"กกต." เผยร้องเรียนทุจริตโผล่แล้ว 113 เรื่อง ซื้อเสียงหนักสุด งึมงำเฉียบขาด-กัดไม่ปล่อยทุกกรณี เค้าลาง "ฉีกบัตร-แอบหย่อนบัตร" ส่ออืดอ้างขอเวลาตรวจสอบ วุ่นอีก "บัตรเขย่ง" โผล่พิจิตร ด้าน "หัวหน้าส้ม" โวยหนักผิดปกติหลายพื้นที่ จ่อขอนับใหม่ลำปาง ลุยหาหลักฐานฟ้องยับ พร้อมเปิดแจ้งเบาะแสจาก ปชช. ขณะที่ศึกเลือกตั้งทำแม้วปิดตำนานเจ้ามูลเมือง "ชินวัตร" สูญพันธุ์เชียงใหม่ แถมเสียเก้าอี้ทั้ง "หมอชลน่าน-สรวงศ์-ฉลาด-วิสาร" ส่วนคนดัง-อินฟลูฯ ร่วงกราว ขณะที่ ปชป.ขวัญมา "นายหัวมาร์ค" ยึดเมืองตรังคืนสำเร็จ
เมื่อวันจันทร์ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับ กกต.และมีมติให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง การฉีกบัตรเสียหาย หรือเรื่องการจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค กกต.ได้กำชับว่าจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดทุกเรื่อง เรื่องระบบก็ต้องมาตรวจสอบเพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไข ดังนั้นทุกเรื่องจะถูกดำเนินการอย่างเฉียบขาด ต่อเนื่องและรวดเร็ว
“การร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งสามารถร้องได้ตลอด จนกระทั่งหลังประกาศผลแล้ว 30 วันจึงจะหมดโอกาสร้อง ทุกเรื่องกำลังสืบสวนอยู่ บางเรื่องก็โดนไปแล้ว บางเรื่องก็ตามอยู่ ไม่ต้องห่วงเราเก็บตลอด กัดไม่ปล่อย โดยมีคำร้องเพิ่มขึ้นอีก 2 เรื่อง รวมกับเมื่อวานเป็น 113 เรื่อง โดยเรื่องความผิดซื้อเสียงตามมาตรา 73 (1) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.มาเป็นอันดับ 1 และในจำนวนนี้ได้มีการรับเป็นสำนวนแล้ว 107 เรื่อง คละกันไปทุกพื้นที่” ร.ต.อ.ชนินทร์ระบุ
ด้าน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงระบบรายงานการเลือกตั้งล่มว่า ได้แก้ไขปัญหาระบบที่ติดขัดทางเทคนิค และได้มีการรายงานผลคะแนนเข้ามา ขณะนี้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทุกแห่งอยู่ระหว่างให้กรรมการประจำเขตรวบรวมผลคะแนนอย่างเป็นทางการส่งไปที่ศูนย์อนุอำเภอ ก่อนที่จะส่งไปที่เขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต เมื่อครบถ้วนแล้วก็จะต้องนำรายงานผลการนับคะแนนที่เป็นทางการ
ด้านว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงความคืบหน้ากรณีพบการฉีกบัตรที่ จ.น่าน ขณะนี้ กกต.กำลังรอรายละเอียดข้อเท็จจริงจากผู้อำนวยการเขต ว่าข้อเท็จจริงเกิดจากความผิดพลาดขั้นตอนใด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับของ จ.พะเยา ที่มีการจับกุมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่มีการฉีกบัตรเลือกตั้งและเตรียมบัตรไปหย่อนลงหีบโดยไม่มีอำนาจ
ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์นับคะแนนใหม่ ภายในหน่วยเลือกตั้งจุดหอประชุมมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ต้องย้ำว่าเมื่อมีการนับคะแนนใหม่ ผลการนับคะแนนไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป แต่ทั้งนี้กรณีดังกล่าวต้องรอรายงานข้อเท็จจริงจาก ผอ.กกต.จังหวัดปทุมธานี และคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากเดิมที่คะแนนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำแล้วเปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชน (ปชน.) นำ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนมาก ซึ่งข้อมูลตรงกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ณ สถานที่นับคะแนน
บัตรเขย่งโผล่
เมื่อถามว่า แต่กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนสังเกตการณ์การนับคะแนน และมีการนำถุงดำมาคลุมกล้องวงจรปิด ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ต้องแยกเป็นทีละประเด็น โดยประเด็นการนับคะแนน ไม่ว่าจะเป็นที่ใด ประชาชนสามารถสังเกตการณ์ได้ ส่วนประเด็นที่ไม่อนุญาตหรือปิดกล้องวงจรปิด เรื่องนี้ต้องรอทราบรายงานข้อเท็จจริง เพราะอะไรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะเสนอให้ กกต.พิจารณา
เมื่อถามว่า พื้นที่ จ.พิจิตร มีคนออกมาบอกว่ามีจำนวนบัตรเขย่งเกิดขึ้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เรากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่า กรณี กทม. เขตคันนายาว หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ซึ่งมีปัญหาเนื่องจากฝนตกหนักทำให้บัตรเสียหาย ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ตามกฎหมายหากบัตรชำรุดเสียหาย กกต.สามารถสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เมื่อถามว่า คลิปโซเชียลที่มีการแอบนับคะแนนกันเองโดยไม่เปิดเผย ไม่ชูกระดาษเลือกตั้งให้ประชาชนเห็น โดยประชาชนถ่ายคลิปและถามว่าทำแบบนี้ได้หรือ แต่มีการตอบกลับจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเรื่องทางเทคนิค ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะประกาศได้เมื่อไร ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ตามกฎหมาย กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไม่ช้ากว่า 60 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า พรรคกำลังติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ทั้งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการและเรื่องร้องเรียนจากผู้สมัคร จากการประสานงานกับผู้สมัครในแต่ละเขต ล่าสุดประเมินว่าพรรคจะได้ สส.เขตประมาณ 88 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อกว่า 30 ที่นั่ง แต่ยังต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง ขณะเดียวกันพรรคได้รับรายงานเหตุผิดปกติหลายกรณี ซึ่งเห็นว่าทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย และพรรคพร้อมทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มที่
“ตัวอย่างเช่น เขตเลือกตั้ง จ.ลำปาง พบจำนวนบัตรเสียสูงถึงกว่า 7,000 ใบ ทั้งที่ผลแพ้ชนะห่างกันเพียงประมาณ 2,000 คะแนน พรรคเตรียมยื่นขอให้มีการนับคะแนนใหม่ เช่นเดียวกับ จ.ขอนแก่น เขต 3 ที่ผลต่างกันเพียงราว 100 คะแนน แต่พบข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรเสียและบัตรผิดปกติจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีกรณีใน จ.ปทุมธานี ที่ กปน.มีการปิดห้องระหว่างการนับคะแนน ซึ่งแม้ผลอาจไม่ต่างมากจากการนับคะแนนในตอนต้น แต่เห็นว่ากระบวนการต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน” หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุ
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ได้แต่งตั้งนายธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษากฎหมายพรรค เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบทุกกรณี พร้อมเปิดรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนโดยตรง และสนับสนุนช่องทางร้องเรียนผ่านภาคประชาสังคม เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม
'แม้ว' สิ้นมนตร์คาบ้านเกิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระบบคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงาน กกต.ได้รายงานผลคะแนนข้อมูล ณ เวลา 08.53 น. ซึ่งนับเสร็จแล้วร้อยละ 94 ปรากฏว่าจำนวน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับ 1 ได้ 174 คน พรรคประชาชนได้ 87 คน พรรคเพื่อไทย 58 คน พรรคกล้าธรรม 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน พรรคไทรวมพลัง 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคโอกาสใหม่ 1 คน และพรรคไทยสร้างไทย 1 คน
ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งดังกล่าวพบว่า พรรคภูมิใจไทยชนะยกจังหวัดในหลายจังหวัด อาทิ พิจิตร 3 เขต, เพชรบูรณ์ 6 เขต, สิงห์บุรี 1 เขต, อ่างทอง 2 เขต, ปราจีนบุรี 3 เขต, เพชรบุรี 3 เขต, ชุมพร 3 เขต, ระนอง 1 เขต, จันทบุรี 3 เขต, ตราด 1 เขต, บุรีรัมย์ 10 เขต, สุรินทร์ 8 เขต, ยโสธร 3 เขต, อำนาจเจริญ 2 เขต, บึงกาฬ 3 เขต, พังงา 2 เขต, กระบี่ 3 เขต, สตูล 2 เขต, อุทัยธานี 2 เขต, พระนครศรีอยุธยา 5 เขต
ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) ชนะยกจังหวัดที่กรุงเทพมหานคร 33 เขต, นนทบุรี 8 เขต, ลำพูน 2 เขต และสมุทรสงคราม 1 เขต แต่ก็มีหลายเขตที่เสียพื้นที่ให้แก่พรรคกล้าธรรมและภูมิใจไทย เช่น ชลบุรี เขต 1, 3, 8 และสมุทรปราการ เขต 6 ให้แก่พรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต เขต 3 ให้พรรคกล้าธรรม
สำหรับผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ในส่วนของพรรคเพื่อไทยพบว่า มีแกนนำและอดีต สส.หลายสมัย รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีที่สอบตกในระบบเขต ที่น่าสนใจมีอาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.สาธารณสุข อดีต สส.น่าน 6 สมัย ซึ่งตั้งแต่เล่นการเมืองปี 2544 โดยอยู่กับพรรคไทยรักไทยมาตั้งแต่แรกก็ไม่เคยสอบตกเลย เพิ่งจะสอบตกครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยแพ้เลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ให้แก่นายประสิทธิ์ โนทะ จากพรรคกล้าธรรม ไปแบบขาดลอย อีกทั้งยังมาอันดับ 3 เพราะอันดับ 2 เป็นผู้สมัครจากพรรคประชาชน คือ น.ส.ปาริชาติ ยาน้อย
นอกจากนี้ นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยุคที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นอดีต รมว.การท่องเที่ยวฯ ก็สอบตกที่จังหวัดสระแก้ว เขต 3 โดยแพ้ให้แก่คู่ปรับเก่าอย่างนายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ จากพรรคกล้าธรรม นอกจากนี้ ก็ยังมีที่น่าสนใจ เช่น น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต รมช.มหาดไทย ยุครัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร อดีต สส.กทม.หลายสมัย ก็สอบตก สส.เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยแพ้ให้แก่พรรคประชาชน ทำให้พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ ไม่มี สส.กทม.แม้แต่คนเดียวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2544
น่าสนใจก็คือ พรรคเพื่อไทยยังสูญพันธุ์ ไม่มี สส.เขตแม้แต่คนเดียวที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง มาตั้งแต่สมัยนายทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทยปี 2544 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ สส.เขตเชียงใหม่แม้แต่คนเดียว ทั้งที่เป็นจังหวัดบ้านเกิดของตระกูลชินวัตร อีกทั้งสองแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย คือ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็มีพื้นเพเป็นคนเชียงใหม่ และนายจุลพันธ์ก็เคยเป็นอดีต สส.เชียงใหม่หลายสมัย แต่รอบนี้ย้ายไปลงปาร์ตี้ลิสต์ โดยปรากฏว่าที่เชียงใหม่พรรคประชาชนได้สส.เขตลดลงจากปี 2566 ที่ได้ 7 คน เหลือ 6 คน แต่พรรคที่เข้ามาแทนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนคือพรรคกล้าธรรม ที่ได้ สส.เขตเชียงใหม่ถึง 4 คน โดยพื้นที่ดังกล่าวรับผิดชอบโดยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรฯ ซึ่งก็ชนะการเลือกตั้ง สส.เขตเชียงใหม่เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยปี 2566 ลงในนามพรรคพลังประชารัฐ
คนดังร่วงระนาว
นอกจากนี้พบว่าที่จังหวัดเชียงราย บ้านใหญ่ตระกูลเตชะธีราวัฒน์ก็สอบตก ทั้งตัวนายวิสาร อดีต รมช.มหาดไทย อดีต สส.เชียงรายหลายสมัย รวมถึงนางวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงรายหลายสมัย ที่เป็นภรรยาของนายจุลพันธ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็สอบตกเช่นกัน
ส่วนคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ ที่ลงสมัครในครั้งนี้ก็พบว่าไม่มีใครได้รับเลือกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หมอชนบท ที่ลงเขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน น.ส.นารากร ติยายน สื่อมวลชน ที่ลงเขต 1 เชียงใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักร้องเรียน ที่ลงเขต 4 กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายภูผา นพวิชญ์ นักแสดงที่ลงเขต 12 กทม.พรรคเพื่อไทย นายไพศาล เรืองฤทธิ์ หรือทนายไพศาล ที่ลงเขต 1 ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ หรือ "วีร์ Badbitchbkk" นักร้องแรปเปอร์ ที่ลงเขต 23 กทม. พรรคประชาธิปัตย์ นายใหม่ สุขะเดชะ มือกลองวงไอน้ำ ที่ลงเขต 5 บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ "เอกสายไหมต้องรอด" ที่ลงเขต 11 กทม. พรรคภูมิใจไทย
นอกจากนี้ ที่ จ.ตรัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดภาคใต้ ที่พรรคภูมิใจไทยวางเป้าต้องการชนะยกจังหวัด เพราะได้บ้านใหญ่จังหวัดตรัง คือนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ หรือ "โกหนอ" พาลูกทีมและลูกสาวย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีปัญหาขัดแย้งกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และได้รับการชักชวนเข้าภูมิใจไทยจากนายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สองแกนนำพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งภูมิใจไทยยังได้นายทวี สุระบาล อดีต สส.ตรังหลายสมัย ที่ย้ายจากพลังประชารัฐมาอยู่ที่ภูมิใจไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่า น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ลูกสาวโกหนอ ที่เป็นอดีต สส.ตรัง 2 สมัย สอบตกโดยแพ้ให้แก่นายกฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ พรรคประชาธิปัตย์ ไปแบบขาดลอย และเขต 4 คนของพรรคภูมิใจไทยคือ อดีตสจ.ล้าน นายพิชัย เจริญศิริสุนทร อดีต สจ.กันตัง ที่เป็นหลานชายนายพิพัฒน์ รองนายกฯ ก็แพ้ให้แก่นายกาญจน์ ตั้งปอง อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์สมัยที่แล้ว ที่เคยอยู่กับทีมโกหนอ-นายสมชายมาก่อน เลยทำให้พรรคภูมิใจไทย พลาดเป้าไป 2 ที่นั่ง โดยชนะได้มา 2 คน คือ นายเอกพล ณ พัทลุง กับนายทวี สุระบาล
สำหรับพรรคกล้าธรรม ซึ่งได้ สส.เขตเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะในบางจังหวัดที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่นที่สุพรรณบุรี ที่เข้าไปเจาะได้ สส.เขตมา 1 ที่นั่ง ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถชนะยกจังหวัดที่สุพรรณบุรี หรือที่เชียงใหม่ที่ได้ สส.เขตมาถึง 4 คน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ก็มีอดีต สส.คนดังของพรรคกล้าธรรมที่สอบตกในการเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนเช่นกัน อาทิ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต สส.ราชบุรี 2 สมัย ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยแพ้ให้แก่นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีต สส.ราชบุรี และอดีต รมช.ศึกษาธิการ ที่เป็นคู่ปรับเก่าในสนามเลือกตั้งเขต 5 ราชบุรี
สำหรับนายชัยทิพย์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณีสมัยเป็น สส.ราชบุรี ตอนสภายุคปี 2562 ที่เข้ามาเป็น สส.ราชบุรี หลังชนะเลือกตั้งซ่อม พบว่ามีการลอบเล่นการพนัน (ไพ่) ภายในห้องทำงานรัฐสภา ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลว่าเป็นพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเตรียมส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯ ไต่สวนเร็วๆ นี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนละครึ่งมาแน่ สอท.จี้ปราบโกง หวังศก.ต่อเนื่อง
"เอกนิติ" การันตี "คนละครึ่งพลัส" มาแน่ แต่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยก่อน
10ว่าที่สส.ส้มส่ออดไปต่อ
ไม่รอด! "ป.ป.ช." มีมติฟัน "44 อดีต สส.ก้าวไกล" ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ครม.คลัสเตอร์เดียว ‘อนุทิน’ลั่นไม่แบ่งพรรค อุบจับขั้ว-รอตัวเลขนิ่ง
“อนุทิน” ลั่นยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ หลังคะแนน "ภูมิใจไทย" ถล่มทลาย
กกต.โวผิดพลาดแค่0.01%
"กกต." สรุปภาพรวมเรียบร้อย ผิดพลาดไม่ถึง 0.01% ไร้กระทบเลือกตั้ง น้อมรับคำวิจารณ์นำไปปรับปรุงข้อบกพร่อง
ทั่วไทยแห่หย่อนบัตรสุดคึก
คึกคักทั่วประเทศ “เลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ” พ่อเมืองมหาชัยออกเสียงประชามตินอกเขต ขณะที่พิษณุโลก
ผลประชามติ ปชช.เกิน50% หนุนแก้‘รธน.’
โพลเสียงแตก! นิด้าโพล-พระปกเกล้าให้ภูมิใจไทยชนะ ส่วนดุสิตโพลให้ “ประชาชน” กวาดชัย ด้านเพื่อไทยรั้งอันดับ 3

