ส้มตีขลุมกกต.รับผิด!

เลือกตั้งใหม่ 3 จังหวัดระอุ! ทั้งที่ไม่มีผล คนแห่สังเกตการณ์จับจ้องบัตรเลือกตั้ง “ปชน.”  ดาหน้าซัด กกต.ยอมรับเลือกตั้ง 8 ก.พ.มีปัญหา  เพราะใช้บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ไม่มีเลขต้นขั้ว โพลเผยคนเกินครึ่งไม่กังวลจะมีเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ 22 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้งของ 3 จังหวัด ประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ซึ่งลงคะแนนใหม่ ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติ 2.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ลงคะแนนใหม่ เฉพาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) และน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ลงคะแนนใหม่เฉพาะ สส.แบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) โดยเปิดหีบพร้อมกันในเวลา 08.00-17.00 น. รวมทั้งการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่และการนับคะแนนใหม่นั้น ไม่มีผลต่อภาพรวมการเลือกตั้งในเขตดังกล่าวแต่อย่างใด แต่กลับมีผู้มาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งจำนวนมาก โดยเฉพาะการจับตาไปที่บัตรเลือกตั้ง ที่อาจส่งผลย้อนกลับไปถึงการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ซึ่งมาร่วมสังเกตการณ์ระบุว่า สิ่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือ บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด รวมถึงแนวทางการจัดการเลือกตั้งว่าเป็นตามแนวทางเดียวกับการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ตามที่ กกต.ได้ยืนยันว่าแนวทางการเลือกตั้งในวันนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องแล้ว

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมแนบภาพบัตรเลือกตั้งใบสีชมพู ที่ใช้ในการเลือกตั้งที่ไม่มีเลขที่บัตรเหมือนอย่างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ระบุว่า บัตรเลือกตั้งรอบนี้ ไม่มีเลขบัตรปรากฏที่ต้นขั้วแล้ว เท่ากับยอมรับว่าบัตรที่ใช้เลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อวันที่ 8 ก.พ.มีปัญหาใช่หรือไม่

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันในหัวข้อ “บัตรเลือกตั้งของวันที่ 22 ก.พ.69 ไม่มีการพิมพ์เลขที่ที่ต้นขั้ว”  ระบุว่า ถ้าที่ต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งในวันที่ 22 ก.พ. ไม่มีการพิมพ์เลขที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเอาไว้ที่ต้นขั้ว ซึ่งเป็นเลขที่ที่ตรงกับบาร์โค้ดของบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้ตรวจสอบได้ว่า บัตรเลือกตั้งแต่ละใบนั้นเป็นของใคร แตกต่างจากบัตรเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ที่มีการพิมพ์เลขที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่ต้นขั้ว

ก็แสดงว่า กกต.ยอมรับโดยพฤตินัยแล้วว่า การใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่สอบกลับได้ถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งนั้นอาจไม่ถือว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง

สำหรับประเด็นโมฆะหรือไม่โมฆะ นายวิโรจน์ระบุว่า น่าจะยากที่จะเป็นโมฆะ เนื่องจากยังไม่ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีน้ำหนักมากพอที่ยืนยันได้ว่ามีกลุ่มทางการเมืองใด เอาบาร์โค้ดไปใช้ข่มขู่ประชาชน หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นการคุกคามเสรีภาพในการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน จนกระทบต่อความสุจริตและความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง แต่ประเด็นนี้คงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนข้อเท็จจริงโดยละเอียดเสียก่อนจึงสรุปได้

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กว่า การลงคะแนนเสียงใหม่วันนี้ ประชาชนไม่สามารถเห็นรหัสบัตรตรงต้นขั้วได้เหมือนกับที่เคยเห็นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. แสดงว่า กกต.ยอมรับว่าการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.มีปัญหา เลยต้องมีการปรับเปลี่ยน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า เลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยวันนี้ บัตรเลือกตั้งใหม่กริบยังอุ่นๆ จากแท่นพิมพ์ ระวังหมึกยังไม่แห้ง หมายเลขบัตร ต้นขั้วเลขหายเกลี้ยง บาร์โค้ด ที่ปลายบัตรยังมีอยู่ กกต.กลัวอะไร

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวตอบข้อถามเรื่องมีความกังวลหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ ว่าไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องของ กกต. แต่เชื่อว่า กกต.ทำงานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และเชื่อว่าไม่สามารถมีใครที่จะไปดูได้ว่าใครกาอย่างไร

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,310 หน่วยตัวอย่าง ถึงความกังวลของประชาชนต่อกรณีการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นโมฆะ และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ พบว่า  50.31% ไม่กังวลเลย, 20.53% ค่อนข้างกังวล,  18.40% ไม่ค่อยกังวล, 10.23% กังวลมาก และ 0.53% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ส่วนสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,231 คน เรื่องการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชนพึงพอใจการทำงานของ กกต.มากน้อยเพียงใด พบว่า 33.68% ไม่ค่อยพึงพอใจ, 32.91% ค่อนข้างพึงพอใจ, 26.09% ไม่พึงพอใจ และ 7.32% พึงพอใจมาก      

ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า จากผลสำรวจสวนดุสิตโพล สะท้อนถึงภาวะก้ำกึ่งและความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพขององค์กรอิสระ โดย กกต.น่าจะถูกสังคมตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นที่อาจนำไปสู่การล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ได้

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช  โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้ติดตามการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ว่าสุ่มเสี่ยงทำให้การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งมีนักวิชาการทางกฎหมาย หรือกูรูทางกฎหมายหลายคน เป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของสังคม ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ทั้ง ศ.พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.พิเศษบวรศักดิ์ อุวรรณโน รองนายกฯ

นายเทพไทระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการแสดงความเห็นในข้อกฎหมายของอาจารย์จรัญ อาจารย์วิษณุ และอาจารย์ธงทอง ซึ่งทั้ง 3 ท่านเป็นบุคคลภายนอก ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมือง และไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด จึงเห็นว่าความเห็นทางกฎหมายของอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน น่าจะมีความเชื่อถือมากกว่าความเห็นทางกฎหมายของอาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อน และพูดเพื่อปกป้องพรรคภูมิใจไทยที่อาจารย์บวรศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งมา ซึ่งบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย แต่ถ้าหากว่าดูข้อกฎหมายแล้ว ส่วนตัวเห็นว่ามีโอกาสที่จะเป็นโมฆะสูงมาก เว้นแต่จะมีอภินิหารหรือปาฏิหาริย์ทางกฎหมายเกิดขึ้นเท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โบว์ ณัฏฐา มั่นใจเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นโมฆะ บอก 'กกต.' ได้บทเรียน จัดเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้น

การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ทุกฝ่ายไม่ต้องไปกังวลหรือคาดหวังให้วุ่นวายใจ อย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่การจัดการเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้นแน่ เพราะ กกต.น่าจะได้บทเรียนแล้ว