งัดนํ้ามันสำรอง!ใช้ ‘อนุทิน’มีคำสั่งให้‘ผู้ค้า’นำออกมาแก้ปัญหาขาดแคลน

นายกฯ ออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันนำน้ำมันสำรองออกมาใช้ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ศบก.ยันปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอไม่น้อยกว่า 103 วัน เร่งดึงสต๊อกกระจายไปยังจุดต่างๆ คาดสัปดาห์หน้าจะคลี่คลายในทางที่ดี เผยผลตรวจบริษัทน้ำมันเอกชนอ่างทองผิดออกใบกำกับขนส่งไม่ถูกต้อง "พลังงานจังหวัด" จัดทำตารางอัปเดตสถานะปั๊มทั่วประเทศอำนวยความสะดวก ปชช.  "พณ." รุกตรวจสถานประกอบการกว่า 2 พันแห่ง    ส่วนใหญ่ผิดไม่ปิดป้ายสินค้า "นักวิชาการ" เตือนเศรษฐกิจไทยดิ่งเหว หากรัฐบาลแก้ไขไม่ได้เจอม็อบแน่

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4 /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 ความว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 สั่ง ณ วันที่ 21 มีนาคม 2569 ลงชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ คำสั่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าว เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จ.สมุทรปราการ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ผอ.ศปนม.ตร.) และผู้เกี่ยวข้อง  ร่วมประชุมการป้องกันปราบปรามการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ กักตุน โก่งราคา และปลอมปน ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.รุทธพล  และ พล.ต.อ.ธัชชัย ได้ร่วมกันปล่อยเรือตรวจการณ์ “ปทุมวัน 3” พร้อมกำลังพลชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อออกลาดตระเวนน่านน้ำไทย มุ่งเน้นการป้องปรามการลักลอบขนน้ำมัน และสกัดกั้นการกระทำความผิดในทุกมิติ

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน รวมถึงกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบทั้งทางบกและทางทะเลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันเขียวสูงกว่าราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการ ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบจำหน่ายข้ามชาติ หรือนำน้ำมันเถื่อนมาจำหน่ายให้เรือประมง อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ได้สั่งการขั้นเด็ดขาดไปยังเจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร. และกองบังคับการตำรวจน้ำ  ให้เอกซเรย์พื้นที่และตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับเรือประมง หรือน้ำมันเขียว อย่างรัดกุมที่สุด พร้อมคาดโทษหากพบการปล่อยปละละเลย โดยกำชับให้รายงานผลการปฏิบัติการแบบวันต่อวัน หากตรวจพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงผลการดำเนินการของกรมธุรกิจพลังงานว่า รายงานสถานภาพของน้ำมันเบนซิน ที่ผลิตในประเทศ ณ วันนี้ ซึ่งผลิตใน 5 โรงกลั่น ได้แก่ โรงกลั่นบางจาก, โรงกลั่นบางจากศรีราชา, โรงกลั่น IRPC, โรงกลั่น SPRC และโรงกลั่นไทยออยล์ ปริมาณการผลิตรวม ณ วันนี้อยู่ที่ 35.28 ล้านลิตร สำหรับสถานการณ์ของน้ำมันดีเซล มีโรงกลั่นที่ผลิตอยู่รวมทั้งสิ้น 6 โรง ประกอบด้วย โรงกลั่นบางจาก, โรงกลั่นบางจากศรีราชา, โรงกลั่น IRPC,  โรงกลั่น PPTGC, โรงกลั่น SPRC และโรงกลั่นไทยออยล์ ซึ่งในวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ผลิตดีเซลพื้นฐานทั้งสิ้น 79.91 ล้านลิตร ซึ่งปริมาณที่จำหน่ายไปยังผู้ค้าจำหน่าย อยู่ที่ 71 ล้านลิตร เป็นการดึงสต๊อกเก่าที่เป็นเวิร์กกิ้งสต๊อกมาใช้ ปริมาณการใช้ดีเซลโดยปกติอยู่ประมาณ 67–70 ล้านลิตรต่อวัน  ตอนนี้สูงขึ้นกว่าปกติ มีบางช่วงที่ผ่านมาบางวันขึ้นไปถึงกว่า 100 ล้านลิตร

สัปดาห์หน้าจะคลี่คลาย

นายสราวุธกล่าวถึงคืบหน้าการตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัทเอกชน จ.อ่างทอง ว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำมัน  3 ประเภท ประกอบด้วย น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91, แก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว มาตรวจคุณภาพ ซึ่งผลตรวจอยู่ระหว่างการจัดส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการจำหน่าย ต้นทางเป็นบริษัท IRPC เดิมถูกผู้ค้าตามมาตรา 10 จำนวน 2 ราย ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน ที่ส่งไปยังคลังที่ จ.อ่างทอง จากข้อมูลดังกล่าวตรวจพบว่า ใบกำกับการขนส่งของ IRPC ที่จัดส่งให้บริษัทดังกล่าวระบุสถานที่ส่งไปปลายทางอยู่ใน กทม. แต่น้ำมันดังกล่าวไปพบที่ จ.อ่างทอง ซึ่งคงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับกรมธุรกิจฯ สืบเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นน่าจะมีความผิดในการออกใบกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน ได้มีการตรวจบริษัทเดิมด้วยว่าใบกำกับการขนส่งอื่นๆ ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่

"จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุนเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 8 จุด 4 จังหวัด ยังไม่พบอะไรที่ผิดปกติ โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่ตรวจตราจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป ปัจจุบันปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการไม่น้อยกว่า 103 วัน ณ วันนี้เป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504  ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร อยู่ระหว่างขนส่งอีก 4,206 ล้านลิตร และน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วจากทุกเส้นทางมี 3,700 ล้านลิตร"

เมื่อถามถึงการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเหมาะสมและอย่างรวดเร็ว จะดึงสต๊อกน้ำมันกระจายไปยังปั๊มต่างๆ ได้ภายในกี่สัปดาห์ นายสราวุธกล่าวว่า ได้มีการปลดล็อกเวลาขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ในเขตเมืองแล้ว ได้มีการผ่อนผันดีเซลอย่างน้อย 130 ล้านลิตรเข้ามาในระบบ ต้องรีบกระจายตัวไปยังจุดต่างๆ รวมถึงสถานีบริการ เบื้องต้นถ้าส่งน้ำมันได้เร็วขึ้น 10 ล้านลิตรในทุกวัน ช่วงสัปดาห์จะถึงน่าจะผ่อนคลายสถานการณ์ไปในทางที่ดี

เมื่อถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการของประชาชนเกินขีดความสามารถในการจัดส่งใช่หรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า น้ำมันดีเซลบางช่วงมีปริมาณความต้องการผ่านปั๊มถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน สถานการณ์วันที่ 20 มี.ค. สูงกว่ากว่าปกติถึง 71 ล้านลิตร มีการดึงสต๊อกออกมาใช้ จึงต้องรีบกระจายตัวให้เร็วที่สุด

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง  ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพลังงานจังหวัดจัดทำสรุปตารางสถานะสถานีบริการเป็นรายวัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสถานะสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่สามารถวางแผนการเดินทางเพื่อออกมาเติมน้ำมัน หรือเตรียมความพร้อมการเดินทางในชีวิตประจำวันได้ โดยได้เร่งดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานจังหวัดทุกจังหวัดจัดทำตารางอัปเดตสถานีบริการน้ำมัน และบางจังหวัดได้มีการจัดทำแอปพลิเคชันเสร็จแล้ว  โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดจะตรวจสอบสถานะและรวมรวบข้อมูลจัดทำเป็นตาราง นำเสนอข้อมูล สถานีบริการ ที่ตั้ง ชนิดน้ำมันที่มี และจะมีการอัปเดตข้อมูลทุกวัน ประชาชนสามารถตรวจสอบตารางสถานะสถานีบริการได้ที่เพจสำนักงานพลังงานจังหวัด โดยเข้าไปที่ Facebook พิมพ์ในช่องค้นหา “สำนักงานพลังงานจังหวัด” และตามด้วยชื่อจังหวัด

เศรษฐกิจดิ่งเหวแก้ไม่ได้เจอม็อบ

ด้าน น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ได้มีการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลสถานการณ์สินค้าเชิงรุกอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 1-20 มี.ค.2569 รวม 2,321 กรณี แบ่งเป็น การลงพื้นที่ตรวจจริงทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยการตรวจสอบร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ได้มีการตรวจสอบสถานประกอบการรวมทั้งสิ้น 2,021 กรณี ประกอบด้วย สถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 433 แห่ง และตลาดค้าปลีกค้าส่ง 326 แห่ง เพื่อกำกับดูแลให้ราคาสินค้าเป็นไปอย่างสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงราคา 10 ราย และได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การปะทะระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน  จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มพลังงานและกลุ่มพลาสติก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเม็ดพลาสติก จะเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยให้ดิ่งลงสู่หุบเหว ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 ค่อนข้างแย่ กำลังซื้อจะยิ่งหดตัว เงินจะเฟ้อขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะแพงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อาจเกิดภาวะขาดแคลนได้โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ฯลฯ

ศ.วิทวัสกล่าวว่า อยากแนะนำให้ประชาชนทุกคนเริ่มทำตารางชีวิตใหม่ ทบทวนตัวเองเลยว่า ณ วันนี้ ตัวเองมีเงินเก็บสำหรับใช้ชีวิตอยู่ได้นานเพียงใด หากถูกลดเงินเดือนลง หรือรายได้ลดลง 50% หรือถูกเลย์ออฟในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า ต้องวางแผนการใช้เงินโดยคิดถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และระหว่างนี้ให้หาแนวทางการใช้ชีวิตโดยประหยัดให้ได้มากที่สุด จะคิดว่าชีวิตทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ในอีก 3–6 เดือนข้างหน้าถูกลดเงินเดือนหรือถูกเลย์ออฟโดยที่ไม่มีการเตรียมตัวจะลำบากแน่นอน

 “ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ สถานการณ์เช่นนี้จะเป็นแรงกดดันไปที่รัฐบาล หากรัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ไม่ดีก็จะนำมาสู่การประท้วงของประชาชน และหากเกิดประท้วงรุนแรงก็จะยิ่งเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภายในประเทศตามมาซ้ำอีก” ศ.วิทวัสกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2569  ปรับมาตรการรับมือน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 143 ตอนพิเศษ 76ง เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ตรวจ‘คลังนํ้ามัน’ กวดขันห้ามกักตุน

กรมธุรกิจพลังงานนำกำลังเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันพระโขนง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ดีเอสไอสอบกำลังผลิต-การส่งออก เป็นไปตามขั้นตอนป้องกันให้ปริมาณน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด