ผบ.ฉก.นย.ตราดตรวจแนวรบชายแดน ชำราก-ทมอดา-บ้านสามหลัง พบกัมพูชายั่วยุยิงก่อกวน-เพิ่มกำลัง อ้างสถานทูตจีนให้คุมทรัพย์สินสแกมเมอร์ ไทยประท้วงละเมิดแถลงการณ์ร่วมฯ ย้ำหากยกเลิก MOU 43 ต้องมีเครื่องมือใหม่ทดแทน ทร.พาตามรอย “ศาลาราชการุณย์” อนุสรณ์พระเมตตาต่อผู้อพยพกัมพูชา จากน้ำพระราชหฤทัย “พระพันปีหลวง”
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ในพื้นที่บ้านท่าเส้น-ทมอดา จ.ตราด และบ้านหนองรี หรือบ้านสามหลัง พร้อมสรุปสถานการณ์ปัจจุบันว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชาเป็นระยะ มีเสียงปืนดัง มีการบอกว่าเมาแล้วยิง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนว่าผิดข้อตกลงการหยุดยิงเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 โดยมีข่าวด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ จึงเกิดการสร้างสถานการณ์
“ผมได้ประสานไปฝั่งกัมพูชา เขาบอกว่าทาง ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชาจะย้ายพันเอกจัน บุนดี ผู้บังคับกองพันป้องกันชายแดนที่ 501 เพราะมีส่วนทำให้เกิดปัญหา เพราะพื้นที่ตรงนี้เราพูดคุยตกลงกันได้ เพราะกัมพูชาไม่ได้สนใจที่หมายตรงนี้ ซึ่งผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และเมื่อวานนี้มีข่าวว่าจะย้ายพันเอกจัน บุนดี แต่เจ้าตัวไม่อยากย้าย จึงพยายามสร้างสถานการณ์ ทางกัมพูชาบอกให้ผมใจเย็น แต่ผมก็บอกไปแล้วว่าถ้าเกิดลักษณะนี้อีกจะตอบโต้ และให้ผู้พันของเราเตรียมการตลอดแนวแล้ว ถ้ามีการยั่วยุแบบนี้ก็จะตอบโต้ให้รู้ว่าไม่ควรทำ แต่ผู้บังคับบัญชาให้ทำหนังสือประท้วงเป็นหลักฐานไปก่อน”
พร้อมยอมรับว่า MOU 43 คือเครื่องมือที่ใช้ในการเดินหน้าจัดทำเขตแดน ตนไม่ติดหากจะมีการยกเลิก แต่ต้องมีเครื่องมืออื่นมารองรับการทำงาน
ส่วนตึกกาสิโนทมอดาที่กัมพูชารุกลึกก่อนหน้านี้ อยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทยแล้ว ทางผู้บังคับบัญชายังไม่ได้มีคำสั่งให้ทำลายหรือทุบทิ้ง โดยให้คงสภาพไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ สำหรับปัญหาพื้นที่ภาพรวมทมอดา ปัจจุบันเป็นพื้นที่สแกมเมอร์ที่อยู่ในความดูแลของคนเชื้อสายจีน ซึ่งล่าสุดในพื้นที่ดังกล่าวมีการเพิ่มกำลัง โดยอ้างว่าสถานทูตจีนส่งมาส่งมาดูแลทรัพย์สินภายในตึก ซึ่งตนได้ประสานไปว่า ขอให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และพกปืนสั้นแทน ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายการยั่วยุและผิดข้อตกลงชัดเจน ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายไทย จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศต้องประสานกับทางการจีนว่ามีการแอบอ้างในลักษณะนี้
โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับคนไทย ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติในเอเชียใต้ ทราบว่าขณะนี้มีคนอยู่ข้างในประมาณ 3,000 คน ทั้งจีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ ปากีสถาน ที่เข้ามาทำงาน ส่วนคนคุมหลักคือคนเชื้อสายจีนที่เป็นนายทุน
น.อ.ธรรมนูญยังยอมรับว่า การเคลื่อนไหวเพิ่มเติมกำลังอยู่ในการจับตา เพราะสังเกตเห็นว่าทางกัมพูชาได้สร้างคูเลตที่แข็งแรงตลอดแนวคู่ขนานชายแดนฝั่งไทย เนื่องจากเกรงว่าหากมีปะทะรอบ 3 ไทยจะรุกคืบพื้นที่เข้าไปอีก ส่วนสถานการณ์จากนี้ก็รอกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC แต่ทหารไทยยังต้องควบคุมพื้นที่ทั้งหมด จนกว่าจะมีความชัดเจนตามข้อตกลง ใครอยู่พื้นที่ไหนอยู่พื้นที่นั้นหลังหยุดยิง
ส่วนกรณีบ้านสามหลังในพื้นที่บ้านหนองรี ที่ฝ่ายไทยทำลายไปแล้ว ล่าสุดฝ่ายกัมพูชามีการขุดคูเลตยาวประมาณ 15 กิโลเมตร ตลอดแนวบ้านชำราก ถึงบ้านท่าเส้น-ทมอดา ซึ่งฝ่ายไทยก็มีการเตรียมพร้อม โดยวางแนวกำลัง รั้วลวดหนาม ทั้งยังมีคันดิน เพื่อสถาปนาความมั่นคงระยะยาวประมาณ 13 กิโลเมตร เตรียมความพร้อม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ทหารกัมพูชาวางกำลังไว้ 900 เมตร
วันเดียวกัน กองทัพเรือได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ จ.ตราด พร้อมเยี่ยมชมศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 หลังจากหน่วยเฉพาะกิจนวิกโยธินตราด หรือ ฉก.นย.ตราด นำคณะสื่อมวลชนเข้าสำรวจพื้นที่กาสิโนทมอดา บ้านท่าเส้น และบ้านสามหลัง หนองรี ซึ่งทหารนาวิกโยธินวางกำลังรักษาพื้นที่ซึ่งยึดคืนจากกัมพูชามาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจัดสร้างขึ้นจากเหตุการณ์ช่วงปี พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตจากสงครามกลางเมืองและความรุนแรงในกัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมหาศาลต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด จนเป็นที่มาของวิกฤตสู่ความเมตตา เรื่องเล่าผู้ลี้ภัยกัมพูชาที่ไม่ถูกลืม
โดยศาลาราชการุณย์ สะท้อนถึงเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในอดีต เมื่อชาวกัมพูชาจำนวนมากอพยพหนีภัยสงครามข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านเขาล้าน จังหวัดตราด กลายเป็นจุดรองรับผู้ลี้ภัยสำคัญ โดยผู้อพยพส่วนใหญ่เผชิญกับความอดอยาก ขาดแคลนอาหาร และเจ็บป่วยอย่างหนัก หลายคนเป็นสตรีและเด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบาง ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดและเกินขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่นที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งได้ลงพื้นที่เห็นสถานการณ์จริง จึงมีพระราชดำรัสว่า “ฉันตัดสินใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี” จากนั้นจึงได้พระราชทานความช่วยเหลือและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “ศูนย์ราชการุณย์” ขึ้น ณ บ้านเขาล้าน โดยความร่วมมือกับสภากาชาดไทยและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งการรักษาพยาบาล การจัดหาอาหาร และที่พักพิง
นอกจากการช่วยเหลือด้านพื้นฐานแล้ว ยังมีการจัดการศึกษาและฝึกอาชีพให้แก่ผู้อพยพ เช่น การสอนภาษา การปลูกพืช และการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสถานการณ์ในกัมพูชาเริ่มคลี่คลาย และผู้ลี้ภัยทยอยเดินทางกลับประเทศหรือไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม
ปัจจุบัน ศาลาราชการุณย์และพื้นที่ศูนย์ราชการุณย์ เขาล้าน จังหวัดตราด ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแห่งพระเมตตาและมนุษยธรรมที่ยิ่งใหญ่ในอดีต อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์สถานที่ย้ำเตือนถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามวิกฤตอย่างไม่เลือกเชื้อชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

