โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

 

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ  “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”  มีมติงดออกเสียง "ศรีสุวรรณ" บุก กกต.ร้องยุบพรรคส้ม ปมข้อมูลสมาชิกรั่วไหล

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไหว้ศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยาย องค์นรสิงห์จำลอง และพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล บนตึกไทยคู่ฟ้า  พร้อมบอกกับสื่อมวลชนว่า อธิษฐานให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ บ้านเมืองปลอดภัย จากนั้นนายโสภณได้ถ่ายภาพหน้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมถ่ายภาพร่วมกับทีมงานและสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนเปิดเผยว่า ไปสภาตนไปมาลาไหว้ วันนี้เป็นวันที่ตนอำลาตำแหน่งรองนายกฯ ถ้าเป็นภาษาบ้านเราเรียกว่าจบสวย ทำไมถึงบอกว่าจบสวย เพราะตนได้ทำเรื่องตามอุดมการณ์คือเรื่องยาเสพติด ซึ่งจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือ สส.ก็แล้วแต่ ถ้าเราได้เป็นประธานจะขับเคลื่อนเรื่องยาเสพติดต่อ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อนั่ง รมว.ยุติธรรมต่อในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยที่ 2 ว่ายังไม่ได้รับการทาบทาม เพราะน่าจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกประธานสภาฯ อย่างที่นายโสภณได้ชี้แจงแล้วว่ามีการพยายามเสนอชื่อท่าน หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของนายกฯ เป็นขั้นตอนที่ต้องรอการโปรดเกล้าฯ ถวายสัตย์ฯ ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงยังไม่อยากพูดในตอนนี้

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยผลการประชุมพรรค ปชน.เบื้องต้นว่า ที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาฯ แต่ยังไม่ได้ชื่อ และส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ชิงตำแหน่งนายกฯ เป็นการยืนยันว่าพรรค ปชน.เป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 โดยก่อนการลงมติจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ เป็นการเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็นว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนควรจะได้จากตำแหน่งที่สำคัญควรจะเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายค้านไม่เป็นเอกภาพ จะทำให้การตรวจสอบรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ น.ส.ภคมนยืนยันว่า พรรค ปชน.จะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่และเข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา พรรค ปชน.ไม่เคยออมมือให้กับฝ่ายใด อย่างไรก็ตาม การเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เหมือนกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้ร่วมแบบที่ทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกัน

น.ส.ภคมนยังกล่าวด้วยว่า สำหรับชื่อประธานวิปฝ่ายค้านขณะนี้ จะต้องรอให้มีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านฯ เสียก่อน จึงอยากให้รอผลอย่างเป็นทางการก่อน ไม่อยากให้สันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา ขอให้รอ เพราะพรรค ปชน.เปิดเผยทุกเรื่องต่อสาธารณชน

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า มติที่ประชุม สส.พรรค ปชป. ได้เลือกประธาน สส.ของพรรค คือ 1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธาน สส. 2.นายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็นรองประธาน สส.ลำดับที่ 1 3.นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เป็นรองประธาน สส.ลำดับที่ 2 และ 4.นายพศิน ปิตุเตชะ เป็นเลขานุการที่ประชุม สส.

นายพงศกรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติต่อการโหวตเสนอชื่อประธานสภาฯ ซึ่งพรรค ปชป.เป็นพรรคฝ่ายค้าน จะขอใช้สิทธิ์งดออกเสียง ตามที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะมีการเสนอชื่อนายโสภณชิงตำแหน่งประธานสภาฯ รวมถึงมีมติงดออกเสียงเลือกรองประธานสภาฯ ของพรรค ภท.และพรรคเพื่อไทย (พท.)

ส่วนกรณีพรรค ปชน.อาจจะมีท่าทีส่งรายชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาฯ นั้น นายพงศกรกล่าวว่า ในความเชื่อมั่นของพรรค ปชป.มองว่า พรรค ปชน.จะไม่สามารถส่งรายชื่อแข่งได้ เนื่องจากพรรค ปชน.มีการประกาศไปแล้วว่าเป็นพรรคอันดับ 2 จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ดังนั้นตำแหน่งประธานสภาฯ ถูกกำหนดด้วยกฎหมายว่า ฝ่ายค้านจะต้องไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งในประธานและรองประธานสภาฯ  และเชื่อว่าพรรค ปชน.จะทำตามคำพูดที่มีการพูดในพื้นที่สาธารณะที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า พรรค ปชน.มีการเสนอชื่อนายณัฐพงษ์เข้าเป็นแคนดิเดตนายกฯ แข่งกับนายอนุทิน ท่าทีมติของพรรค ปชป.จะเป็นอย่างไร นายพงศกรตอบว่า รอดูท่าทีของพรรค ปชน.อีกครั้ง จากที่ติดตามการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรค ปชน.ได้แถลงชัดเจนว่าจะไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่ง ซึ่งพรรค ปชป.ตอนนี้ก็มีความเชื่อมั่นตามสิ่งที่พรรค ปชน.เคยพูดไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการให้นายอนุทินแสดงวิสัยทัศน์ก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ โฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า อยากเห็น และเป็นธรรมดาที่คนจะเป็นนายกฯ จะต้องถูกตรวจสอบที่สภา

เมื่อถามว่า มีความกังวลใจหรือไม่ที่ สส.จะโหวตแหกมติของพรรค นายพงศกรกล่าวว่า คิดว่าจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นต้องดำเนินการตามข้อบังคับของพรรค และยืนยันว่าพรรค  ปชป.เป็นเอกภาพมาก 

โฆษกพรรค ปชป.ยังกล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวน บก.ปอศ.ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง พรรค ปชป. รับทราบข้อกล่าวหาคดีเลี่ยงภาษี 7,400,000 ล้านบาทว่า นายสาทิตย์ได้ชี้แจงเรื่องนี้ต่อที่ประชุมหลายครั้ง โดยเป็นประเด็นเกี่ยวกับการชำระภาษีจากกรณีการรับมรดกของนายกฤตย์อิชย์ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทของครอบครัวมีปัญหา จึงมีความตั้งใจที่จะดำเนินการชำระภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมายอย่างถูกต้อง ไม่มีการปิดกั้น และต้องให้มีการตรวจสอบตามขั้นตอน

ร้อง กกต.ยุบพรรคประชาชน

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร  เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยื่นคำร้องคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงกับศาลฎีกาว่า ปัจจุบัน ป.ป.ช.ยังไม่ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลฎีกา อยู่ระหว่างการขยายระยะเวลา เรื่องนี้จริงๆ ร่างคำร้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางเราต้องการเร่งให้เสร็จเพื่อยื่นคำร้องในเร็วๆ  นี้ อย่างไรก็ดี ยังติดในเรื่องของเอกสารในสำนวนนิดเดียว ต้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคก้าวไกลให้รัดกุมที่สุด หลังจากนี้คาดว่าจะยื่นศาลฎีกาได้โดยเร็ว

นายณัฐพงษ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชน. ได้ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค ปชน.ตรวจพบความพยายามจากบุคคลภายนอกในการเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า ต้องขออภัยสมาชิกพรรคทุกคน ตนและพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคอย่างรัดกุมมากที่สุด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10  มี.ค. เราได้ตรวจพบว่ามีบุคคลที่ไม่หวังดี อาจจะนำข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคไปใช้ในทางที่ไม่ชอบ

               เขากล่าวว่า ทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งคือการรัดกุมไม่เพียงพอในระบบฐานข้อมูลของพรรค ที่ผ่านมาอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างช่วงรอยต่อ ที่มีการยุบพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรค ปชน. ช่องโหว่ตรงนี้อาจมีคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบเป็นคนชี้ช่องหรือไม่เรากำลังตรวจสอบอยู่ และเมื่อพบเหตุการณ์ดังกล่าวก็ดำเนินการปิดช่องหูตรงนั้นทันที ยืนยันว่าความเสี่ยงต่างๆ ไม่ได้มีอีกต่อไปแล้ว

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยยุบพรรค ปชน. กรณีออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางส่วนได้ ถือเป็นการย่อหย่อนต่อการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก อันอาจทำให้มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรม อันเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง

โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากพรรค ปชน.ได้ออกมายอมรับว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคมาเป็นเวลานาน จากระบบในการรับสมัครสมาชิกพรรคที่ไม่ถูกต้องตามหลักการและไม่ปลอดภัย เนื่องจากไปกำหนดว่าผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องกรอกรหัสลับ หรือหมายเลข Laser ID ซึ่งเป็นรหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชนลงไปด้วย ข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 หรือ PDPA

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ได้บังคับให้พรรคการเมืองใดต้องขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิกพรรคแต่อย่างใด เพราะไม่มีความจำเป็นที่พรรคการเมืองต้องล่วงรู้ แต่พรรค ปชน.กลับทำเป็นเท่ โดยทำแบบฟอร์มการสมัครสมาชิกพรรคต้องมีการกรอก Laser ID แต่ทว่ากลับไม่สามารถปกป้องดูแลให้เกิดความปลอดภัยได้ จนบัดนี้ออกมายอมรับแล้วว่าถูกมือดีแฮ็กข้อมูลไปแล้ว

เขาระบุว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 หลายมาตรา และกฎหมายหลายฉบับ อันเป็นเหตุให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคได้ และเมื่อพรรค ปชน.ออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางรายได้ เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รวมถึงไฟล์ภาพถ่ายเอกสารประกอบการสมัครสมาชิกพรรค และอาจรวมถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนของสมาชิก (KYC) จึงเป็นการยืนยันในคำร้องขององค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ถึงการกระทำของพรรค ปชน.ว่า อาจสร้างความเสี่ยงภัยให้กับสมาชิกพรรคที่สมัครสมาชิกกว่า 111,835 คน ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้สมัครสมาชิกพรรคดังกล่าวได้

เขาระบุด้วยว่า ด้วยเหตุดังกล่าวจึงนำความมาแจ้งต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อสอบสวนไต่สวนและวินิจฉัยว่า การที่พรรค ปชน.เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคนอกเหนือไปจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนดโดยให้กรอกเลข ID แต่ไม่สามารถปกป้องดูแลให้ปลอดภัยได้ ถือเป็นการย่อหย่อนต่อการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย PDPA จนมีบุคคลภายนอกเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคของตนเองได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้บุคคลภายนอกล้วงข้อมูลฐานสมาชิกได้

“ถือเป็นภัยต่อข้อมูลของสมาชิกอันอาจเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ขัดต่อมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้หรือไม่” นายศรีสุวรรณย้ำ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทูตอิหร่านรับเสียใจ ‘เสธ.ทร.’ชี้3คนไทยมีชีวิต/กรมเจ้าท่าเผยไร้‘เรือ’ตกค้าง

"ศบก." เผยทูตอิหร่านแสดงความเสียใจเหตุเรือสินค้าไทยโดนโจมตี "สีหศักดิ์" ยันอาเซียนจะร่วมมือกันช่วยเหลือด้านพลังงาน-คุ้มครองชาวอาเซียน เผย 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทยสัปดาห์หน้า

โปรดเกล้าฯโผ ‘ทหาร’กลางปี 319ตำ แหน่ง!

คลอด "โผนายพลทหาร" กลางปี 319 ตำแหน่ง “ผบ.ทบ.” ขยับ 4 กองทัพภาค วาง “แม่ทัพกอล์ฟ” ข้ามเข้า ทบ. จ่อเข้า 5 เสือ อดีต “ผบ.พล.2 รอ.” คัมแบ็กนั่งรองแม่ทัพภาค 1 "เสธ.ต๊อด" ขึ้นรองเจ้ากรมฯ ผบ.เหล่าทัพหนุนยกระดับใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการรบยุคใหม่

พน.ทาบซื้อนํ้ามัน‘รัสเซีย’

“พิพัฒน์” ชี้หลัง 16 มี.ค. รู้ผลดีเซลขยับราคาอย่างไร เผยพลังงานพยายามเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มเติมจากรัสเซีย ยันไม่มีขาดตลาดแน่นอน “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” บอกโรงกลั่นไทยรับน้ำมันแดนหมีขาวได้

‘กกต.’แจ้นแจง ฮั้วสว.ยังไม่จบ แค่ชั้นอนุฯกก.

สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.

แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คน ฮั้ว สว. เป็นขั้นตอนเสนอความเห็น ไม่มีผลผูกพัน กกต.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข่าวคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนซึ่งเป็นสว.ชุดปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคการเมืองและเครือข่าย