"อนุทิน" ออกประกาศิตถึงพรรคร่วมฯ ถ้าโผ ครม.ชื่อส่งมามีปัญหา ต้องเปลี่ยนตัวได้ จ่อนัดถกโควตา บอกยังไม่รู้โหวตนายกฯ 19 มี.ค. หยอดสัมพันธ์ธรรมนัส "เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ" เปิดวาระลับประชุมตุลาการศาล รธน.พุธนี้ คำร้องบัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะยังไม่บรรจุ อดีตตุลาการฯ ดักคอควรรับวินิจฉัย
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลหลังที่ประชุมสภาฯ โหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เสร็จสิ้นว่า หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำเอกสารนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯ มาเมื่อไหร่ และประธานสภาฯ รับตำแหน่งตามขั้นตอน จะมีการเรียกประชุม คิดว่าไม่น่าจะช้า
เมื่อถามว่า กรณีที่มีข่าวว่าวันที่ 19 มี.ค. จะมีการเรียกประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่จะกำหนดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะทุกตำแหน่ง ทั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จะต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าจะรวดเร็วเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีขั้นตอนอยู่ ทุกวันนี้เราก็บริหารจัดการสถานการณ์ทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนโดยไม่มีความล่าช้าตรงไหน ถ้าเทียบกับวันเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กับครั้งนี้ ตอนนั้นยังไม่รับรอง สส.เลย แต่ครั้งนี้ได้ประธานสภาฯ แล้ว
เมื่อถามว่า ขั้นตอนที่จะแจ้งพรรคร่วมรัฐบาลตามโควตาว่า พรรคไหนได้กระทรวงอะไรถือว่าเรียบร้อยหมดแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คงจะนัดหารือกันหลังจากที่เลือกนายกฯ แล้ว ซึ่งยังมีเวลา เพราะจะต้องมีการโปรดเกล้าฯ นายกฯ ก่อน จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็จะนำรายชื่อรัฐมนตรีทั้งหลายส่งมา และส่งไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ
เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีอย่างเข้มงวดใช่หรือไม่ เพราะมีการถามเรื่องจริยธรรมกันมาก นายอนุทินกล่าวว่า มีแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุมา เมื่อมีแนวทางตรงนั้นเราก็ต้องดู และหวังว่ารายชื่อต่างๆ พรรคการเมืองจะต้องมีการกลั่นกรองมา ไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยเองก็ต้องสกรีน เพราะในข้อบังคับพรรค ได้อ่านแล้ว ในแต่ละพรรคจะระบุว่า การนำเสนอชื่อรัฐมนตรีหรือประธานสภาฯ ยังต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค ทุกคนจะต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะ กก.บห.แต่ละพรรค
เมื่อถามว่า เมื่อรายชื่อรัฐมนตรีของแต่ละพรรคมาถึงมือนายกฯ การตรวจสอบจะใช้เวลาเท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า เราจะต้องให้เกียรติ ถ้าเราทำงานร่วมกัน วิธีการทำงานของตนจะต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ซึ่งเราจะต้องมีมาตรฐานในการพิจารณา
“หากคนนั้นคนนี้มีปัญหาจริงๆ ก็ยังมีช่องทางที่จะหารือกับหัวหน้าพรรคในลำดับต้นให้ช่วยพิจารณาปรับได้หรือไม่ แต่ก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้ทุกคนรู้โจทย์เท่ากันหมดว่าจะต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่มีปัญหา และครั้งนี้ชัดเจนกว่าที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นยังต้องเวิร์บทูเดา แต่ตอนนี้ชัดเจนก็ต้องเขียน 1 2 3 เอาคุณสมบัติหรือข้อที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุมาเขียนเป็นคุณสมบัติแต่ละข้อได้” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าว
เมื่อถามว่า นายกฯ มั่นใจหรือไม่ว่าโฉม ครม.ที่ออกมาจะถูกใจประชาชน ไม่เป็นข้อครหา นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้น
เมื่อถามว่า ประชาชนคาดหวังมาก เพราะพรรคภูมิใจไทยได้เสียงมามาก นายอนุทินกล่าวว่า ก็ยิ่งทำให้ตนทำอะไรที่ค้านความต้องการของประชาชนไม่ได้เลย ซึ่งมีขั้นตอนจำนวนมาก เมื่อถามว่ายึดหลักอะไรในการวางทีม ครม. นายอนุทินกล่าวว่า ยึดหลักตามจริยธรรม
เมื่อถามว่า การประชุมสภานัดแรกได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้อยู่ในสภาได้คุยกับหลายๆ ท่าน แต่ยังไม่เจอ ร.อ.ธรรมนัส เพราะคนเยอะ แต่ได้เจอนายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งความเป็นเพื่อนกับ ร.อ.ธรรมนัสก็ยังมีอยู่
เมื่อถามว่า จะมีโอกาสไปคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะเพื่อนกันหรือไม่ นายอนุทินร้องโอ้โฮ พร้อมกล่าวว่า “เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”
ศาล รธน.รอถกเลือกตั้งโมฆะ
มีรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมตุลาการศาล รธน.ประจำสัปดาห์ ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. โดยมีวาระการพิจารณาตามปกติ ซึ่งจะมีการนัดลงมติคำร้องที่ส่งมา 2 เรื่อง โดยจนถึงขณะนี้กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติยื่นคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยกรณีการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในบัตรเลือกตั้งระบบเขต ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ อันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัด รธน.มาตรา 83 และ 85 ยังไม่มีการบรรจุระเบียบวาระดังกล่าวเข้าที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันพุธที่ 18 มี.ค.แต่อย่างใด
“ต้องรอดูในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค.นี้ว่าหนังสือคำร้องและเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้ตรวจการแผ่นดินส่งมาที่ฝ่ายสารบรรณของสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญหรือยัง หลังมีการออกเอกสารข่าวมติของที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. ซึ่งต้องรอดูในวันจันทร์นี้ก่อนว่าสำนวนและคำร้องส่งมาที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือยัง และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เห็นควรอย่างไร โดยหากกระบวนการส่งมาทันก็อาจนำมาหารือกันก่อนในวันพุธนี้ ซึ่งหากที่ประชุมเห็นว่ายังต้องใช้เวลาพิจารณาว่าจะรับหรือไม่คำร้องสักระยะหนึ่งก่อน เพราะเรื่องเพิ่งเข้ามาที่ศาล ก็อาจต้องขอศึกษาคำร้องและข้อกฎหมายต่างๆ ให้รอบคอบ ที่ประชุมตุลาการก็อาจยังไม่มีการลงมติใดๆ ในวันพุธนี้ แล้วไปนัดลงมติอีกครั้งในการประชุมสัปดาห์ถัดไป” แหล่งข่าวจากสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญระบุ
ด้านนายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 มาตรา 23 (1) ส่งเรื่องปัญหาบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะการเข้าสู่อำนาจในทางรัฐสภานั้นต้องผ่านความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งคือเป้าหมายสูงสุดที่จะมีผลทำให้รัฐธรรมนูญทรงคุณค่าแห่งความเป็นกฎหมายสูงสุดหรือแหล่งความเป็นที่มาของอำนาจรัฐ
นายสุโรจน์กล่าวต่อไปว่า การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 นั้น เป็นอำนาจทางมหาชนที่ไม่อาจแปรความหรือตีความไปในทางยกเว้นหลักการที่สำคัญตามมาตรานี้ได้ กล่าวคือต้องตีความโดยเคร่งครัด อันเป็นหลักการสากลในทางรัฐธรรมนูญที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติ รวมทั้งองค์กรอิสระอื่นด้วย ซึ่งหลักการสำคัญในการเลือกตั้งคือ 1.โดยตรง 2.ลับ 3.สุจริต และ 4.ยุติธรรม ซึ่งแต่ละอย่างแต่ละหลักนั้นมีความสำคัญเท่าๆ กัน โดยไม่มีการแยกลำดับศักดิ์ของความสำคัญไว้ว่าหลักใดสำคัญมากกว่า อีกทั้งไม่อาจแยกเป็นส่วนๆ ได้
“คำว่าลับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความในเชิงป้องกันโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการพิสูจน์ว่าลับหรือไม่ลับเป็นสำคัญ อีกทั้งลับหรือไม่ลับนั้น ควรเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วได้จากสามัญสำนึกที่รู้แจ้ง และศาลรัฐธรรมนูญต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งโดยลับนั้นเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้ใช้สิทธิ์ที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด จึงต้องแปลความในเชิงคุณค่าไม่ให้เกิดช่องว่างทั้งในรูปธรรมและนามธรรม เนื่องจากเป็นสิทธิของบุคคลผู้ใช้สิทธิในทางมหาชนที่จะผูกพันปัจเจกชนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกในรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญต้องยึดหลักการทางกฎหมายดังกล่าวมาเป็นสำคัญ” อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์ปลุกมหาอำนาจ ป้อง‘ช่องแคบฮอร์มุซ’
“โดนัลด์ ทรัมป์” กวักมือเรียกมหาอำนาจช่วยกันรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ
โสภณยึดประธานสภา ‘มัลลิกา-เลิศศักดิ์’รอง
บุรีรัมย์กินรวบ! “โสภณ ซารัมย์” นั่งประธานสภาฯ ตามคาด ด้วยคะแนนเสียง 289 เสียง
‘ดีเอสไอ’ถอย! คดีเขากระโดง อ้างป.ป.ช.สอบ
“โฆษกดีเอสไอ” ยอมรับยุติสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวปมเขากระโดงแล้ว
สยบตื่น!กักตุนนํ้ามัน หนูยันมีสำรองสูงสุดในอาเซียน/เอกนิติขนผู้ค้าแถลงการันตี
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ศบก. สยบแตกตื่น! การันตีสต๊อกน้ำมันมีถึง 100 วัน
สหรัฐตั้งค่าหัว ล่าผู้นำอิหร่าน
วอชิงตันประกาศรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของโมจตาบา คาเมเนอี สหรัฐจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน พร้อมส่งนาวิกโยธินและเรือรบจำนวนมาก
ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!
งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย

