‘ทร.’ปรับทัพ ทำ งานเชิงรุก ป้อง‘อธิปไตย’

กองทัพเรือปรับการทำงานเชิงรุกปกป้องอธิปไตยทางทะเล หลังพบเรือประมงเขมร  30 ลำรุกล้ำทะเลไทยด้าน จ.ตราดอีกรอบ ก่อนถูก "เรือหลวงเทพา" ขับไล่พ้นอธิปไตยไทย ศูนย์ข่าวสารฯ รัฐบาลแจงอนุมัติงบอาวุธ-รั้วชายแดน  เป็นมาตรการป้องกัน ยันไม่ใช่การยั่วยุ

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุถึงกรณีตรวจพบเรือประมงต่างชาติไม่ต่ำกว่า 30 ลำ รุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณ จ.ตราด เป็นรอบที่ 2 ว่า จากกรณีดังกล่าวกองทัพเรือได้ปรับแนวลาดตระเวนให้เข้มข้น และตรวจการณ์ด้วยเรดาร์ หากจับได้ จะส่งพนักงานสอบสวนที่คลองใหญ่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ วันที่ 12 ก.พ. เพจเรือหลวงเทพา 524 โพสต์ข้อความว่า ตรวจพบเรือประมงต่างชาติไม่ต่ำกว่า 30 ลำ รุกล้ำน่านน้ำไทย โดยเรือหลวงเทพาได้เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ ขับไล่พ้นเขตทะเลไทย พร้อมประกาศกร้าว “นี่คือทะเลไทย ผู้บุกรุกจะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด” อธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทดสอบได้ และกองทัพเรือไทยไม่เคยถอย

ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 เรือประมงสัญชาติกัมพูชา 25 ลำ ได้รุกล้ำเส้นแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา ล้ำเข้ามาราว 1 ไมล์ทะเล บริเวณเกาะกูด จ.ตราด และถูกเรือ ต.996 และเรือ ต.265 ขับไล่ออกจากพื้นที่ 

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทย มีหนังสือไปยังกัมพูชา เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ไม่มีมูล พร้อมชี้แจงว่า การดำเนินการต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาของฝ่ายไทย เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างเคร่งครัด ประเทศไทยขอยืนยันว่า การดำเนินการต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาของฝ่ายไทย ไม่ว่าจะเป็นการนำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยลงพื้นที่ชายแดน หรือการวางสิ่งกีดขวางเพื่อเสริมความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568  อย่างเคร่งครัด ดังนั้น การดำเนินการต่างๆ ของฝ่ายไทย เป็นไปตามข้อกำหนดของถ้อยแถลงร่วมฯ ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันแล้ว

ขณะที่ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา  ชี้แจงกรณีกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบจัดซื้ออาวุธและสร้างรั้วบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  ว่าเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดนตามปกติ  เพื่อปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และสกัดกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามแดน ยืนยันเป็น “มาตรการเชิงป้องกัน” มิได้มุ่งคุกคามประเทศใด และเป็นสิทธิของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ

การสร้างรั้วบริเวณชายแดน ถือเป็นการยั่วยุหรือไม่ ศูนย์ข่าวสารฯ ขอย้ำว่า การสร้างรั้วชายแดนไม่ใช่การยั่วยุ แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่และควบคุมการผ่านแดนผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่หลายประเทศใช้

สำหรับกระแสข่าวว่าไทยอาจ “ตั้งซีโร่ความสัมพันธ์” กับกัมพูชานั้น ศูนย์ข่าวฯ ระบุว่า ไม่เป็นความจริง ไทยยังยึดมั่นความสัมพันธ์เพื่อนบ้านที่ดี และเดินหน้าแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน อาทิ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และกลไกทหารชายแดน (RBC/GBC) ควบคู่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าฝ่ายกัมพูชาอาจเตรียมประท้วงหรือยกระดับทางทหาร ไทยระบุว่าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยืนยันใช้ช่องทางการทูตเป็นหลัก ขณะเดียวกันการสื่อสารระหว่างกองทัพในพื้นที่ยังดำเนินต่อเนื่อง เพื่อลดความเข้าใจผิดและป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์

ศูนย์ข่าวสารฯ ขอความร่วมมือประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งทางการ ใช้วิจารณญาณและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวที่อาจสร้างความตื่นตระหนก พร้อมย้ำว่า ทิศทางต่อไปของไทย 4 ประการ ได้แก่ 1.ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน 2.ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ 3.ใช้กลไกทวิภาคีและพหุภาคีแก้ไขปัญหา 4.รักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมว.กลาโหม ลั่นไม่มีอะไร ย้าย 'ผบ.ฉก.นาวิกโยธินตราด' ไปอยู่ในที่ดีกว่า

พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรมเจริญ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์รายละเอียดถึงกรณีการโยกย้าย น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ​ พร้อมระบุสั้นๆว่า “ไม่มี​อะไร ไปในที่ที่ดีกว่า”

แจงคำสั่งย้าย 'น.อ.ธรรมนูญ' วาระปกติ ไม่เกี่ยวเหตุเผชิญหน้ากัมพูชา ชายแดนตราด

กปช.จต. แจงย้าย "ผบ.ฉก.นย.ตราด" วาระปกติ ดันนั่งหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด วางตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ ชี้บทบาทสำคัญยุทธวิธี–เวทีโลก