‘ปชป.-กธ.’รอจีบ โพลยี้ครม.ทุจริต!

“สภา” คึกคัก 3 พรรคใหญ่ “ปชป.-พท.-กธ.” นำ สส.เข้ารายงานตัว เหลืออีก 126 สส.ยังไม่มา “ปชน.” วางคิว 9 มี.ค.ขนทัพ 119 คนแสดงตัว “มาร์ค” รับยังไม่มีเทียบเชิญร่วมรัฐบาล กระตุ้น “ภูมิใจไทย” เร่งตั้ง รบ.โดยเร็ว แก้ปัญหาปท. สร้างความเชื่อมั่น ปชช.ทั้งเศรษฐกิจ-พลังงาน   “ธรรมนัส” ปัดชิงออกตัวเป็นฝ่ายค้าน ย้ำต้องให้เกียรติ "ภท." เลือกพรรคร่วมถึงที่สุด ลั่นไม่กังวลงูเขียวเลื้อยหนี ฮึ่ม! ใครกล้าเผ่นก็เป็นนักการเมืองเลวที่สุด “จุลพันธ์” โบ้ยโผ พท.แค่สื่อคาดการณ์ ต้องรอพรรคแกนนำเคาะ “โพลพระปกเกล้า” เผยสเปก “ครม.ในฝัน” ปชช.ยี้ "รมต.” เคยมีคดีทุจริต

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เข้ามารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกเป็น สส. โดยบรรยากาศไม่ได้คึกคักมากนัก เนื่องจาก สส.ส่วนใหญ่ได้มารับหนังสือรับรองไปแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ยังไม่ได้มารับ โดยเวลา 10.00 น. ทีมทนายความจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นตัวแทนเข้ารับหนังสือรับรองแทน สส.บัญชีรายชื่อของพรรค 11 คน เช่นเดียวกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ  (รทสช.) ก็ส่งตัวแทนมารับหนังสือรับรองเช่นกัน    ขณะที่นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเอง

ที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำ สส.ของพรรคทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้เดินทางมาด้วย แม้จะมารายงานตัวแล้วเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา

ภายหลังการรายงานตัว นายอภิสิทธิ์และคณะได้เดินเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ได้เข้ามาทำงานและเยี่ยมชมในรัฐสภาแห่งนี้ โดยได้เยี่ยมชมห้องแถลงข่าว ห้องสื่อมวลชน ห้องประชุมสุริยัน ซึ่งเป็นห้องประชุม สส., ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ, ห้องทำงานของพรรค,  ทางเข้าอาคาร โดยมีนายชัยชนะเป็นผู้นำทัวร์ และยังได้ชี้ให้ดูจุดทางลงที่เลี่ยงไม่ต้องเข้าประตูด้านหน้า ทำให้สื่อมวลชนแซวว่า “ชี้ช่องให้หัวหน้าหนีนักข่าวใช่หรือไม่” ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวแซวว่า “นี่เขารับจ้างทำทัวร์นะ”

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่ได้กลับเข้าสภาอีกครั้งว่า ถ้าสารภาพตามตรง ปีที่แล้วก็ไม่นึกว่าจะกลับมาในบรรยากาศแบบนี้ แต่วันนี้ก็ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตนทำมาเกือบตลอดชีวิต เป็นงานที่ชอบที่สุดในแง่มุมของการเมืองคืองานในสภา

ถามว่า มีสัญญาณเทียบเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร เพราะฟังจากนายกรัฐมนตรีจะรอเรื่องกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อย และพรรคได้เตรียมงานฝ่ายนิติบัญญัติไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ที่สำคัญหน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายที่ได้หาเสียงไว้ และอยากให้กระบวนการทั้งหลายกระชับ เนื่องด้วยสถานการณ์โลกสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล การแถลงนโยบาย การเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นได้โดยเร็ว เพราะมีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น แม้รัฐบาลรักษาการจะสามารถทำได้ แต่การเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชน ตนมองเห็นว่าทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารเรื่องพลังงาน ราคาสินค้า สินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นได้

“เรื่องการต่างประเทศไม่มีปัญหาอะไร รมว.การต่างประเทศและนายกฯ พูดเป็นสิ่งที่เหมาะสม พรรค ปชป.สนับสนุน เราไม่อยากเห็นความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายหากระบวนการกลับเข้าสู่สันติภาพ และไม่ประสงค์ให้ไทยหรือภูมิภาคหรือประเทศอื่นๆ ถูกลากเข้าไปขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่ได้เป็นเรื่องดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการสร้างความชัดเจนให้ประชาชนสบายใจ คือเรื่องพลังงาน และการรับมือทางเศรษฐกิจจะทำอย่างไร แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่นายกฯ ก็พูดชัดมีรัฐมนตรีหลักอยู่ 3-4 คนที่จะทำงานต่อเนื่อง และอยู่ในฐานะที่จะช่วยให้สังคมมีความมั่นใจ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

‘ปชป.-กธ.’ ยังรอร่วมรัฐบาล

ซักว่าพรรค ปชป.ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องมารยาททางการเมือง เราไม่ได้ถึงขั้นต้องปฏิเสธ เพียงแต่พรรค ภท.ก็ทราบอยู่แล้วถึงจุดยืนของเราว่าหากจะเข้าร่วมเราก็ยึดถือสิ่งที่เราได้พูดกับประชาชนไว้ในเงื่อนไขต่างๆ มีอะไรบ้าง เมื่อถามว่ากองเชียร์พรรค ปชป.แตกความเห็นเป็นสองฝ่าย  และมีคนตั้งสังเกตหากเป็นฝ่ายค้านการเลือกตั้งรอบหน้าพรรคอาจจะได้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้ากองเชียร์ สมาชิกของพรรค ปชป.ไม่หลากหลายก็ไม่ใช่พรรค ปชป. เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดา พวกเราที่เป็น สส.ก็รับฟัง และเราเป็นพรรคที่มีกระบวนการชัดเจนที่สุด เมื่อมีกรณีที่ต้องพิจารณาก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค

ต่อมาเวลา 11.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค กธ. พร้อมด้วย สส.ของพรรค กธ. เดินทางถึงอาคารรัฐสภาและไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา ได้แก่ พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล และศาลตาศาลยาย เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้ารายงานตัว สส.ต่อสภา

ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่ายังไม่ได้พูดคุยกับใครเกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่าขณะนี้พูดได้หรือไม่ว่าพรรค กธ.เป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าตนได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็จะมีความชัดเจนว่าพรรคไหนบ้างจะเข้าร่วมรัฐบาล แต่ตอนนี้เราไม่ใช่พรรคแกนนำ เราจึงให้เกียรติถึงที่สุด เพราะเป็นมารยาทของพรรคการเมือง      

ซักว่ารู้สึกอย่างไรที่ขณะนี้โผ ครม.ยังไม่มีชื่อของพรรค กธ. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองปีนี้มาเป็นปีที่ 7 ที่เป็น สส. มีช่วงหนึ่งก็เคยเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพี่น้องที่มาจากพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นตนไม่รู้สึกอะไร เราทำได้ทุกหน้าที่ เมื่อถามว่าไม่เสียดายกระทรวงเกษตรฯ หรือ ร.อ.ธรรมนัสย้อนถามว่า ทำไมต้องเสียดาย เราอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ หัวโขนที่คนสวมอยู่หลุดได้ทุกเมื่อ เราก็พร้อมส่งต่อให้ทุกคนทุกเมื่อ หากเราเสียดายที่ไม่ได้เป็นตำแหน่งอะไรเราก็เป็นนักการเมืองที่แย่มาก

ถามว่า หากพรรค กธ.เป็นฝ่ายค้านกังวลจะมี สส.ในพรรคเป็นงูเห่าหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราเป็นนักจับงู เราก็ไม่ปล่อยงูเราไปไหน มีแต่งูเขียวหางไหม้ เมื่อถามย้ำกรณีมีกระแสข่าวว่ามีการซื้อตัวงูเห่ากันแล้ว ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นการสร้างข่าวที่ทำให้เกิดความสับสน

“สส.แบบแบ่งเขตทั้ง 56 คนของพรรค กว่าจะได้แต่ละคนมาผมเหนื่อยมาพอสมควร ถ้าใครไปจากผมก็ถือเป็นนักการเมืองที่เลวที่สุด” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

พอถามว่าความสัมพันธ์กับนายอนุทินขณะนี้เป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดอะไรกัน ไม่ได้ทะเลาะกัน เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ติดต่อกับนายอนุทินใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนเป็นของตนแบบนี้ จะไม่ติดต่อใครก่อน และย้ำว่าการเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี

พท.โยนสื่อผุดโผ รมต.เอง

ต่อมาเวลา 12.30  น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท., นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ นำ สส.ของพรรคเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

นายยศชนันกล่าวถึงการพูดคุยโควตารัฐมนตรีกับพรรค ภท.ว่า เท่าที่เป็นข่าวตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม และต้องรอพรรคแกนนำ ซึ่งตั้งแต่ไปเจอพรรคแกนนำตอนนั้น ขณะนี้เรากำลังรอ และต้องรอกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม เรามีการพูดคุยกันตั้งแต่ตอนที่เตรียมความพร้อมของพรรคว่าใครเชี่ยวชาญในส่วนไหน แต่สำหรับเรื่องโผ ครม. ต้องรอนายอนุทินอีกครั้ง

ถามว่า รายชื่อที่ออกมามีถูกตามรายงานข่าวบ้างหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบแทนว่า เรื่องนี้เป็นการคาดการณ์ของทางสื่อ พรรคไม่ได้มีข้อแถลงการณ์ใดๆ และเรายังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคแกนหลักในเรื่องตำแหน่งใดๆ ดังนั้นขอให้รอให้เกิดความชัดเจนก่อน รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ที่ยังไม่ได้มีการหารือภายใน ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีการประชุม และส่งชื่อไปยังนายกฯ ว่าจะมีความเห็นชอบตรงกันหรือไม่ จึงจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนนายสุริยะ กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์วิกิพีเดียมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลระบุให้เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า ยังครับ รอให้เกิดความชัดเจนก่อน

เวลา 15.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมให้สัมภาษณ์กรณีไม่ได้เดินทางไปร่วมแถลงข่าวกับพรรคในการร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท.ว่า มีการประสานงานผ่านเลขาธิการพรรคว่าทางพรรค ภท.เชิญเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งในข้อบังคับพรรคจำเป็นต้องเข้าที่ประชุมเพื่อขอมติพรรค ซึ่งมติพรรคเห็นว่าเราเป็นพรรคขนาดเล็ก และในหลักการหากจะร่วมรัฐบาลเราเป็นผู้กำหนดไม่ได้ หากเชิญไปร่วมรัฐบาลเราไม่ขัดข้อง แต่ยังไม่ได้เป็นทางการและตนก็ยังไม่ได้รับการประสาน

ถามว่า ส่วนตัวมีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบทั้งเรื่องคดีฮั้ว สว.และเรื่องที่ดินเขากระโดง พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมติพรรคไปก่อน เราจะทำอะไรก็เป็นไปตามมติพรรค ซึ่งในมติพรรควันนั้นมีการนำมาพิจารณาในหลายประเด็น ในมติก็เห็นว่าการเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้ผิดหลักการอะไร เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การโหวตเป็นเอกสิทธิ์ ในรัฐธรรมนูญตามมาตรา 124 ระบุว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. 100%

ซักว่าโดยส่วนตัวจะเห็นแย้งกับมติพรรคในการโหวตต่างๆ ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ยังต้องพิจารณา แต่ยังไม่รู้ว่าเขาเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่กับส่วนตัวตนเองยังไม่เคยได้มีการพูดคุยกัน เมื่อถามอีกว่าในฐานะหัวหน้าพรรคส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาที่ผ่านมาในเรื่องการดำเนินคดีรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่จึงไม่ได้ประสานมาโดยตรง พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เราไม่มีเรื่องส่วนตัว และเราจะดูว่าบทบาทว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็ดูว่าจะสามารถช่วยประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน

               “ที่สำคัญต้องมีอุดมการณ์ และในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล เพราะที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีหลายคนถูกถอดถอนจากการใช้ สส. แค่ 1 ใน 10 ยื่นเรื่องจริยธรรมไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมากกว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เราจะต้องทำหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะดูแลประชาชนได้มากกว่า เพียงแต่พรรคได้รับเชิญให้ร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร และตนยังไม่เคยเจอกับพรรค ภท.” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

เมื่อถามว่า จุดยืนของพรรคประชาชาติขัดแย้งกับจุดยืนส่วนตัวใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เราหาเสียงก็บอกว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งทุกพรรคก็หาเสียงไว้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องอะไรที่เป็นความขัดแย้งส่วนตัวนั้นเราไม่มี และขอย้ำว่าการโหวตพรรคไปบังคับ สส.ไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญให้เป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาดของ สส. และ สส.จะต้องไม่ถูกครอบงำโดยใครคนใดคนหนึ่ง หากพูดไปจะเป็นการครอบงำ

ถามว่า จะทำงานอย่างสนิทใจกันหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็เคยร่วมรัฐบาลกัน ก็สนิทกัน แต่เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หรืออยู่ในกระบวนการยุติธรรม เราก็ไม่ไปแทรกแซง และเรื่องคดีฮั้ว สว.กับเรื่องที่ดินเขากระโดงก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งหากมีใครเข้าไปแทรกแซง เราก็รับไม่ได้

โพลชี้ ปชช.ยี้รัฐมนตรีขี้โกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 ในวันที่ 6 มี.ค. มี สส.มารายงานตัวแล้ว 90 คน รวมตั้งแต่วันแรกเป็น 373 คน จากจำนวนที่ กกต.ประกาศรับรอง 499 คน ยังคงเหลือ สส.ที่ยังไม่มารายงานตัวจำนวน 126 คน ส่วนใหญ่ เป็น สส.จากพรรคประชาชน (ปชน.) ที่จะเข้ารายงานตัวในวันที่ 9 มี.ค. เวลา 10.00 น. จำนวน 119 คน จาก 120 คน เนื่องจากเข้ามารายงานตัวแล้ว 1 คน คือนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 ขณะที่ สส.ที่ยังไม่มารายงานตัว จากพรรคกล้าธรรม 1 คน, ภูมิใจไทย 2 คน, ประชาธิปัตย์ 1 คน, รวมไทยสร้างชาติ 1 คน, ไทรวมพลัง 1 คน และไทยภักดี 1 คน รวม สส.ที่ยังไม่มารายงานตัว 126 คน

วันเดียวกัน ที่ศาลปกครองสูงสุด นายประวิตร บุญเทียม รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการประชาสัมพันธ์ศาลปกครอง เปิดเผยความคืบหน้าคดีเลือกตั้งและประชามติที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองว่า ขณะนี้มีทั้งหมด 18 คดี มีทั้งการฟ้องต่อศาลปกครองขั้นต้น และฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด จำแนกเป็น 8 เรื่อง ได้แก่ คดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง, คดีลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตเลือกตั้ง 3 วัน,   คดีการใช้คำว่า "เห็นชอบ" ในทำประชามติ, คดีบัตรเขย่ง, คดียุบรวมหีบเลือกตั้งโดยมิชอบ, คดีการจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต, คดีฟ้องว่าทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคดีบัตรลงคะแนนประชามติ บังคับให้ประชาชนกาออกเสียง แค่ "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ"

               "ในจำนวนคดีทั้งหมด ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว 1 คดี คือคดีลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตเลือกตั้ง 3 วัน และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด   ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้อง 1 คดี ในคดีบัตรลงคะแนนประชามติ บังคับให้ประชาชนกาออกเสียง แค่ "เห็นชอบ" กับ "ไม่เห็นชอบ" ผู้ฟ้องคดีขอถอนฟ้องคดี 1คดี ในคดีที่ฟ้องว่า ทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับฟ้อง 1 คดี ในคดีการใช้คำว่า "เห็นชอบ" ในทำประชามติ" ประธานกรรมการประชาสัมพันธ์ศาล ปค.ระบุ

ขณะที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “สเปก ครม.ชุดใหม่ ในฝันของคนไทย” ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-2 มี.ค.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,908 ตัวอย่าง พบว่าคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ประชาชนไม่ต้องการมากที่สุด คือผู้ที่มีประวัติด่างพร้อยด้านความซื่อสัตย์ โดย 48.9% ระบุว่าไม่ต้องการบุคคลที่เคยมีคดีทุจริตหรือคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ซึ่งทิ้งห่างตัวเลือกอื่นอย่างชัดเจน รองลงมา 17.9% ไม่ต้องการผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในกระทรวงที่รับตำแหน่ง, 15.3% ไม่ต้องการผู้ที่ขาดอุดมการณ์ทางการเมือง ย้ายพรรคหรือข้ามขั้วเพื่อหวังตำแหน่ง, 14.9% ไม่ต้องการผู้ที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในกระทรวงที่ดูแล และ 3.0% ไม่ต้องการผู้ที่เคยบริหารงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย

ถามถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการมากที่สุด พบว่า 32.1% ต้องการบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมา 28.7% ต้องการคนที่รับฟังและนำปัญหาของประชาชนไปแก้ไข, 24.6% ต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ, 11.5% ต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ และมีเพียง 3.1% ที่ให้ความสำคัญกับการเคยดำรงตำแหน่ง สส.หรือรัฐมนตรีมาก่อน

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่า สังคมไทยไม่ยึดติดกับโควตาทางการเมืองมากนัก และเปิดรับทั้งมืออาชีพจากนอกการเมืองและผู้หญิงในคณะรัฐมนตรี โดย 26.4% ระบุว่าการมีมืออาชีพจากนอกการเมืองจะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ รองลงมา 22.2% ต้องการให้มีประมาณ 10% ขณะที่ 18.4% ต้องการให้มี 30% ขึ้นไป และ 14.7% ต้องการให้มีประมาณ 20%.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมายเรียก‘ชนนพัฒฐ์’ ธรรมนัสชี้เรื่องส่วนตัว

กล้าธรรมกระอักเลือด! ดีเอสไอร่วม ปปง.บี้นักการเมืองเทา เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ลงพื้นที่ 10 จุด 4 จังหวัด รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานโยง

สั่งสำรองน้ำมันเพิ่ม อนุทินผุดศบก.พร้อมออกประกาศ/69คนไทยกลับ7มี.ค.

นายกฯ ลงนามตั้ง “ศบก.” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงทุกด้าน หวังให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด “อนุทิน” ออกประกาศมาตรการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้แล้ว

จับตาเลือกก.ต. ยกชุด3ชั้นศาล เต็งจ๋าแห่สมัคร

จับตาเลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล “วีระพงศ์-ตุลยวัต-พงษ์เดช” คิว ปธ.ศาลฎีกาเต็ง ชั้นอุทธรณ์ “มัณทรี-กีรติ-ณรัช” มีลุ้น ชั้นต้นขับเคี่ยวหนัก “ธิดาพร-สิทธิชัย” โดดเด่น

'ทวี' รับยังไม่เคยคุยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ลั่นมีอุดมการณ์เป็นฝ่ายค้านถอดถอนนายกฯได้

"ทวี สอดส่อง" รายงานตัว สส. บอกส่วนตัวยังไม่เคยคุยกับ “ภูมิใจไทย”ให้ร่วมรัฐบาล แต่ประสานผ่านเลขาพรรคฯ ลั่น เป็นเอกสิทธิ์ สส.โหวตเลือกนายกฯ มองบทบาทฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล เหตุที่ผ่านมานายกฯตกเก้าอี้ แค่สส.เข้าชื่อ1ใน 10 มาแล้ว ชี้ ฮั้ว สว. - เขากระโดง อยู่ในกระบวนการ หากแทรกแซงรับไม่ได้

'ไทรวมพลัง' ฝากถึง 'นายกฯหนู' รอสายชวนร่วมรัฐบาล

'กังฟู' รับหนังสือรับรองจาก กกต. โยนนายกฯ เชิญร่วมรัฐบาล ชี้ 'ไทรวมพลัง' เป็นพรรคเล็กแต่มีมารยาท สร้างการเมืองใหม่ ไม่วิ่งต่อรองตำแหน่ง

'อภิสิทธิ์' นำทัพ ปชป. รายงานตัวสภา ยังไม่มีเทียบเชิญร่วมรบ.

'อภิสิทธิ์' นำทัพ สส. ปชป. รายงานตัว บอกเป็นเด็กใหม่ ไม่คิดว่าจะได้กลับเข้าสภาอีก รับยังไม่มีเทียบเชิญร่วมรัฐบาล แต่พร้อมทำทุกหน้าที่ 'ชัยชนะ' สยบข่าวลือแยกทาง พาทัวร์สภาฯ ยันห้องสุริยัน