ทูตอิหร่านรับเสียใจ ‘เสธ.ทร.’ชี้3คนไทยมีชีวิต/กรมเจ้าท่าเผยไร้‘เรือ’ตกค้าง

"ศบก." เผยทูตอิหร่านแสดงความเสียใจเหตุเรือสินค้าไทยโดนโจมตี "สีหศักดิ์" ยันอาเซียนจะร่วมมือกันช่วยเหลือด้านพลังงาน-คุ้มครองชาวอาเซียน เผย 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทยสัปดาห์หน้า ทัพเรือโอมานรับปากช่วยหา 3 คนที่สูญหายเต็มที่ "เสธ.ทร." การันตีทั้งหมดยังมีชีวิต  “อธิบดีกรมเจ้าท่า” ยันไม่มีเรือไทยตกค้างในทะเลอาหรับ มี 2 ลำจดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์  แต่มีลูกเรือคนไทยจอดเทียบท่ายูเออี

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 มี.ค.2569 เวลา 11.30 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า ความคืบหน้าเรื่องเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา กต.ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยได้แสดงความเสียใจ และจะรายงานการประท้วงสูงสุดของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป

นายปาณิดลกล่าวว่า ในส่วนลูกเรือ 20 คนที่กองทัพเรือโอมานช่วยเหลือ กต.ได้รับรายงานว่าบริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองเมืองคาซับ โอมาน ไปยังสนามบินมัสกัต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้กับลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว คาดว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางออกจากเมืองคาซับได้โดยเร็ว

"การเดินทางต้องเดินทางผ่านพื้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก่อนกลับเข้ามายังโอมานอีกครั้ง โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเจ้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านด่านของลูกเรือ จนกว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยต่อไป" นายปาณิดลกล่าว

รองโฆษก กต.กล่าวถึงการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ว่า ในส่วนอิหร่านคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่านชุดที่ 2 โดยกลุ่มแรก 34 คนเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา และกลุ่มที่ 2 จำนวน 30 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแลและให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน รวมทั้งมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับพี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้

จากนั้นเวลา 13.00 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เพื่อหารือสถานการณ์และผลกระทบต่อภูมิภาค รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือ และการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว ที่กระทรวงการต่างประเทศ

อาเซียนร่วมรับมือสงคราม

เวลา 14.30 น. นายสีหศักดิ์แถลงผลประชุมว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความน่าเป็นห่วงและมีผลกระทบต่ออาเซียนทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงประชุมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน และหารือว่ามีจุดใดบ้างที่ภูมิภาคอาเซียนจะสามารถร่วมมือกันเพื่อบรรเทาผลกระทบได้ หรืออาเซียนจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ   อย่างเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร ซึ่งการโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นว่าระเบียบโลกซึ่งอยู่ภายใต้กติกา กฎหมายระหว่างประเทศกำลังถูกบั่นทอน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้การตอบโต้ยังคงรุนแรงและไม่ทราบว่าจะยุติลงอย่างไร ในส่วนของอาเซียนยังคงยืนยันข้อเรียกร้องที่เคยได้ออกแถลงการณ์ไปก่อนหน้านี้แล้ว คือต้องการเห็นการแก้ไขโดยสันติวิธี ขอให้ทุกฝ่ายมุ่งสู่การเจรจาทางการทูต เพราะการสู้รบทำให้เกิดความสูญเสียมากมาย โดยเฉพาะพลเรือน นี่คือท่าทีของอาเซียนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ถามว่า การดำเนินการของอาเซียนจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เนื่องจากผลกระทบมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน ความมั่นคงด้านพลังงาน ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และอาจกระทบไปถึงความมั่นคงด้านอาหารด้วย แต่ละประเทศในอาเซียนก็มีมาตรการภายในประเทศที่แตกต่างกันไป

"ในอาเซียนมีกรอบความมั่นคงด้านปิโตรเลียมอยู่ แม้ว่ามีกลไกในการช่วยเหลือหากมีประเทศใดขาดแคลนน้ำมันในระยะเวลาหนึ่ง ประเทศอื่นในอาเซียนอาจสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยความสมัครใจ แต่กลไกนี้ก็ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างจริงจัง จึงต้องมาหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้กลไกนี้มีผลในทางปฏิบัติ แต่ยอมรับว่าไม่ง่าย เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมัน มีเพียงมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และเวียดนาม ซึ่งก็เป็นการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ มีสัดส่วนการส่งออกไม่มากนัก แต่ก็เป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการจะช่วยเหลือกันและกันในยามวิกฤต กรณีที่เกิดความขาดแคลนมากจริงๆ และมีบางประเทศที่พอให้การช่วยเหลือได้บ้าง" นายสีหศักดิ์กล่าว

รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ยังมีมาตรการระยะยาวเกี่ยวกับระบบสายส่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ด้วย ซึ่งมีอยู่ 2 สาย สายที่ 1 คือ ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ ซึ่งเป็นความช่วยเหลือในส่วนของพลังงานสะอาด  ส่วนอีกสายหนึ่งคือ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเพิ่งเริ่มพัฒนา ซึ่งในอาเซียนเองก็จำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาในด้านพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด และอาจต้องหาทางเจรจากับประเทศซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ว่าจะสามารถสนับสนุนเราอย่างไรได้บ้างต่อไป

"ไม่เพียงด้านพลังงานเท่านั้น เนื่องจากมีประชาชนจากประเทศอาเซียนอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางรวมหลักล้านคน เราก็จำเป็นที่จะต้องหารือกันเพื่อให้การช่วยเหลือชาวอาเซียนในตะวันออกกลาง ว่าประเทศในอาเซียนจะสามารถช่วยเหลือคนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากบางประเทศอาจไม่มีสถานทูตในพื้นที่นั้นๆ จึงจำเป็นต้องช่วยกันให้การดูแลคุ้มครองประชาชน อาทิ การที่สิงคโปร์ นำเครื่องบินเหมาลำเข้าไปรับชาวสิงคโปร์ ออกจากประเทศซาอุดีอาระเบีย นอกจากนั้นก็ยังรับชาวอาเซียนประเทศอื่นๆ ออกมาด้วย ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในอาเซียน" รมว.การต่างประเทศกล่าว

ถามถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ระบุว่า ในประเทศอิหร่าน ไทยได้อพยพผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับออกมาหมดแล้วจำนวน 116 คน โดยกลุ่มสุดท้ายจะมาถึงไทยในวันพรุ่งนี้ (14 มี.ค.) โดยจะมีข้าราชการสถานทูตและครอบครัวเดินทางกลับมาด้วย ส่วนผู้ที่ประสงค์อยู่ต่อ เราก็พร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ นอกจากนี้ยังมีคนไทยในประเทศใกล้เคียงที่ได้รับการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับไทยแล้ว ประกอบด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 231 คน, บาห์เรน 92 คน, กาตาร์ 196 คน, คูเวต 5 คน, โอมาน 37 คน, จอร์แดน 13 คน, อิรัก 18 คน, เลบานอน 1 คน และอิสราเอล 10 คน

20 ลูกเรือถึงไทยสัปดาห์หน้า

"แม้ว่าจะมีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 5-6 หมื่นคน แต่ส่วนใหญ่ยังต้องการอยู่ต่อ เนื่องจากอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในประเทศ และสกัดกั้นการโจมตีต่างๆ รวมถึงมีมาตรการดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยและต่างชาติด้วย ส่วนอีก 23 คน ประสงค์เดินทางไปยังประเทศอื่น" นายสีหศักดิ์กล่าว

เมื่อถามถึงการช่วยเหลือลูกเรือไทยมยุรีนารี  รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ขณะนี้ลูกเรือจำนวน 20 คนที่ได้รับการช่วยเหลือก่อนหน้านี้พำนักอยู่ในเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ซึ่งในการเดินทางกลับจะต้องเข้ามายังอาบูดาบีก่อน และไปยังมัสกัตเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับไทย ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการขอวีซ่า คาดว่าน่าจะกลับมาถึงไทยภายในสัปดาห์หน้า

"ส่วนลูกเรือที่สูญหายอีก 3 คน ทางการโอมานกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือ ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงภัยในการค้นหา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้ความขัดแย้ง ซึ่งสาเหตุที่มีเพียงโอมานที่ให้การช่วยเหลือ เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุอยู่ในน่านน้ำของโอมาน และมีการขอไว้ว่าอย่าเพิ่งให้มีกองกำลังจากชาติอื่นเข้ามาดำเนินการ เพราะมีความอันตราย" รมว.การต่างประเทศระบุ

ขณะที่ นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวถึงเรือไทยที่ตกค้างอยู่ในอ่าวทะเลตะวันออกกลางว่า เรือที่เป็นเรือไทยที่ยกเว้นเรือมยุรีนารีที่เกิดเหตุ ไม่มีเรือไทยที่ชักธงชาติไทยหรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 2 ลำ เป็นเรือที่มีลูกเรือคนไทย โดยลำแรกมีลูกเรือคนไทย 14 คน และเป็นลูกเรืออินเดีย 8 คน ลำที่ 2 มีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน

"ต้องยืนยันว่าเป็นเรือบริษัทคนไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ และมีลูกเรือไทยที่ทำงานอยู่ ซึ่งเรือจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าอยู่ในยูเออี ซึ่งตอนนี้เรือจอดอยู่ที่ท่าและยังปลอดภัย" อธิบดีกรมเจ้าท่ากล่าว

ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ นายกัน จอมพลัง ได้นำญาติของลูกเรือมยุรีนารีที่ยังออกมาไม่ได้เข้าพบ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เพื่อติดตามการช่วยเหลือลูกเรือไทยทั้ง 3 คนที่ติดค้างอยู่บนเรือสินค้าดังกล่าว

ด้านกองบัญชาการกองทัพเรือได้มีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการหารือในเรื่องการประเมินสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง รวมถึงการช่วยเหลือลูกเรือไทย

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือโอมานแจ้งว่าจะพยายามช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างอย่างเต็มที่ แต่ด้วยกระแสน้ำทำให้เรือเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แต่ได้เฝ้าติดตามว่าเรือเคลื่อนที่ไปทิศทางไหน เพื่อติดตามว่าลูกเรือที่ติดค้างเป็นอยู่อย่างไร แต่โดยปกติลูกเรือพาณิชย์จะได้รับการฝึกฝนด้านความปลอดภัยและการเอาชีวิตรอดในทะเลในระดับหนึ่ง จึงคาดหวังว่าลูกเรือจะสามารถดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ถามกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์เสนอจะนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทยกลางทะเล พล.ร.อ.ไพโรจน์กล่าวว่า การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคลื่นลมในทะเลอาจสูงถึง 2-3 เมตร ซึ่งอาจเกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ต้องขอบคุณในความตั้งใจช่วยเหลือของภาคประชาชน

ยัน 3 ลูกเรือมยุรียังมีชีวิต

ผบ.ทร.ชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของต่างชาติว่า สนามบินดังกล่าวเป็นสนามบินที่เปิดให้หลายประเทศใช้ในลักษณะมิตรประเทศ เช่น การแวะเติมน้ำมันหรือพักเครื่องบิน และขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ส่วนฐานทัพเรือพังงา เป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ลึก จึงไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ แม้แต่เรือของกองทัพเรือไทยเองยังต้องมีการขุดลอกร่องน้ำก่อนนำเรือเข้าเทียบท่า

ส่วน พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวถึงการช่วยเหลือ 3 ลูกเรือที่ติดค้างอยู่ในเรือสินค้าว่า เบื้องต้นยืนยันว่าทั้ง 3 คนยังมีชีวิตอยู่ แต่ความยากลำบากคือสถานการณ์ในทะเลที่ยังมีการยิงอาวุธออกมาเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถบุกขึ้นไปบนเรือเพื่อนำตัวออกมาได้ในทันที

"การดำเนินงานในขณะนี้ กองทัพเรือได้ส่งนายทหารประสานงานไปยังศูนย์ผสมทางเรือ (CMF) และประสานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา (บาห์เรน) และกรุงมัสกัต (โอมาน) รวมถึงกองทัพเรือเพื่อนบ้าน เพื่อหาช่องทางเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่เน้นย้ำความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง" เสนาธิการ ทร.ระบุ

พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีเจ้าของเรือมยุรีนารีโยนความผิดให้กองทัพเรือไม่แจ้งเตือนเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงห้ามผ่าน และไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะว่า ในเรื่องของการแจ้งเตือนการเดินเรือ ทางกองทัพเรือได้แจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.เป็นต้นมา  ซึ่งเป็นการประกาศเป็นลักษณะที่เรียกได้ว่า Broadcast คือหมายความว่าแจ้งเตือนให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่ว ไม่ใช่ว่าต้องแจ้งตรงไปที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งบริษัทเองก็ต้องรับผิดชอบในการที่จะดูแลความปลอดภัยของตัวเอง จะต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องความปลอดภัยที่ใดบ้าง ทั้งนี้ ทางกองทัพเรือขอยืนยันว่า เรามีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลาตามห้วงเวลาที่เหมาะสม  การออกประกาศแจ้งเตือน 4 ฉบับถือว่าถี่พอสมควร

"กองทัพเรือห้ามเดินเรือไม่ได้ อันนี้เป็นพาร์ทเป็นเพียงการแจ้งเตือนให้รับทราบว่ามันมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสมควรจะต้องตัดสินใจให้ระมัดระวังการเดินเรือ จริงๆ แล้วมันมีช่องทางในการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรืออยู่ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวคิดว่าบริษัทเองก็คงจะรู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นเขาเรียกว่าประชาคมของชาวเรือพาณิชย์อยู่ด้วย แล้วมีการช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือรบกับเรือพาณิชย์อยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะเคยได้ยิน UKMTO ซึ่งก็เป็นประชาคมที่รับทราบถึงสถานการณ์ที่อ่าวเปอร์เซียและทะเลอาระเบีย ซึ่งก็มีการแจ้งเตือนอยู่ตลอด" รองโฆษก ทร.กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เจ้าของเรือมยุรีนารี ออกแถลงการณ์ระบุว่า บริษัทรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง และเร่งดำเนินการโดยไม่นิ่งนอนใจ เพื่อช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ชี้แจงถึงการตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า ก่อนที่เรือจะเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย บริษัทได้ประเมินการเดินเรืออย่างรอบด้าน ได้มีการประเมินว่าเรือสามารถดำเนินการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ โดยเพิ่มมาตรการป้องกันที่เหมาะสม โดยลูกเรือทราบถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในภูมิภาค และในขณะนั้นไม่มีคำเตือนที่ระบุเป็นการเฉพาะว่าไม่ควรเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

โปรดเกล้าฯโผ ‘ทหาร’กลางปี 319ตำ แหน่ง!

คลอด "โผนายพลทหาร" กลางปี 319 ตำแหน่ง “ผบ.ทบ.” ขยับ 4 กองทัพภาค วาง “แม่ทัพกอล์ฟ” ข้ามเข้า ทบ. จ่อเข้า 5 เสือ อดีต “ผบ.พล.2 รอ.” คัมแบ็กนั่งรองแม่ทัพภาค 1 "เสธ.ต๊อด" ขึ้นรองเจ้ากรมฯ ผบ.เหล่าทัพหนุนยกระดับใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการรบยุคใหม่

พน.ทาบซื้อนํ้ามัน‘รัสเซีย’

“พิพัฒน์” ชี้หลัง 16 มี.ค. รู้ผลดีเซลขยับราคาอย่างไร เผยพลังงานพยายามเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มเติมจากรัสเซีย ยันไม่มีขาดตลาดแน่นอน “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” บอกโรงกลั่นไทยรับน้ำมันแดนหมีขาวได้

‘กกต.’แจ้นแจง ฮั้วสว.ยังไม่จบ แค่ชั้นอนุฯกก.

สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.