“กกต.” วุ่น! “ผู้สมัคร สส.-มวลชน” แห่จี้นับคะแนนใหม่หลายเขต “แสวง” โผล่กำชับ ผอ.เลือกตั้งทั่ว ปท. ทำความเข้าใจข้อสงสัย ปชช. จับตา “กกต.ชุดใหญ่” ถกสรุปผลสอบปมร้อนเขต 1 ชลบุรี 12 ก.พ.นี้ แย้มด้อมส้มส่อแห้วนับคะแนนใหม่ เหตุไร้หลักฐานความผิดชัดเจน มีแค่คำกล่าวอ้าง “รองเลขาฯ กกต.” ชี้ปมสาวเสื้อแดงบุกเปิดหีบให้ กกต.เขตแจ้งความดำเนินคดี เผยสั่งรับเรื่องไต่สวนผิด กม.เลือกตั้งแล้ว 39 เรื่อง “นายกฯ” ชี้ร้องนับคะแนนใหม่เป็นสิทธิ์ สั่ง ตร.-ฝ่ายปกครองดูแลความเรียบร้อย “เฮ้ง-แฮงค์” ประสานเสียงยินดีให้นับคะแนนใหม่ “มาร์ค” จี้ กกต.เร่งเปิดข้อมูล "บัตร-คะแนน" เลือกตั้ง ก่อนเหตุไม่พึงประสงค์ลุกลาม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 11 ก.พ.2569 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนรวม 2 กองร้อย เข้ามารักษาความปลอดภัยพร้อมนำแผงเหล็กมากั้นภายในอาคารบริเวณทางเข้าประตูสำนักงาน กกต. เนื่องจากมีมวลชนมาชุมนุมที่หน้าอาคารเพื่อขับไล่ กกต. ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และเวลา 09.30 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ เดินทางเข้ามายื่นหนังสือถึง กกต. ให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ
จากนั้นเวลา 10.00 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยตัวแทนภาคประชาชนประมาณ 20 คน จัดกิจกรรมบริเวณหน้าอาคาร B ประตู 1 ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นำโดยนายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ แกนนำกลุ่มทะลุวัง ทยอยเดินทางมาชุมนุมและยื่นหนังสือต่อ กกต. เรียกร้อง 5 ข้อประกอบด้วย 1.ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ 2.ริเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 3.ให้เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้งรายหน่วยทันที 4.หากนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศแล้วยังมีเขตไหนที่พบความผิดปกติ กกต.จะต้องประกาศให้เขตเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ และมีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ 5.เมื่อแก้ไขปัญหาแล้วให้ กกต.ทั้ง 7 คนลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีนายสุรชัย ชินชัย ทนายความ พร้อมด้วยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) นำคำร้องของนายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เนื่องจากพบการกระทำผิดในลักษณะฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 73(1) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. โดยมีการจูงใจให้จ่ายเงินเลือกผู้สมัครหมายเลข 4 มีหลักฐานวิดีโอการจ่ายเงินด้วยธนบัตร 1,000 บาท
เช่นเดียวกับนายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เรียกร้องให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้ง พร้อมขอให้นับคะแนนใหม่ใน จ.ศรีสะเกษ เขต 3 และรีเช็กผลคะแนนทั้งหมด เพื่อสร้างความชัดเจนต่อพรรคและประชาชน เนื่องจากช่วงเวลา 17.00-18.00 น.ของวันเลือกตั้ง ไม่ปรากฏรายชื่อพรรคพลวัตในระบบบัญชีรายชื่อบนเว็บไซต์ กกต. และพบลักษณะบัตรเขย่ง
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ก็เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน กกต. ถึงกลไกองคาพยพตั้งแต่ก่อนและหลังเลือกตั้ง ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้ กกต.ไต่สวน สืบสวน ทำความเห็นส่งศาลรัฐธรรมนูญูวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
ส่วนนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือขอให้ กกต.สนับสนุนการตรวจสอบเอาผิดผู้ที่กระทำผิดกฎหมายในการเลือกตั้ง รวมทั้งเรียกร้องให้พรรคประชาชน (ปชน.) อย่าเข้าไปสนับสนุนกับกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นอยู่ในขณะนี้ที่ จ.ชลบุรี เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการร้องยุบพรรคประชาชน ทั้งนี้ ระหว่างที่นายสนธิญาแถลงข่าว พระครูปลัดธีระ หรือพระปีนเสาไฟ ได้ถามนายสนธิญาสนับสนุนเผด็จการหรือสนับสนุนประชาธิปไตย ทำให้บรรยากาศตึงเครียด
จ.สงขลา นายพงศธร สุวรรณรักษา หรือทนายอาร์ม ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จะยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต. ประเด็นคือเขต 3 สงขลา มีพี่น้องมาใช้สิทธิเลือกตั้งพรรคการเมืองบัตรสีชมพู 112,593 คิดเป็น 84.23% แต่ใช้สิทธิเลือกผู้สมัครเขตบัตรสีเขียว 98,923 คิดเป็น 74% หายไป 13,670 คะแนน
จ.ภูเก็ต นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยว่า ได้มายื่นคำร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ของ จ.ภูเก็ต มาตามหาคะแนนเพราะคะแนนจากนอกราชอาณาจักรที่จำนวนตัวเลขไม่ตรงกัน รวมไปถึงใบขีดคะแนนไม่ได้ระบุรายละเอียด สถานที่เลือกตั้ง และหน่วยเลือกตั้ง
ชลบุรีส่อไม่นับคะแนนใหม่
กระทั่งเวลา 16.00 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. พร้อมด้วยนางสุทธดา คงเดชา ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 กกต. แถลงข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า วันนี้มีประชาชนมายื่นขอให้นับคะแนนใหม่ ทางสำนักงาน กกต.ได้รับเรื่องแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมเสนอคณะกรรมการ กกต.พิจารณาต่อไป ซึ่งล่าสุดนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้มีการประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 76 จังหวัด บวกกับกรุงเทพมหานคร ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนที่สงสัยในประเด็นต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจ ส่วนถ้ายังมีข้อสงสัยและมีข้อร้องเรียน ก็ให้เสนอมาตามกระบวนการ เพื่อที่สำนักงานจะได้รวบรวมส่งเข้าที่ประชุม กกต.ต่อไป รวมทั้ง กกต.จังหวัดเริ่มจัดทำประกาศผลการนับคะแนนรายหน่วย เพื่อเปิดเผยทางเว็บไซต์สำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ 33 เขตของกรุงเทพฯ ได้ทยอยนำขึ้นแล้ว ประชาชนสามารถติดตามได้
“กรณีที่ จ.ชลบุรี วันนี้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และคณะ ได้ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหลายแล้ว คาดว่าวันที่ 12 ก.พ.นี้ จะนำเสนอ กกต.เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงความเป็นไปเป็นมาทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว” ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าว
ถามกรณีนักศึกษาเสื้อแดงเข้าไปในสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง จะมีความผิดหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าว่า บริเวณสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งอยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ หากทำให้เกิดความเสียหาย หรือไปล่วงละเมิดทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้ ก็เป็นอำนาจของ กกต.ประจำเขตที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีได้
ซักถึงเขต 3 จ.ชลบุรี มีการขนย้ายหีบบัตรช่วงค่ำ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขอชี้แจงกระบวนการเก็บรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง อยู่กระบวนการยุบรวมหีบบัตร จากข้อมูลทราบว่าดำเนินการเสร็จสิ้นประมาณ 17.30 น. ออกเดินทางเวลา 18.00 น. มายังอาคารเก็บพัสดุของ กกต.ประจำจังหวัด โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงควบคุมกำกับกระบวนการขนส่งหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์จนถึงสถานที่เก็บรักษา ซึ่งมาถึงเวลาประมาณ 19.00 น. จึงขอให้สบายใจ
เมื่อถามว่า กรณีปทุมธานีที่เพิ่งนับคะแนนใหม่ไปแล้วอนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ กปน.เป็นผู้นับ และขานคะแนน ผอ.กกต.จังหวัดจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เรากำลังประมวลเรื่องและเสนอ กกต.พิจารณาโดยเร็ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะส่ง กกต.ได้พิจารณาและทราบความคืบหน้าได้
ถามถึงกรณีมีมวลชนมาอยู่ด้านหน้าการทำงานของสำนักงาน กกต. เพื่อกดดันการทำงานของ กกต. มีอะไรอยากสื่อสารกับประชาชนที่อยู่ด้านนอก กกต.หรือไม่ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ฝากถึงพี่น้องที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน หรืออาจไม่ถูกต้อง ก็ต้องบอกว่ากรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถแจ้งมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหนอย่างไร อย่างชัดเจน กกต.จะได้ไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ถ้าท่านบอกว่าเกิดในภาพรวม เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุที่ไหน อย่างไร ทำให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถสอบถามได้ที่สำนักงาน กกต.จังหวัดได้ ซึ่งจะมีการชี้แจงในเบื้องต้นให้เข้าใจได้ว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไร ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการร้องเรียน
ส่วนนางสุทธดากล่าวเสริมว่า การยื่นคำร้องสามารถยื่นได้ 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลจนถึงขณะนี้มีผู้ยื่นแล้ว 99 เรื่อง สั่งความปรากฏอีก 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องการซื้อเสียง ดังนั้น รวมทั้งหมด 113 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง มาตรา 73 (1) จำนวน 31 เรื่อง นอกจากเป็นข้อกล่าวหาจะกระจายกันไป แต่ที่มากที่สุดคือมาตรา 73 (5) คือการหาเสียงโดยหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ทั้งหมด 68 เรื่อง ขณะนี้มีการพิจารณาของ ผอ.กกต.จังหวัด และเลขาฯ กกต. เพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้ว 39 เรื่อง
“ขอย้ำว่าการยื่นคัดค้านการเลือกตั้ง ตามระเบียบนั้น จะมีหลักเกณฑ์ว่า คำร้องต้องทำเป็นหนังสือ จะโทร.แจ้งด้วยวาจาทางโทรศัพท์ไม่ได้ หรือส่งคำร้องทางไปรษณีย์ไม่ได้ จะต้องทำเป็นหนังสือและยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน กกต.จังหวัดเท่านั้น โดยในคำร้องต้องระบุวัน เดือน ปีที่ทำคำร้อง ระบุสถานะของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง รวมถึงข้อเท็จจริงที่ร้องนั้นมีการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องอะไรบ้าง อาทิ การให้เงิน การหาเสียงหลอกลวง หรือเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง เมื่อยื่นแล้วจะพิจารณา ตรวจคำร้องว่าถูกต้องตามระเบียบกำหนดหรือไม่ภายใน 3 วัน หากไม่ถูกต้องจะประสานผู้ร้องเพื่อให้แก้ไข ในส่วนของพนักงานสืบสวนเมื่อได้รับคำร้องมาแล้ว จะตรวจสอบต่อไป” ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 กกต.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ กกต.จะมีการประชุมใหญ่ในเวลา 10.00 น. เพื่อรับทราบรายงานผลการตรวจสอบเหตุขอนับคะแนนใหม่ที่จังหวัดชลบุรี แต่ตอนนี้พยานหลักฐานมีเพียงการกล่าวอ้าง และที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการทักท้วงระหว่างการนับคะแนนแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อไม่มีการทักท้วง ซ้ำยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความผิดปกติที่เข้าข่ายให้ กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนให้ทางจังหวัดรายงานเหตุการณ์ขึ้นมา ซึ่งผลการนับคะแนนที่นักศึกษาเป็นผู้นับคะแนนนั้น ถือว่าเป็นผลคะแนนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะนำไปสู่การที่ กกต.สั่งให้มีการนับใหม่ หรือกลับไปใช้ผลคะแนนจากการนับในครั้งแรก
นายกฯ สั่งตร.ดูแลมวลชน
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ว่า ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจ ให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีข้อสงสัย ส่วนเรื่องการตัดสินใจจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ตนไม่ได้ศึกษาระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ก็แล้วแต่ทาง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถามว่า เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาคัดค้านการนับคะแนนหลายพื้นที่ กังวลจะทำให้บานปลายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทางตำรวจและฝ่ายปกครองได้รับปากไว้ว่าจะดูแลเรื่องความเรียบร้อยอย่างเต็มที่
“ผมได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องทำความเข้าใจเท่านั้น และทุกอย่างต้องดำเนินการไปด้วยความละมุนละม่อม ให้เกียรติพี่น้องประชาชน เพราะถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะออกมาเรียกร้อง ภายใต้กรอบของกฎหมาย" นายกฯ กล่าว
ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เรื่องขอแสดงความจำนงให้นับคะแนนใหม่เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการเลือกตั้งเขต 1 จ.ชลบุรี ว่า ตนในฐานะผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้งที่ 1 ขอแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่และเต็มใจในทุกขั้นตอนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากข้อสงสัยเคลือบแคลงต่างๆ และสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคน ตนยินดีและเต็มใจให้นับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พร้อมที่จะให้ กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์สูงสุดและความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติได้เซ็นหนังสือเพื่อให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นต่อ กกต. เพื่อแสดงความจำนงให้นับคะแนนใหม่ต่อหน้าสื่อมวลชนด้วย
ถามว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ท้ากลับถ้านับคะแนนใหม่แล้วผลคะแนนเปลี่ยนไปมากกว่า 1 คะแนน จะยอมลาออกหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่อยากพูดถึงคนอื่นแล้ว คิดว่าหากลองไปศึกษาข้อกฎหมายว่าผู้ที่คัดค้านการเลือกตั้งควรจะต้องเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใน 8 ตำบลนั้น คนที่กล่าวอ้างทั้งหมดมีสิทธิ์หรือมีเสียงในเขตนั้นหรือไม่ และมาในฐานะอะไร สมมุติถ้าตนอยู่ชลบุรีแล้วไม่พอใจจังหวัดอื่น แล้วเอาชาวชลบุรีไปร้องจังหวัดอื่น ไม่สามารถทำได้ ตามกฎหมาย กกต.ที่ศึกษามา คนที่จะคัดค้านได้คือจะต้องเป็นผู้สมัครและประชาชนในเขตเลือกตั้งถึงจะมีสิทธิ์มีเสียง คนที่มากล่าวหา คนมาพูดปลุกระดมต่างๆ เป็นประชาชนในเขตนั้นหรือไม่ ซึ่งเขาเช็กมาหมดแล้ว เป็นคนจังหวัดอื่นทั้งนั้นเลย แล้วทำเพื่ออะไร
ซักว่า คิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่คิดหรอก คิดว่าเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ได้มีอะไรที่หนักใจเลย แต่แค่ว่าทำแล้วถูกต้องหรือไม่ ถ้าเราเป็นคนเซ็นเอกสารไปถึง กกต. แล้วไปเซ็นเอกสารที่มันผิดตนก็ยุ่งเหมือนกัน ก็ต้องศึกษาว่าทำได้หรือไม่ ถ้าเซ็นแล้วแค่เสนอและยินดีเต็มใจให้ กกต.ปฏิบัติอะไรก็ได้ จะนับคะแนนใหม่หรืออะไรก็ยินดีทุกอย่าง สื่อมวลชนเอากล้องไปจับกันดู เมื่อถามว่าคิดว่าหากนับคะแนนใหม่แล้วจะจบหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า จะจบหรือไม่ ต้องไปถามคนที่เขาพูดอยู่ ตนไม่เกี่ยว ตนแค่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีม็อบเกิดขึ้นหลายจุด คิดว่าจะมีผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลช้าไปหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ต้องย้อนกลับว่า ถ้า 33 เขตใน กทม. คนที่แพ้ให้นับใหม่จะทำอย่างไร หรือถ้าใครแพ้ก็ต้องทำแบบนี้ เราจะอยู่ในระบบประชาธิปไตยอย่างไร เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานายสุชาติอาจใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ชลบุรี นายสุชาติกล่าวว่า ไม่มี โลกนี้ไปถึงไหนแล้ว กล้องวงจรปิดมีทุกถนนเส้นทาง ทุกวันนี้ใครทำอะไรมีใครรอดหรือไม่ ก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้แล้ว เป็นโลกสมัยใหม่แล้ว
ย้ำว่าขณะนี้เมินคำท้าของ น.ส.รักชนกแล้วใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่เคยให้ราคา มองข้ามไปถึงนู่นแล้ว ไม่เคยมองเขา เมื่อถามว่ามองเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่สนใจหรอก เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องมันก็จบ อยากให้สื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว มองข้ามไปเถอะ อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ คนพวกนี้เลือกตั้งเขตตนได้หรือไม่ เป็นผู้สมัคร สส.เขตตนหรือ หรือตนไปเลือกเขตบางบอนของเขาได้หรือไม่
ด้านนายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องขอนับใหม่คะแนนเลือกตั้งเขต 1 จ.ชัยนาท ว่า ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่ เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรมตามที่มีผู้เข้าร้องต่อ กกต.ชัยนาท ที่บอกมีคะแนนเขย่ง
เตือน กกต.รีบเคลียร์ข้อกังขา
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.ว่า จากกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการจัดการเลือกตั้งในหลายพื้นที่และดูจะลุกลามไป เพราะเกิดข้อกังขาหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเลือกตั้ง พรรคมีความเห็นว่าทาง กกต.ควรเร่งสร้างความโปร่งใสในกระบวนการทั้งหมดด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ละเอียดที่สุด ทั้งคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ จำนวนบัตรทั้ง 2 ระบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอยู่ในหลายพื้นที่ ส่วนกรณีที่ข้อมูลเหล่านี้บ่งบอกว่ามีความผิดปกติ ก็ขอให้ กกต.เร่งใช้อำนาจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่หรือ
“เราเข้าใจกลุ่มคนที่ไม่พอใจจากข้อมูลที่พบว่ามีความผิดปกติ แต่ก็อยากให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามไปสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งก็จะเกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพและภาพลักษณ์การเมืองไทย พรรคอยากเรียกร้องต่อ กกต.ให้เร่งสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก จากเดิมเป็นเรื่องเฉพาะพื้นที่ แต่ปรากฏว่าก็มีอีกหลายพื้นที่ประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ทำให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการต่างๆ ถูกบั่นทอนไปมาก” นายอภิสิทธิ์กล่าว
หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ขณะนี้ก็ผ่านมา 2-3 วันแล้ว น่าจะมีความพร้อมในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เช่น คะแนนในหน่วยเลือกตั้งซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2566 ระเบียบเขียนชัดไว้ว่า 5 วัน ก็ต้องมีการเปิดเผยออกมา ครั้งนี้ระเบียบเปลี่ยนมาเขียนว่าโดยเร็ว ซึ่งก็ไม่ควรจะเกิน 5 วัน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้ประชาชนมาร่วมตรวจสอบได้ หากมีความผิดปกติ กกต.ก็สามารถใช้อำนาจสั่งนับคะแนนใหม่ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือภาพฉายซ้ำของความบกพร่องที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ในครั้งนี้กลับทวีความรุนแรง และมีจำนวนเคสที่มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะวิกฤตความเชื่อมั่นที่เกิดจากปัญหาบัตรเขย่ง ซึ่งมีจำนวนบัตรลงคะแนนในระบบสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริงอย่างผิดปกติ จนเข้าข่ายลักษณะที่เคยนิยามไว้ว่า คือการออกลูกในหีบ อันเป็นความผิดปกติที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม
“กกต.ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้ง จำเป็นต้องรีบดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย โดยหัวใจสำคัญที่จะช่วยกอบกู้เครดิตและความน่าเชื่อถือขององค์กรให้กลับคืนมาได้ คือการทำหน้าที่อย่างโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบ Open Data ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นการเคารพสิทธิและเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง หาก กกต.ยังคงปล่อยให้ข้อมูลคลุมเครือจนนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในวงกว้าง อาจกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วง และการปฏิเสธความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่างรุนแรง ดังนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป กกต.ต้องทำให้ตัวเลขทุกอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อเจ้าของคะแนนเสียงทุกคน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ครม.หนู2’หล่อขึ้น อนุทินอุบนั่งควบกลาโหม/ปชน.จ่อโละยกชุดดัน‘ไอติม’
"อนุทิน" ยันหน้าตา ครม.ใหม่ดีกว่าเดิม อุบควบเก้าอี้กลาโหม ชี้สูตรจัดตั้งรัฐบาลรอ กกต.รับรองครบถ้วนก่อน
กราดยิงหาดใหญ่ โจ๋18คลั่ง!บุกรร. ‘ผอ.หญิง’สาหัส
เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางเมืองหาดใหญ่ หนุ่มวัย 18 คลั่งยานรก บุกโรงเรียนกราดยิงครู-นร.เจ็บ 3 ราย ผอ.รร.อาการสาหัส ก่อนตำรวจเข้าชาร์จจับกุมตัว
ยึดทรัพย์สแกมเมอร์1.3หมื่นล้าน
มีเราไม่มีเทาของจริง! ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ” 345 ล้านบาท รวมก๊วน "ก๊ก อาน-เบน สมิธ-ยิม เลียก" รวมกว่า 13,074 ล้าน
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีไทย คลังลุยเต็มสูบโตเกิน2%
"เวิลด์แบงก์" คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 1.6% จากการค้าโลกชะลอ-หนี้ครัวเรือนสูง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'สุชาติ' ยินยอมให้นับคะแนนใหม่ ไม่ผูกมัด กกต.
ดร.ณัฏฐ์ สอนมวย กกต. ปมนับคะแนนใหม่ "บันทึกคัดค้าน" พยานสำคัญมีน้ำหนักมากกว่าพยานบุคคล ส่วน "สุชาติ" ทำหนังสือยินยอมให้นับใหม่ ไม่เป็นเหตุให้ กกต.นับคะแนนใหม่

