บี้นับใหม่18เขต/กกต.ยื้อชลบุรี

“กกต.” ขอเวลา 2 วัน สอบปมร้องนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ส่ง "รองเลขาฯ ฝ่ายสืบสวน" ประสาน ผอ.กกต.จังหวัด “กลุ่ม นศ.” บุกชูป้ายกลางวงแถลงข่าวจี้นับใหม่ “สุชาติ” ซัดผู้นำจิตวิญญาณปลุกระดม ท้านับใหม่คะแนนเท่าเดิมกล้าลาออก สส.หรือไม่ แขวะเหมือนเด็กงอแงอยากกินลูกอม “ปชน.” เดินหน้าร้องนับคะแนนใหม่ 18 เขต  ลั่นไม่ใช่แพ้แล้วยอมไม่ได้แต่ต้องทำให้สุจริต “สว.พันธุ์ใหม่” จี้ กกต.เปิดชื่อผู้ไปใช้สิทธิทั่ว ปท. เหตุมีรายชื่อหายไป 5 ล้านคนจากครั้งก่อน “ธรรมนัส”  โพสต์ "ข้องใจนับใหม่ได้ พร้อมเสมอ”

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงชี้แจงข้อสงสัยการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติว่า กรณีขอให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่เขต 1 จ.ชลบุรี ประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือสงสัยเรื่องกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ในกระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนนและนับคะแนนจะจบที่หน่วย หมายความว่าทุกหน่วยเมื่อนับคะแนนแล้ว รวมคะแนนแล้ว  ต้องติดประกาศผลนับคะแนนบริเวณหน้าหน่วย  ทุกหน่วยจะมีแบบนี้ เสร็จแล้วรวบรวมผลคะแนนทุกหน่วยมาส่ง ณ ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมผลคะแนนทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้งนั้นๆ ซึ่งหลังจากรวมผลคะแนนเรียบร้อยจะมีขั้นตอนกระบวนการเรียกว่า ยุบรวมหีบบัตร  คือเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาหีบเหล่านี้ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ปลอดภัย เก็บไว้จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี นี่คือขั้นตอนที่อยากให้เข้าใจก่อน

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นระหว่างยุบรวมหีบบัตร การเตรียมตัวขนหีบบัตรจากการยุบรวมของเขต 1 ไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมกำลังยุบรวม คิดว่ามีประเด็นทำไมหีบบัตรยุบรวม ไม่ได้คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง นั่นคือเขาอยู่ระหว่างยุบรวมหีบบัตร บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด มีการซีนโดยเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้แน่นอน อาจมองว่ามีการออกข่าวว่า มีบัตรขีดคะแนน ใครก็ไม่รู้มาเผยแพร่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ขอทำความเข้าใจว่าในการยุบรวม อาจมีบางหน่วย ซึ่งเขาไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร กรณีนี้ กกต.ประจำเขตจะรวบรวมกรณีพลัดหลงแบบนี้บรรจุในหีบไปรักษาไว้ ณ ที่ปลอดภัย

“หลายท่านคาใจกระบวนการนี้มีการทุจริตอะไรหรือไม่ อย่างที่บอก มีกระบวนการในการรีเช็กกัน ทุกหน่วยเขาจะมีรายงานผลการนับคะแนน ซึ่งภาษาเลือกตั้งเรียกว่า สส.5/18 และ สส.5/18 (บช.) ส่วนนี้ติดไว้หน้าหน่วยแล้ว กระบวนการแก้ไขคะแนนเป็นไปไม่ได้ เพราะมีการติดไว้หน้าหน่วยแล้ว เปิดเผยต่อสาธารณชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาถึงตรงนี้แล้วมีการเปิดหีบแก้ไขคะแนน ไม่สามารถทำได้ เช่นเดียวกับมีเศษวัสดุอุปกรณ์มีการแก้ไขหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่นั้น กระบวนการยุบรวมหีบบัตรและเก็บวัสดุอุปกรณ์ของเขต 1 อาจมีเศษวัสดุอะไรก็ตาม เช่น เศษสายรัดบ้าง เพราะเขาต้องตัดสายรัดเปิดหีบเอาบัตรรวมกัน ทั้งนี้ที่ขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต. โดยจะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอน เอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่ามีที่มาที่ไปหรือไม่อย่างไร” ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าว

กกต.ขอ 2 วันสอบปมชลบุรี

รองเลขาฯ กกต.กล่าวว่า กรณีของชลบุรีทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที เพราะขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีความห่วงใย และอยากให้กระบวนการของเราเป็นไปโดยชอบเรื่องกฎหมาย เลยมอบหมายรองเลขาธิการ กกต.ไปตรวจสอบเลยว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ หรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ดังนั้นภายใน 2 วันจะมีความชัดเจนสำหรับชลบุรี

 “นอกจากนี้ให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวม จ.ชลบุรี เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า ภาพรวมการเลือกตั้งมีกระบวนการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ กระบวนใดมีการคัดค้านทักท้วงหรือไม่ เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไข ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โจทย์ของชลบุรีคือ ทุกอย่างไม่เกิน 2 วัน” รองเลขาฯ กกต.กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ในส่วน จ.มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขตใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ เพราะทุกอย่างติดประกาศที่หน่วยแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรณี จ.ปทุมธานี ท่านบอกว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่จริง ยืนยันชัดเจนว่าไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม   มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยบัตรของกรรมการ เรื่องของบัตรเสียแค่นั้น แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป

ถามว่า กรณี จ.ปทุมธานี เขต 7 นับคะแนนใหม่ได้ทันที แต่ชลบุรีเขต 1 มีข้อจำกัดต้องรอให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า การสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต.ชุดใหญ่ ไม่มีใครสามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่กรณีของปทุมธานี เป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสำนักงานได้รวบรวมข้อเท็จจริงและได้รายงานเสนอให้คณะกรรมการ กกต.พิจารณา

“ขอย้ำว่ากระบวนการนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ และอยากจะขอความกรุณาสื่อมวลชนพิจารณาการนำเสนอข่าวการนับคะแนนที่ปทุมธานีเขต 7 ที่รายงานว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกรอบได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่ใช่เรื่องจริง ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม” ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการแถลงข่าวของ กกต. ได้มีกลุ่มนิสิต นักศึกษา จำนวน 10 คน เดินเข้ามาฟังการแถลง ก่อนที่จะนำป้ายกระดาษ A4 เขียนข้อความว่า นับใหม่, อบรมกรรมการประจำหน่วยกันยังไง, ใช้ภาษีดูงานต่างประเทศมาทำแค่นี้หรือ, นับใหม่ทั้งประเทศ, จริงหรือผู้มาใช้สิทธิ์น้อยสุดในรอบ 20 ปี เป็นต้น ออกมาชู เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังไม่ทันชูป้ายออกมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ได้เชิญออกไปเพื่อความสงบเรียบร้อย ทำให้กลุ่มนิสิตนักศึกษาชูป้ายเรียกร้องอยู่ได้เพียงบริเวณด้านนอก

ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.)  กล่าวถึงการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขต 1 จ.ชลบุรีวันนี้ ดูจากเฟซบุ๊กแล้วเกิดจากแกนนำจิตวิญญาณของเขาในการที่มาปั่นป่วนทั้งหมด ซึ่งหากจะต้องนับใหม่ตนก็อยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ถ้านับใหม่คะแนนออกมาเท่าเดิม ซึ่งมั่นใจอยู่แล้วว่ามันต้องเท่าเดิม เขารับผิดชอบอะไรดีกว่า เขาจะลาออกจาก สส.หรือไม่ เขากล้าหรือไม่ คนที่ปลุกปั่นอยู่นะ ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอก คนที่ปลุกปั่นอยู่ ก็ดูในเฟซบุ๊กสิ เขากล้าหรือไม่ อย่าทำอะไรอยู่หลังฉาก

 “เรื่องนี้เป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่หน้าที่เรา หน้าที่เราคือเป็นผู้สมัคร ไปกาคะแนน หน้าที่ต่อไปคือ กกต. ที่ต้องควบคุมดูแล จัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าวันหนึ่งที่คุณเป็นเด็ก อยากกินอมยิ้มแล้วคุณไม่ได้กิน และมาร้องไห้งอแงเพราะอยากกินอมยิ้มให้ได้ แล้วอย่างนี้จะบริหารประเทศได้อย่างไร” นายสุชาติกล่าว 

ปชน.ร้องนับคะแนนใหม่ 18 เขต

ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค ปชน. และนายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวการตรวจสอบ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง 69 ทั้งการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลรายหน่วยทั่วประเทศ, การดำเนินการขอให้นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีข้อพิรุธ และการเปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียนของพรรค

นายกิตติชัยกล่าวว่า พรรค ปชน.ขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งการให้สํานักงาน กกต.ทุกจังหวัด เปิดเผยรายงานผลนับคะแนนเลือกตั้งหน้าหน่วย หรือแบบ สส.5/18 ผ่านทางเว็บไซต์ของสํานักงาน กกต.จังหวัด หรือเว็บไซต์ของสํานักงาน กกต. รวมทั้งขณะนี้ผู้สมัครของพรรคได้ยื่นหนังสือต่อ กกต.จังหวัดทั้งหมด 18 เขต เพื่อขอให้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ประกอบด้วย ขอนแก่น เขต 3, ลําปาง เขต 2, สุราษฎร์ธานี เขต 1, ชลบุรี เขต 1, มหาสารคาม เขต 1, นครราชสีมา เขต 13, ชัยนาท เขต 1, สมุทรปราการ เขต 6, ตาก เขต 1, สระบุรี เขต 1 นอกจากนั้นยังมีเพิ่มเติมอีกจํานวน 8 เขต ที่เพิ่งได้ยื่นไปคือ เชียงใหม่ เขต 6, เชียงราย เขต 6, นครราชสีมา เขต 2 และสุพรรณบุรี ยกจังหวัด 5 เขต 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งในการแถลงข่าว มีการเปิดคลิปวิดีโอที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 2  โดยนายธีระระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคลิปจะเป็นหลักฐานที่ทางพรรคจะดำเนินการยื่นไปยัง กกต. เพื่อให้พิจารณาว่าเข้าข่ายกรณีที่ทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตยุติธรรมหรือไม่ เพื่อให้ทาง กกต.ได้พิจารณาว่า จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีส่วนร่วมกับการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่พรรคแพ้ไม่ได้ แต่พรรคยอมไม่ได้ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่สุจริต

ที่ จ.ชัยนาท นายทรงพล ภัทราภิรมย์ ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชัยนาท พรรค ปชน. พร้อมด้วยมวลชนกว่า 30 คน เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดชัยนาท เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ชัยนาทนับคะแนนใหม่ เนื่องจากมีการพบบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 1 ใบ  ซึ่งบัตรนั้นมีสภาพถูกฉีกท่อนบนออก และมีกากบาทในช่องหมายเลข 5 ซึ่งเป็นหมายเลขของนายทรงพลที่ใช้ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ถูกทิ้งไว้ข้างทาง มีคนเก็บได้แล้วนำมามอบให้กับนายทรงพล

จ.ขอนแก่น นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 3 พรรค ปชน. เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.ขอนแก่น เขต 3 พร้อมขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมด ที่สำนักงาน กกต.ขอนแก่น เนื่องจากมีการรวมคะแนนและผู้อำนวยการ กกต.เขต 3 อ.กระนวน ขึ้นป้ายแสดงผลคะแนนหน้าหอประชุมที่ว่าการอำเภอกระนวน โดยจากการเฝ้าสังเกตพบว่าตัวเลขคะแนนมีลักษณะเขย่งเพิ่มขึ้น และเมื่อมีการทักท้วงก็มีการแก้ไขตัวเลข ทำให้คะแนนรวมไม่ตรงกัน บางพรรคการเมืองมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อีกทั้งยังพบว่ามีการแก้ไขตัวเลขหลายครั้ง ซึ่งเมื่อพิจารณาภาพรวมแล้วเห็นถึงความผิดปกติของตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกัน

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค ร่วมแถลงท่าทีพรรคต่อความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง โดยนายจุลพันธ์ระบุว่า  จากข้อมูลเบื้องต้นมีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรม 3 อย่าง 1.มีข้อสงสัยในเรื่องของการใช้อำนาจเงินในหลายพื้นที่ เรียกร้องให้ กกต.ชี้แจง โดยเฉพาะเรื่องที่ ธปท.เคยให้ความเห็นไว้ว่ามีการเบิกถอนเงินสดผิดปกติในช่วงการเลือกตั้ง 2.การใช้อำนาจรัฐมีข้อร้องเรียนจำนวนมาก และ 3.ปัญหาในเรื่องของการจัดการของ กกต.เอง ข้อร้องเรียนในกรณีนี้เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่ไม่เปิดเผย ขาดความโปร่งใส กรณีบัตรเขย่งบางพื้นที่มีคะแนนรวมเกินกว่าผู้ใช้สิทธิ์

ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค สว., นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย, น.ส.นันทนา นันทวโรภาส, นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์, นายวีรยุทธ สร้อยทอง, น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงค์ สว. ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา

น.ส.นันทนาเรียกร้องว่า ขอเรียกร้อง กกต.ในการนับคะแนนที่มีปัญหา ขอให้ กกต.เปิดหีบนับใหม่ กกต. 7 คนมีอำนาจสั่งอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน และต้องการให้เปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ มีรายชื่อหายไป 5 ล้านคน จากการเลือกตั้งครั้งก่อน

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กข้อความสั้นๆ ว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ  พร้อมเสมอ”

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศลต.ตร.) ประชุมติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งพบว่า มีประเด็นปัญหาข้อร้องเรียน 17 เขตเลือกตั้งใน 15 จังหวัด โดยมีปัญหา อาทิ พบใบนับคะแนนอยู่ในถังขยะ, การปิดกั้นผู้สังเกตการณ์, ใช้ถุงดำคลุมกล้อง CCTV, ความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน, รายงานผลล่าช้า, บัตรเสียสูงผิดปกติ, บัตรเขย่ง, บัตรเสียหาย เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีการยื่นคำร้องดำเนินการแก้ไขและดำเนินคดีแล้ว ยังเหลือบางจุดที่กำลังดำเนินการโดยทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน