สั่งสำรองน้ำมันเพิ่ม อนุทินผุดศบก.พร้อมออกประกาศ/69คนไทยกลับ7มี.ค.

 

นายกฯ ลงนามตั้ง “ศบก.” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงทุกด้าน หวังให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด “อนุทิน” ออกประกาศมาตรการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้แล้ว บอกไม่รู้สงครามจบเมื่อใด  ขีดเส้นให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันที่ผลิตในประเทศไว้เพิ่มเติม “พิพัฒน์” ฟิตประชุมนัดแรกเน้นเรื่องประชาสัมพันธ์ กต.เผยคนไทยในอิหร่านกลับบ้านรอบแรก 7 มี.ค. จำนวน 69 คน

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2569 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยมีองค์ประกอบ 37 คน มีนายกฯ เป็นที่ปรึกษาศูนย์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นผู้อำนวยการ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ ขณะที่ รมว.กลาโหม, รมว.การต่างประเทศ, รมว.พลังงาน, รมว.พาณิชย์ และ รมว.แรงงาน เป็นกรรมการ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงผลกระทบต่อประเทศไทยว่า เป็นห่วงทุกด้าน พยายามที่จะปิดทุกด้าน ทั้งเรื่องการสำรองน้ำมันในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พยายามดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีผลกระทบ  แต่หากเกิดผลกระทบก็ต้องน้อยที่สุด  ประชาชนจะได้ไม่ต้องมาแบกรับ

ถามถึงกรณีเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง นายอนุทินปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมกล่าวว่า เอาแต่เรื่องน้ำมัน

ในเวลา 17.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์เป็นประธานการประชุม ศบก.ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และพิจารณามาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่างๆ โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงในประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ อาทิ สถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจาก กต. รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ทั้งนี้ รมว.พลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันได้ระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์

69 คนไทยในอิหร่านกลับไทย 7 มี.ค.

ขณะที่ นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. แถลงว่า  สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังคงอ่อนไหว โดยอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน ยังคงมีการโจมตีซึ่งกันและกัน การปะทะขยายไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศนอกเหนือจากเลบานอน ยังมีรายงานว่าอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ต่อมารัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศว่าพร้อมตอบโต้ ซึ่งทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น

ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ประกอบด้วย อิหร่าน มีอัปเดตตัวเลขจากเดิม 117 คน ได้เพิ่มเป็น 125 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่จะเดินทางออกทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มี.ค.2569 เดินทางออกมาก่อน 69 คน และรอบที่สองในวันที่ 10 มี.ค. เดินทางออกมา 56 คน ซึ่งคนไทยในอิหร่านที่ต้องการรับเพิ่มเติมรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูตกรุงเตหะรานในทันที เพื่อประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่างๆ ได้ทันท่วงที สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางถึงเมืองวาน  ตุรกี จะมีคณะจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตกรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมต้อนรับ จัดหาที่พัก อาหารระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ส่วนตุรกี ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.2569 เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตกรุงอังการาจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่จะอพยพจากอิหร่านและเดินทางกลับไทย และเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตกรุงเตหะรานด้วย

ด้านนายวีรพัฒน์​ เกียรติเฟื่องฟู​ รองปลัดและโฆษกกระทรวงพลังงาน​ (พน.) แถลงยืนยันว่า ไทยมีปริมาณสำรองเพียงพอในการใช้งานได้ 95 วัน จากเดิมที่เคยแถลงไว้ว่า 60 วัน แต่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศ​ได้จัดหาน้ำมันเพิ่มเติม​ และได้รับการยืนยันในการจัดส่งเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าจะคงมีการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากแหล่งที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป นอกจากนี้ได้มีการออกคำสั่งนายกฯ ​ที่สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันทยอยเพิ่มสัดส่วนในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว พร้อมทั้งมีควบคุมการส่งออกน้ำมัน ยกเว้น​ทาง สปป.ลาวและเมียนมา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน และเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันต่อไป

 “มาตรการการลดภาระค่าครองชีพและราคาน้ำมัน​ มีการตรึงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยตรึงราคาดีเซล​ ระยะเวลา 15 วัน โดยเริ่มตั้งแต่ 3 มี.ค. ซึ่งกระทรวงการติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด พร้อมกับจะพิจารณามาตรการชดเชยอีกครั้ง​ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนการผลิตไฟฟ้าเร่งจัดหา LNG​ เพิ่มเติมและเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติ​จากอ่าวไทยเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง​ และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวลจากถ่านหิน​ พลังงานน้ำและการนำเข้าจากต่างประเทศ​ เพื่อให้ไม่มีไฟฟ้าดับ​ ทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลและสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์และสืบสวนหาคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มลาดตระเวนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้า-ออกแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งตรวจสอบเฝ้าระวังข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือการกระทำเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา และให้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อช่วงเย็น ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ลงนามโดยนายอนุทิน เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุว่า โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความตึงเครียด และนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 นายกฯ จึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป, ข้อ 2 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง (1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโชฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน  น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1 และ (2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว

ข้อ 3 คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (2) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และ (3) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้

สั่งเพิ่มสำรองน้ำมัน

ข้อ 4 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 (1) ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2569 และในอัตราร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2569

การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ 5 ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 9 ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดในข้อ 4 ได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมัน ต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของ รมว.พลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง หรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ในการนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม (อก.) กล่าวว่า ได้เตรียมดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมในระยะกลางและระยะยาว โดยมีมาตรการเร่งด่วนประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านกระบวนการผลิต 2.ด้านการลดต้นทุน 3.ด้านแหล่งเงินทุน และ 4.ด้านสิทธิประโยชน์

ขณะที่นายพิพัฒน์ระบุว่า นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม (คค.) ได้หารือหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้ปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดย คค.ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เพื่อไม่ให้ขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ในกฎหมาย พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยว่า กฟผ.ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า แต่ กฟผ.ได้เตรียมจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมายเรียก‘ชนนพัฒฐ์’ ธรรมนัสชี้เรื่องส่วนตัว

กล้าธรรมกระอักเลือด! ดีเอสไอร่วม ปปง.บี้นักการเมืองเทา เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ลงพื้นที่ 10 จุด 4 จังหวัด รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานโยง

จับตาเลือกก.ต. ยกชุด3ชั้นศาล เต็งจ๋าแห่สมัคร

จับตาเลือกตั้งใหญ่ ก.ต. 3 ชั้นศาล “วีระพงศ์-ตุลยวัต-พงษ์เดช” คิว ปธ.ศาลฎีกาเต็ง ชั้นอุทธรณ์ “มัณทรี-กีรติ-ณรัช” มีลุ้น ชั้นต้นขับเคี่ยวหนัก “ธิดาพร-สิทธิชัย” โดดเด่น

‘ปชป.-กธ.’รอจีบ โพลยี้ครม.ทุจริต!

“สภา” คึกคัก 3 พรรคใหญ่ “ปชป.-พท.-กธ.” นำ สส.เข้ารายงานตัว เหลืออีก 126 สส.ยังไม่มา “ปชน.” วางคิว 9 มี.ค.ขนทัพ 119 คนแสดงตัว “มาร์ค” รับยังไม่มีเทียบเชิญร่วมรัฐบาล