับรอบที่ผ่านมาที่มีเวลาขับเคลื่อนไม่ถึง 1 เดือน และครั้งนี้ก็หวังว่าโครงการจะช่วยกระตุ้นสั้น แต่ได้ผลยาว และกระจายตัวเช่นเดิม” นายเอกนิติระบุ
สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินโครงการนั้น เบื้องต้นต้องรอความชัดเจนก่อนว่าจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วแค่ไหน และโครงการจะออกได้เมื่อไหร่ หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วก็คาดว่าจะสามารถใช้งบกลางปี 2569 ดำเนินการได้ แต่ถ้าช้าก็อาจจะต้องขยับไปใช้งบกลางปี 2570 หรืออาจจะต้องทำเป็น 2 รอบ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองด้วย
นอกจากนี้ จะเร่งเดินหน้าผลักดันการลงทุนผ่านการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีวงเงินกว่า 4.8 แสนล้านบาท ผ่านโครงการ Thailand FastPass โดยโครงการนี้สามารถทำต่อได้ทันที โดยคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนให้เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวทยอยลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการโชว์ศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ไทยยังมีจุดแข็ง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ เป็นต้น
นายเอกนิติมองว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ไทยยกระดับเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มศักยภาพการลงทุน ที่จะเป็นหัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญในปีนี้ โดยรัฐบาลได้วางนโยบายในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา และหลังจากนี้จะเป็นการขยายผลต่อเนื่อง โดยจะเป็นการยกระดับการลงทุน ทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเชื่อว่าเหล่านี้จะเป็นการยกระดับประเทศไทยไม่ให้เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย และกลับมาเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ผ่านการลงทุน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่เน้นการกระจายตัวให้รายได้ของประเทศดีขึ้น กระจายไปสู่ประชาชน ทั้งในระดับมนุษย์เงินเดือน เอสเอ็มอี ชุมชน และภาคธุรกิจ ผ่านการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของนโยบาย
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลังกล่าวอีกว่า ในส่วนของงบประมาณปี 2570 นั้น ส่วนตัวประเมินว่าน่าจะเริ่มใช้ได้ช้าสุดไม่เกิน 2-3 เดือน หรือราวเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2569 จากปกติที่งบประมาณปี 2570 จะต้องเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 แต่ก็อยากให้เร็วกว่านั้น เพาะหากล่าช้าจนทำให้เกิดการหยุดชะงัก ก็กังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีได้ ดังนั้นหากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด มีงบประมาณใช้ดีที่สุด ก็จะเป็นประโยชน์ในการสร้างความต่อเนื่องในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวยอมรับว่า ภาคธุรกิจเอกชนประเมินผลการเลือกตั้งล่าสุดว่าเป็นผลลัพธ์ที่ออกมา “หักปากกาเซียน” เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะจำนวน สส.ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีตัวเลข เกือบแตะ 200 เสียง สูงกว่าที่เคยประเมินกันไว้ก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ ที่น่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 150-160 เสียง
นายเกรียงไกรกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างภาพใหม่ของการเมืองไทย แม้จะยังไม่ได้มีทีมเศรษฐกิจครบทุกกระทรวง แต่เพียงแค่การเปิดตัวบุคลากรหลักก็สามารถสร้างความตื่นตัวและความหวังให้ประชาชนและนักลงทุนได้แล้ว และฝากข้อเสนอถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าการได้รับเสียงสนับสนุนในระดับสูงเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะจะช่วยให้รัฐบาลผสมมีเสถียรภาพทางการเมือง หากสามารถรวมเสียงได้เกิน 300 เสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญอย่างมาก
อีกประเด็นหนึ่งที่ภาคธุรกิจเห็นว่าเป็นจุดแข็ง คือ ความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยได้เปิดเวทีให้ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าร่วมให้ความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการผลักดันโครงการลักษณะ Quick Win ที่เน้นผลลัพธ์ระยะสั้นและเห็นผลจริง
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังเสนอว่า หากมีโอกาสควรเสริมทีมในบางกระทรวงเศรษฐกิจให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยเพิ่มบุคลากรที่เป็นมืออาชีพและตรงกับงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีพลังมากขึ้น ไม่ใช่ได้มาเพียงครึ่งทีมหรือบางส่วนเท่านั้น
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลก ภาคธุรกิจยอมรับว่า ปี 2569 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก โดยหลายสำนักรวมถึง IMF คาดการณ์อัตราการเติบโตของไทยไว้เพียงราว 1.6% ทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุด
นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ภาคเอกชนย้ำว่า การปราบปรามคอร์รัปชันต้องถูกยกเป็นธงหลักควบคู่กันไป เนื่องจากคอร์รัปชันเปรียบเสมือน “รูรั่ว” ที่ดูดงบประมาณและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกไปจนไม่เกิดผลอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันเศรษฐกิจใต้ดินของไทยมีสัดส่วนสูงถึงราว 48-52% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
ปัญหาขั้นตอนการขออนุญาตที่ยุ่งยาก ต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกและไม่ได้มาตรฐาน ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างหนัก โดยขณะนี้มีอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแล้วกว่า 24 จาก 48 กลุ่ม และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 30 กลุ่ม หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง
“เพราะฉะนั้นถ้ารัฐจะใส่เงิน งบประมาณเข้าไป แต่ถ้าไม่ปราบคอร์รัปชัน เศรษฐกิจก็ไม่เกิด ซึ่งเศรษฐกิจใต้ดินมีมากถึง 48% การขอใบอนุญาตยุ่งยาก ซับซ้อน ต้นทุนแฝง สินค้าราคาถูกไม่มีคุณภาพทะลักเข้ามาทุกทิศทุกทาง ร้านค้าปิดกิจการกันหมด อีกไม่นาน SMEs จะยิ่งปิดตัวระนาว” นายเกรียงไกรกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ร้องเรียนทุจริต113เรื่อง ปชน.ลุยหาหลักฐานฟ้อง
"กกต." เผยร้องเรียนทุจริตโผล่แล้ว 113 เรื่อง ซื้อเสียงหนักสุด งึมงำเฉียบขาด-กัด
10ว่าที่สส.ส้มส่ออดไปต่อ
ไม่รอด! "ป.ป.ช." มีมติฟัน "44 อดีต สส.ก้าวไกล" ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ครม.คลัสเตอร์เดียว ‘อนุทิน’ลั่นไม่แบ่งพรรค อุบจับขั้ว-รอตัวเลขนิ่ง
“อนุทิน” ลั่นยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ หลังคะแนน "ภูมิใจไทย" ถล่มทลาย
‘เอกนิติ’คอนเฟิร์มเอง‘คนละครึ่ง พลัส’มาแน่!
‘เอกนิติ’ การันตี ‘คนละครึ่ง พลัส’ มาแน่!! แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน เดินหน้าออกแบบรายละเอียดโครงการ หวังให้มีความต่อเนื่อง ลุยเข็นต่อ ‘Thailand FastPass’ ดันเงินลงทุน 4.8 แสนล้านบาท พร้อมลุ้นงบปี 70 ดีเลย์ไม่เกิน 2-3 เดือน รับหากล่าช้าหวั่นกระทบเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้าย
กกต.โวผิดพลาดแค่0.01%
"กกต." สรุปภาพรวมเรียบร้อย ผิดพลาดไม่ถึง 0.01% ไร้กระทบเลือกตั้ง น้อมรับคำวิจารณ์นำไปปรับปรุงข้อบกพร่อง
ทั่วไทยแห่หย่อนบัตรสุดคึก
คึกคักทั่วประเทศ “เลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ” พ่อเมืองมหาชัยออกเสียงประชามตินอกเขต ขณะที่พิษณุโลก

